นิยามของคำว่า "สารสกัด"
นิยามของคำว่า "สารสกัด"
"สะตุ ประสะ ฆ่าพิษยา"
"สารสกัด" คือการสกัดเอาสาร
ที่มีความเข้มข้น "โดสแรง"
จุดประสงค์ คือทำให้เห็นผลไว
มักใช้ในการทำยาเคมี อาหารเสริมที่เข้มข้นสูง
"สะตุ ประสะ ฆ่าพิษยา" คือศัพท์เฉพาะ
ของแพทย์แผนไทย
คือการทำยา ให้สะอาด/ เข้มข้น /เจือจาง
ตัด พิษยาหมดไป
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ การปรุงยาเฉพาะสูตร
"แพทย์แผนไทย"
ไม่นิยม "การสกัดสาร"
ที่เข้มข้น รุนแรง เกินไป
ถือว่าเป็น "เกรดยา"
เราเล็งเห็นผลระยะยาว ที่จะเกิดขึ้นกับอวัยวะภายใน
เช่น
การสกัดสาร 1 เม็ด
ความแรงของยา 8-10เท่า
ยาสกัดจึงแนะนำให้คนป่วย
ทานแค่ 7-10วันหยุด
เพราะมีผลต่อตับไต
"สารสกัดอาหารเสริมหรือยา"
ที่ใช้โดสสูงมากๆ
ทานติดต่อกันเกิน2-3เดือน
บางคนกินอาหารเสริม
ต่อเนื่อง 6เดือนขึ้นไป
มักจะพบว่าผู้ป่วยค่าไตขึ้นสูง
ดังนั้นการกินสารสกัด
ต้องกินแค่ระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น
ในสายแพทย์แผนไทย ตีความว่า "สารสกัด"
ให้ใช้แค่พอเหมาะ ร่างกายปรับสมดุลได้
แล้วต้องรู้จักหยุด
หาก เกินขนาดนานเกิน ธาตุจะเสียสมดุลทันที
.
ยกตัวอย่าง
สารสกัดกระเทียม ถังเช่า
"กระเทียม" รสร้อน ฤทธิ์ยาร้อน
"ถังเช่าสกัด" ฤทธิ์ยาร้อน
ทานขับไขมัน ให้เลือดลมเดินดี
อาการจะดีขึ้นไว ในระยะแรกช่วง10-20วัน
แต่พอไม่หยุดทาน ทานต่อเนื่องนานเกินไป
จะเกิดการสะสม "ฤทธิ์ยาร้อน"
ทำให้ตัวร้อนขึ้น
"ฤทธิ์ยาร้อน"
จะเข้าไปกระทบอวัยวะภายใน
ตับร้อน ตาจะเริ่มแดง ผิวแห้ง
ไตร้อน ฉี่จะเริ่มเยอะขึ้น
หากรู้ตัวแต่ยังไม่หยุดทาน
เพราะดูแต่สรรพคุณว่าดี
ไอพิษร้อนจะยิ่งเผาภายใน
"ไส้ร้อน ม้ามร้อน"
"กระเพาะร้อน"
ลมพิษร้อนประทุขึ้นร่างกาย ทำให้ไตทำงานขับพิษหนัก
เพื่อระบายสารร้อนออก จุดนี่อันตรายไตวาย
ไตอักเสบได ้
ดังนั้น การใช้สารสกัด แพทย์แผนไทยมองว่า
มันดีแต่แรงเกินไป
เราจึงลดโดสยาอ่อนลง คือการทำสะตุฤทธิ์ยาลง
ใช้แบบฤทธิ์อ่อนๆ ค่อยๆรักษาไปเรื่อยๆ
โดยมองธาตุไม่ให้เสียหาย
การผสมตำรับยา
จะไม่ใช้ยาร้อนเกินไป
หากฤทธิ์ยาร้อนเกินไป
แพทย์แผนไทยจะมีการ ปรับโดสยาลง
เช่น ชงน้ำเยอะๆ อ่อนลง
ทานเว้นวันหรือสองสามวันครั้ง
กินบ้างหยุดบ้างตามร่างกายไหว
การเรียนแพทย์แผนไทย
เป็นการทำยาที่แตกต่าง
เราไม่ได้ต้องการความแรง
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เป็นการดูแลร่างกาย
ระยะยาวได้แบบปลอดภัย
"ฤทธิ์ยา"จะไม่อมความร้อน หรือค้างในตัวเยอะเกินไป
ยาสมุนไพรไม่ได้อันตราย หากคนกิน "ใช้เป็น ปรับเป็น"
การกินสมุนไพรที่ดี ต้องใช้เป็นตำรับยา
แต่หากใครใช้ยาเดี่ยวๆ ฤทธิ์ยาร้อน -เย็น ไปทางเดียว
ให้ท่านพึงสังเกตร่างกายตัวเอง หากกินเกินพอดี
จะมีอาการแปลกๆเกิดขึ้น เราก็พิจารณาหยุดทาน
คนที่ใช้สมุนไพรไม่เป็น หากใช้ยาเดี่ยว
ตัวเดียวนานๆ 2-3เดือน ผลข้างเคียงที่ได้
จะเหมือนการกิน "สารสกัด"เช่นกัน
ยกตัวอย่าง
สมุนไพรฤทธิ์เย็น
"ย่านาง ฟ้าทะลายโจร รางจืด"
กินนานเกิน ไตเย็น ตับแข็ง
เลือดหนืด ท้องอืด เลือดจาง
สมุนไพรฤทธิ์ร้อน
"ขิง พริก ดีปลี กระเทียม"
กินนานเกิน ไตร้อน ตับร้อน
ฉี่บ่อย เลือดแห้ง ตาแดง ผมร่วง
ร้อนใน มดลูกร้อน เมนส์หาย
ฉะนั้น
การปรับสมดุล-ร้อน-เย็น จึงเป็นหัวใจสำคัญ
ในการดูแลตัวเองไม่ให้ป่วย พร้อมกับการถ่ายพิษเลือด
หล ักการง่ายๆค่ะ ถ้าอ่านไม่เข้าใจ
อ่านซ้ำๆหลายๆรอบนะคะ
หมอยุ้ย ภู่หลาน แพทย์แผนไทย
(ไม่อนุญาตแก้ไขดัดแปลง บทความมีลิขสิทธิ์
ก็อปปี้กรุณาให้เครดิต)
สารสกัด คือการดึงสารออกมาจากพืชหรือวัตถุดิบโดยมีความเข้มข้นสูง เพื่อให้ได้ผลที่รวดเร็วและชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในยาเคมีและอาหารเสริมที่มีโดสแรง แต่ในมุมมองของแพทย์แผนไทย การใช้สารสกัดที่เข้มข้นมากเกินไปถือเป็นยาเกรดยาที่มีฤทธิ์แรงซึ่งอาจส่งผลเสียต่ออวัยวะภายใน เช่น ตับและไตได้ เมื่อใช้ในระยะยาว เพราะ "สารสกัดอาหารเสริมหรือยา" ที่ใช้โดสสูงและทานติดกันเกิน 2-3 เดือน หรือบางรายนานกว่า 6 เดือน อาจทำให้ค่าไตสูงขึ้นซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของโรคไต การรับประทานสารสกัดจึงควรกินในระยะเวลาสั้นๆ และใช้ในปริมาณที่เหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ "สะตุ ประสะ ฆ่าพิษยา" เป็นศัพท์เฉพาะในแพทย์แผนไทยที่หมายถึงการปรุงยาให้สะอาดและเข้มข้นในระดับที่พอเหมาะ พร้อมกับการเจือจางเพื่อตัดพิษยาที่อาจเกิดขึ้นออกไป เพื่อให้ฤทธิ์ของยาไม่รุนแรงเกินไปและช่วยรักษาสมดุลร่างกายอย่างยั่งยืน แพทย์แผนไทยไม่แนะนำการใช้สารสกัดที่มีฤทธิ์ร้อนหรือเย็นมากเกินไปต่อเนื่อง เพราะอาจทำให้ธาตุในร่างกายเสียสมดุล เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น อาการตับร้อน ฉี่บ่อย ผิวแห้ง หรือแม้แต่ไตอักเสบ ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากกระเทียมและถังเช่าสกัดมีฤทธิ์ร้อน ช่วยขับไขมันและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในช่วงแรก 10-20 วัน แต่ว่าหากทานต่อเนื่องนานเกินไปจะมีการสะสมฤทธิ์ยาร้อนภายในร่างกาย ทำให้เกิดความร้อนสะสม ส่งผลต่อตับ ตา และไตในทางลบ จึงควรใช้ในปริมาณและช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมติดตามสังเกตร่างกาย เมื่อเกิดอาการผิดปกติควรหยุดทันที อีกทั้งการดูแลสุขภาพแบบแพทย์แผนไทยยังเน้นทำยาที่ฤทธิ์อ่อน ค่อยเป็นค่อยไป ไม่เน้นความแรง เพื่อดูแลและรักษาระยะยาวอย่างปลอดภัยโดยไม่ทำลายธาตุและอวัยวะที่สำคัญ การผสมตำรับยาในแพทย์แผนไทยจึงคำนึงถึงความสมดุลของความร้อนและเย็น หากใช้ยาร้อนเกินไปก็จะปรับโดสให้ลดลง เช่น ชงน้ำมากขึ้น ทานเว้นวัน หรือหยุดเป็นช่วง เพื่อให้ร่างกายมีเวลาฟื้นฟู สุดท้ายนี้ การใช้สมุนไพรหรือสารสกัดควรเป็นไปอย่างระมัดระวังและเหมาะสมตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันผลข้างเคียงและรักษาสมดุลร่างกายอย่างแท้จริง ผู้ที่สนใจดูแลตัวเองด้วยสมุนไพรควรศึกษาหาความรู้และฟังสังเกตร่างกายตัวเอง หากมีอาการผิดปกติควรหยุดใช้ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ไตวายหรือปัญหาอวัยวะภายในอื่นๆ การปรับสมดุลระหว่างฤทธิ์ร้อน-เย็นจึงเป็นหัวใจสำคัญของการใช้สารสกัดและสมุนไพรอย่างปลอดภัยและได้ผลดีในระยะยาว (ข้อมูลนี้มีความสอดคล้องกับคำอธิบาย "สะตุ ประสะ ฆ่าพิษยา" และแนวคิดการใช้ยาระดับโดสแรงที่มาจาก OCR ในบทความ)


