Tan
Tan
ตาลเฉาะ คืออะไร? ในภาษาพูดของหลายพื้นที่ “ตาลเฉาะ” มักหมายถึง “ลูกตาลอ่อน/เนื้อตาลอ่อน” ที่เอามา “เฉาะ” (ผ่า/สกัด/งัด) ออกมาจากเปลือกแข็งของลูกตาล แล้วนำเนื้อด้านในไปกินเป็นของหวานหรือของว่าง คล้ายๆ เวลาซื้อ “ลูกตาลอ่อน” ที่ร้านแล้วเขาแกะมาให้กินได้เลยนั่นแหละ เฉาะ แปลว่าอะไร? คำว่า “เฉาะ” โดยทั่วไปแปลว่า การสับ/ผ่า/กะเทาะ/งัดให้แตกหรือเปิดออก (มักใช้กับของที่มีเปลือกแข็งหรือหนา) เช่น เฉาะมะพร้าว เฉาะกะลา เฉาะเปลือกผลไม้ พอมาใช้กับตาลก็เลยเป็น “ตาลเฉาะ” คือ ตาลที่ถูกเฉาะเอาเนื้อออกมาแล้ว ตาลเฉาะกินยังไง อร่อยแบบไหน? ส่วนใหญ่ตาลอ่อนจะมีเนื้อใสๆ นิ่มเด้ง หอมอ่อนๆ กินเย็นๆ จะสดชื่นมาก รสชาติจะออกหวานนุ่ม (บางลูกหวานน้อย) เวลากินนิยม: - กินเปล่าๆ แช่เย็น - ราดน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลมะพร้าว (เพิ่มความหอม) - ใส่น้ำแข็งไส/รวมมิตร/ลอดช่อง - ทำเป็น “ตาลลอยแก้ว” โดยต้มกับน้ำเชื่อมใบเตย วิธีทำตาลเฉาะแบบบ้านๆ (ถ้าได้ลูกตาลมาทั้งลูก) 1) ล้างลูกตาลให้สะอาด แล้ววางบนเขียงที่มั่นคง 2) ใช้มีดหนักหรือมีดอีโต้ค่อยๆ เฉาะเปลือกด้านนอก (ระวังมาก เพราะเปลือกแข็งและลื่น) 3) พอเปิดได้แล้วจะเจอเนื้อ/จาวตาลอ่อนอยู่ด้านใน ใช้ช้อนงัดเอาออก 4) ล้างเนื้อที่ได้ด้วยน้ำสะอาด 1 รอบ แล้วแช่เย็นก่อนกินจะอร่อยขึ้น เคล็ดลับเลือกตาลเฉาะให้อร่อย ไม่ฝาด - เลือกเนื้อที่ใส นิ่มเด้ง ไม่ขุ่น ไม่มีกลิ่นเปรี้ยว - ถ้าซื้อแบบที่ร้านเฉาะมาแล้ว เลือกร้านที่แช่เย็นสะอาด น้ำแช่ใส ไม่ขุ่น - เนื้อตาลที่เริ่มเสียจะมีกลิ่นหมักๆ หรือรสเปรี้ยว ควรหลีกเลี่ยง ทำไมบางคนเรียกต่างกัน? บางพื้นที่อาจเรียก “ตาลอ่อน” บางพื้นที่ติดคำว่า “เฉาะ” เพื่อสื่อว่าเป็นตาลที่ถูกผ่า/แกะแล้ว พร้อมกินทันที เลยกลายเป็นคำติดปากว่า “ตาลเฉาะ” ถ้าคุณเจอคำนี้ในเมนูหรือในตลาด โดยมากหมายถึง “ลูกตาลอ่อนที่เฉาะเอาเนื้อออกมาแล้ว” นั่นเอง



































































