Homecooking🤎

เบื่อแล้วพะโล้แบบเดิมๆ

#ไข่พะโล้หมูสามชั้นซอสขลุกขลิก

ราดกับข้าวสวยร้อนๆ สามชั้นนุ่มๆ คือสุดดดด 🥚

วัตถุดิบ

- หมูสามชั้น 500 กรัม

- ไข่ต้ม 10 ฟอง

- สามเกลอ 1 ช้อนโต๊ะ

- ผงพะโล้ 1 ซอง

- เครื่องพะโล้ (โป๊ยกั๊ก และอบเชย)

- ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนโต๊ะ

- ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ

- เกลือ 1 ช้อนชา

- น้ำตาลปี๊ป 5 ช้อนโต๊ะ

- น้ำเปล่า 800 มิลลิลิตร

- น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

- ตั้งกระทะ ใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันเริ่มร้อน ใส่สามชั้นลงไป ผัดพอเริ่มสุก ใส่ผงพะโล้ สามเกลอ ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วดำ น้ำตาลปี๊ป และเกลือลงไป ผัดส่วนผสมให้พอเข้ากัน

- ตามด้วย เครื่องพะโล้ (โป๊ยกั๊ก และอบเชย) ผัดให้พอเข้ากัน เติมน้ำลงไป และใส่ไข่ต้ม อยากใส่กี่ฟองก็ได้เลยนะคะตรงนี้ คนส่วนผสมให้เข้ากัน และรอจนน้ำงวดเกือบแห้ง (จริงๆ จะเท่านี้เลยก็ได้นะคะ แต่แป้งอยากให้น้ำข้นนิดๆ เลยใส่น้ำละลายแป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะลงไปเพิ่ม ให้ซอสมีความข้นเหนียวมากขึ้นค่ะ)

#หมูพะโล้ #homecook #พะโล้แห้ง #thailand

อำเภอเมืองนนทบุรี
2025/9/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครเสิร์ช “พะโล้ขาหมู” แล้วอยากได้แบบน้ำขลุกขลิกเข้มๆ (แนวพะโล้แห้งราดข้าว) เราว่าทำเองที่บ้านง่ายกว่าที่คิดค่ะ สูตรในโพสต์นี้ใช้หมูสามชั้นก็อร่อยมาก แต่ถ้าอยากปรับเป็น “พะโล้ขาหมู” ให้ได้ฟีลหนังนุ่ม เนื้อเปื่อย ซอสเข้มข้น ทำตามทริคนี้ได้เลย 1) เลือกชิ้นขาหมูให้เหมาะ ถ้าชอบเนื้อเยอะ เลือกส่วน “คากิ+เนื้อ” หรือขาหน้าจะนุ่มเร็วกว่า ส่วนขาหลังจะชิ้นใหญ่ เคี่ยวนานขึ้นเล็กน้อย แนะนำให้ขอเขียงช่วยหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จะเคี่ยวเข้าซอสดีกว่า 2) ลวก/ล้างกลิ่นก่อนเคี่ยว (ช่วยให้น้ำพะโล้ใสและหอม) เราจะลวกขาหมูในน้ำเดือด 3–5 นาที แล้วเทน้ำทิ้ง ล้างคราบฟอง/ไขมันออก ขั้นตอนนี้ช่วยลดกลิ่นและทำให้ซอสพะโล้รสสะอาดขึ้นค่ะ 3) ผัดเครื่องให้หอมก่อนเติมน้ำ จุดที่ทำให้พะโล้บ้านๆ หอมเหมือนร้าน คือ “ผัดสามเกลอ + ผงพะโล้ + ซอสหอยนางรม + ซีอิ๊วดำ + น้ำตาลปี๊ป” ให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยใส่โป๊ยกั๊กกับอบเชยตาม พอเครื่องหอมค่อยเติมน้ำ ขั้นตอนนี้ทำให้กลิ่นเครื่องพะโล้เด่น ไม่จืด 4) เคี่ยวให้นุ่มแบบไม่เละ ถ้าใช้หม้อธรรมดา ให้เคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 1.5–2.5 ชม. (แล้วแต่ชิ้น) ระหว่างเคี่ยวช้อนฟองทิ้งเป็นระยะ จะได้ซอสสวย ๆ ถ้าใช้หม้อแรงดันจะเร็วมาก ประมาณ 35–50 นาที แล้วค่อยเปิดฝามาเคี่ยวให้งวดอีกครั้ง 5) ทำให้ “ขลุกขลิก” แบบพะโล้แห้ง พอขาหมูนุ่มแล้ว เปิดไฟกลาง เคี่ยวให้น้ำงวดลงจนเริ่มเคลือบเนื้อ ถ้าชอบซอสข้นเงาแบบในรูป (ซอสพะโล้เข้มข้น) ให้ผสมน้ำกับแป้งข้าวโพดเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ใส่ (ทีละนิด) คนจนได้ความหนืดที่ชอบ ระวังอย่าใส่เยอะทีเดียวเพราะซอสจะเป็นวุ้นค่ะ 6) ไข่พะโล้ให้สวยและเข้าเนื้อ ถ้าใส่ไข่ต้ม แนะนำปอกแล้วใช้ส้อมจิ้มๆ ให้มีรอยนิดหน่อย ไข่จะดูดซอสพะโล้ได้ดี สีเข้มสวย กินกับขาหมูคือเข้ากันมาก สุดท้ายเราชอบเสิร์ฟพะโล้ขาหมูแบบขลุกขลิกกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วตัดเลี่ยนด้วยผักกาดดอง/พริกน้ำส้ม หรือจะโรยกระเทียมเจียวก็หอมมาก ใครลองทำแล้วอยากได้รสหวานนำหรือเค็มนำ ปรับน้ำตาลปี๊ปกับซีอิ๊วได้ตามสไตล์เลยค่ะ