Review Made Mercedes-AMG GLC43 Stage 2Oil E20 + Flame Tune 🔥
Mercedes-AMG GLC43 Stage 2
E20 + Flame Tune Oil 🔥
Before June
341.6 whp / 486 Nm
After June
411.5 whp / 657 Nm
Increase about
+ 69.9 whp / + 171 Nm
The torque around the middle is clear, press and know that the car has changed a lot, and this one we wear the Flame Tune.
Information force
Signature Fire
# FlameTune # MercedesBenz # 43 Diwa
เมื่อนึกถึงการจูนรถยนต์สปอร์ตระดับพรีเมียมอย่าง Mercedes-AMG GLC43 ผมเองก็อยากแชร์ประสบการณ์หลังการจูนด้วยโปรแกรม Stage 2 ที่ใช้ควบคู่กับน้ำมัน E20 และ Flame Tune ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังและแรงบิดของรถได้ชัดเจนจริงๆ หลังจากได้ติดตั้งจูน Stage 2 พร้อมใช้ Flame Tune ผมสังเกตได้เลยว่าการตอบสนองของแรงบิดในรอบกลางนั้นแน่นขึ้นมาก เมื่อกดคันเร่งรู้สึกถึงความแตกต่างเด่นชัด รถทำแรงดึงดีขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่เร่งแซงบนทางหลวง นอกจากนี้พละกำลังที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 341.6 whp และ 486 Nm มาเป็น 411.5 whp และ 657 Nm คือการเพิ่มขึ้นที่เห็นได้จริงโดยไม่ต้องจินตนาการ น้ำมัน E20 ที่ใช้กับรถยนต์สมรรถนะสูงแบบนี้ยังช่วยเรื่องการเผาไหม้ที่ดีขึ้น และลดการสะสมของคราบเขม่าภายในเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับประหยัดน้ำมันมากกว่าเดิมด้วย ส่วน Flame Tune นั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่โปรแกรมเพื่อลดแรงหน่วงหรือเพิ่มแรงม้าเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับแต่งจุดระเบิดและระบบจ่ายน้ำมันในเครื่องยนต์อย่างละเอียด ทำให้ข้อมูลแรงม้าสอดคล้องกับสมรรถนะจริงบนท้องถนน อีกทั้งเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่เมื่อรถต้องรับแรงกดมาก ๆ ชิ้นส่วนไฟด้านหลังที่มีลายเซ็นเฉพาะตัวก็เป็นจุดที่ทำให้รถดูมีเอกลักษณ์อีกด้วย ซึ่งไม่เหมือนกับการจูนทั่วไปที่เน้นแค่แรงม้าเท่านั้น ความลงตัวระหว่างการเพิ่มสมรรถนะและเรื่องสุนทรียภาพในการขับขี่จึงถือเป็นจุดเด่นสำหรับเจ้า GLC43 คันนี้ ถ้าใครกำลังมองหาการจูนรถที่นอกจากแรงขึ้นแล้ว ยังใส่ใจเรื่องข้อมูลสมรรถนะจริง รถยนต์ Mercedes-AMG GLC43 กับน้ำมัน E20 และ Flame Tune ถือเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่าอย่างแน่นอนครับ
























































