สื่อการเรียนช่างยนต์

มอเตอร์โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

_____________________________________>>>

1. Shaft Seal (ซีลเพลา): ป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันหรือสารหล่อลื่น

2. Drive End (DE) Bearing (ลูกปืนด้านขับ): รองรับเพลาและช่วยให้หมุนได้อย่างราบรื่น

3. Drive End (DE) End Shield (ฝาครอบด้านขับ): ป้องกันฝุ่นละอองและความชื้น

4. Wavy Washer (แหวนรอง): ช่วยลดการสั่นสะเทือนและป้องกันการคลายตัวของน็อต

5. B14 Flange (หน้าแปลน B14): ใช้สำหรับติดตั้งมอเตอร์กับอุปกรณ์อื่น ๆ

6. Rotor with Shaft (โรเตอร์พร้อมเพลา): ส่วนที่หมุนของมอเตอร์

7. B5 Flange (หน้าแปลน B5): ใช้สำหรับติดตั้งมอเตอร์กับอุปกรณ์อื่น ๆ

8. Stator Housing with Stator Inside (โครงมอเตอร์พร้อมสเตเตอร์ภายใน): ส่วนที่อยู่กับที่ของมอเตอร์

9. Circlip for fixing the bearing at NDE (คลิปสำหรับยึดลูกปืนที่ NDE): ยึดลูกปืนให้อยู่กับที่

10. Non-Driven End (NDE) Bearing (ลูกปืนด้านตาม): รองรับเพลาและช่วยให้หมุนได้อย่างราบรื่น

11. NDE End Shield (ฝาครอบด้านตาม): ป้องกันฝุ่นละอองและความชื้น

12. Cooling Fan (พัดลมระบายความร้อน): ช่วยระบายความร้อนออกจากมอเตอร์

13. Fan Cover (ฝาครอบพัดลม): ป้องกันอันตรายจากพัดลม

14. Terminal Box (กล่องขั้วต่อสายไฟ): ใช้สำหรับต่อสายไฟเข้ากับมอเตอร์

15. Terminal Block with 6 pins and connection links (ขั้วต่อสายไฟ 6 ขา): เป็นจุดเชื่อมต่อสายไฟ

16. Terminal Box Lid (ฝาปิดกล่องขั้วต่อสายไฟ): ป้องกันฝุ่นละอองและความชื้น

#ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #ช่างยนต์ #ความรู้รอบตัว

__________________________________________😊

สาระดีๆกดติดตามได้ที่นี่: Ritspeed

2025/9/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังทบทวน “ส่วนประกอบของมอเตอร์พัดลม/มอเตอร์ไฟฟ้า” เวลาแกะซ่อมหรือเรียนในห้อง ผมขอแชร์วิธีจำและวิธีเช็กอาการจากชิ้นส่วนหลัก ๆ ให้ใช้งานได้จริงมากขึ้นครับ 1) แบ่งภาพรวมให้เป็น 4 กลุ่ม จะจำง่าย - ชุดหมุน (Rotor with Shaft) = โรเตอร์พร้อมเพลา เป็นตัวหมุนสร้างแรงบิด - ชุดอยู่นิ่ง (Stator + Stator Housing) = สเตเตอร์อยู่ในโครงมอเตอร์ เป็นขดลวด/แกนเหล็กที่สร้างสนามแม่เหล็ก - ชุดรองรับการหมุน (DE/NDE Bearing, Circlip, Wavy Washer) = ลูกปืนด้านขับ/ด้านตาม + ตัวล็อก ช่วยให้เพลาหมุนลื่นและอยู่ตำแหน่ง - ชุดระบายความร้อนและป้องกัน (Cooling Fan, Fan Cover, End Shield, Shaft Seal, Flange, Terminal Box) = ระบายความร้อน ป้องกันฝุ่น/ความชื้น และจุดต่อไฟ 2) จุดที่พังบ่อย และอาการที่เจอจริง - ลูกปืน DE/NDE: มักทำให้ “ดังหอน/ครืดคราด” ตอนหมุน ลองหมุนเพลาด้วยมือถ้าฝืดหรือมีสะดุด โอกาสสูงว่าลูกปืนเริ่มเสีย - ซีลเพลา (Shaft Seal): ถ้าเป็นมอเตอร์ที่มีน้ำมัน/จาระบีเกี่ยวข้อง แล้วมีคราบรั่วซึมบริเวณเพลา ให้สงสัยซีลก่อน - พัดลมระบายความร้อน: ใบพัดแตก/หลวมจะสั่นและเสียงดัง ทำให้มอเตอร์ร้อนเร็ว - กล่องขั้วต่อสายไฟ + Terminal Block 6 ขา: ถ้าขั้วหลวมจะเกิดความร้อนที่จุดต่อ บางทีเจอรอยไหม้หรือกลิ่นเหม็นไหม้ ให้ขันแน่นและเช็กสภาพสาย/หางปลา 3) ทำความเข้าใจ DE/NDE แบบช่าง ๆ - DE (Drive End) = ด้านขับ/ด้านที่ต่อโหลด (เช่น ใบพัด ปั๊ม สายพาน) - NDE (Non-Driven End) = ด้านตาม/อีกฝั่งที่ไม่รับโหลดโดยตรง เวลาหาลูกปืนหรือฝาครอบ (End Shield) ให้ดูว่าชิ้นส่วนอยู่ฝั่งไหน จะสั่งอะไหล่ไม่ผิด 4) Flange B5 กับ B14 ต่างกันยังไง (เจอบ่อยตอนติดตั้ง) - หน้าแปลน (Flange) คือหน้าจานสำหรับยึดมอเตอร์เข้ากับเครื่องจักร - B5 มักเป็นหน้าแปลนใหญ่ ยึดด้วยน็อตรอบวง - B14 มักเป็นหน้าแปลนเล็ก/ยึดระยะใกล้ (ขึ้นกับรุ่น) ก่อนยึดจริงแนะนำวัดระยะรูน็อตและหน้าจานให้ตรง ไม่งั้นเพลาจะเยื้อง ทำให้ลูกปืนพังไว 5) ทริกเล็ก ๆ ตอนประกอบกลับ - ใส่ Circlip ให้เข้าร่องสนิททุกจุด เพราะมีผลกับระยะลูกปืน - Wavy Washer ถ้าใส่ผิดด้าน/ขาด จะทำให้มีระยะคลอน เกิดเสียงและสั่น - ปิดฝาครอบ (End Shield, Fan Cover, Terminal Box Lid) ให้แน่น เพื่อกันฝุ่น/ความชื้น ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ลูกปืนและขั้วไฟเสื่อมเร็ว หวังว่ามุมนี้จะช่วยให้ดู “ภาพแยกชิ้นส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า” แล้วจับจุดได้ไวขึ้น ทั้งตอนเรียนและตอนทำงานหน้างานครับ

ค้นหา ·
เทคโนโลยียานยนต์