ใครเคยถูกตัดสินว่าเราไม่ดี จากคนที่ไม่รู้จักเราดีพอบ้าง?✨

ใครเคยถูกคนตัดสินทั้งที่ไม่เคยรู้จักเราจริงๆ บ้าง…

พิชาเคย…และยอมรับว่ามันเจ็บกว่าที่คิด 🫧

เพราะถูกตัดสินโดยแค่มองเราจากด้านเดียว

บางคนบอกว่า “เราเป็นคนขี้เกียจ ไม่อดทน”

เพราะเห็นเราหายไปจากโซเชียล

แต่พวกเขาไม่เคยรู้เลยว่า…

ในความเงียบนั้น เรากำลังซุ่มทำอะไรอยู่

เรากำลังวางแผนสร้างช่องขายของ รับงานรีวิว

ถ่ายคลิป ตัดต่อ พากย์เสียง มีลงหางานทุกวัน

และลงเรียนต่อเรื่องการทำ AI เพื่อพัฒนาตัวเอง

ทุกวันเต็มไปด้วยสิ่งที่ต้องทำ…เพียงแต่เราไม่ได้ประกาศให้ใครรู้

คนที่พูด…ก็ไม่ใช่คนใกล้ชิดอะไรนัก

จะทักมาหาก็ตอน “ขอยืมเงิน”

พอเราบอกว่าไม่มี เพราะกำลังตกงาน

ก็ถูกตัดสินทันทีว่า “นี่ไง ไม่อดทน ขี้เกียจ”

หัวใจตอนนั้น…เหมือนถูกบีบแรงๆ ทั้งที่ไม่ใช่ความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว

อีกครั้ง…เราโดนหาว่า “เป็นซึมเศร้า”

ทั้งที่ความจริงคือ เราเป็นแค่อินโทรเวิร์ต รักความสงบ เก็บตัว

ช่วงนี้จะออกจากบ้านเพื่อไปทำฟรีแลนซ์ใน Fastwork เท่านั้น

ตอนนี้ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่วุ่นวายกับใคร

ใช่…เราอ่อนไหวง่าย เวลาดูอะไรที่กระทบใจ

เช่น เรื่องครอบครัว ก็ร้องไห้ เพราะมันเป็นปมในใจเรา

ยอมรับว่าช่วงนี้เราจิตใจอ่อนแอ

อาจจะด้วยเจออะไรมาหลายๆอย่าง ทั้งผิดหวัง เสียใจ

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราป่วย

แฟนที่อยู่ด้วยกันทุกวันบอกว่า

“ไม่ต้องไปสนใจ คนพวกนั้นเห็นเธอแค่ด้านเดียว”

เพื่อนสนิทเกือบ 20 ปี ก็บอกว่า “มึงไม่ได้ซึมเศร้า แต่มึงแค่เป็นคนคิดมาก” และนั่นทำให้เรารู้ว่า…

อย่าให้เสียงของคนที่ไม่รู้จักเรา ดังกว่าเสียงของคนที่รักเรา

เราไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเองให้ใครที่มองเราเพียงผ่านๆ

เพราะชีวิตนี้…เราควรใช้เวลาอยู่กับคนที่รักเรา

มากกว่าคนที่เอาแต่ตัดสินเรา

ช่างมันเถอะ…

กลับมารักตัวเอง โอบกอดตัวเอง

และอยู่กับคนที่โอบกอดเรา…ในวันที่โลกภายนอกใจร้ายที่สุด 🤍

#สุขภาพจิต #ถามมาตอบไป #เรื่องพีค #lemon8ไดอารี่ #Howtoglowup

2025/8/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการถูกตัดสินโดยคนที่ไม่เคยรู้จักตัวตนจริง ๆ เป็นประสบการณ์ที่หลายคนต้องพบเจอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและความมั่นใจในตัวเองอย่างมาก ในบทความนี้ ผู้เขียนได้เล่าถึงความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกมองจากมุมเดียว และเข้าใจผิดว่าเป็นคนขี้เกียจหรือซึมเศร้า ทั้งที่ในความจริงแล้วกำลังตั้งใจทำงาน พัฒนาอาชีพ และเรียนรู้ความรู้ใหม่ ๆ เช่น การทำ AI การที่เราเลือกจะเงียบและไม่เปิดเผยทุกขั้นตอนในชีวิตกับสังคมออนไลน์ ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีอะไรทำ แต่เป็นวิธีการใช้เวลาเพื่อโฟกัสกับเป้าหมายและดูแลตัวเอง ปฏิกิริยาที่ได้รับจากคนรอบข้าง เช่น ถูกถามหายืมเงินแล้วถูกตัดสินทันที ยิ่งทำให้เกิดความเจ็บช้ำทางใจ การถูกเข้าใจผิดเรื่องสุขภาพจิต เช่น การถูกสงสัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า ในขณะที่จริง ๆ เป็นบุคลิกแบบอินโทรเวิร์ต ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและควรได้รับความเข้าใจที่ถูกต้อง คำแนะนำสำคัญคือ หลีกเลี่ยงการให้คำนิยามตัวเองโดยเสียงจากคนที่ไม่รู้จักเราอย่างแท้จริง และให้ความสำคัญกับคนที่รักและเข้าใจเราอย่างแท้จริง การรักตัวเองและยอมรับความเป็นจริงของตัวเองเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสุขภาพจิตที่ดี แทนที่จะเสียเวลาพิสูจน์ตัวเองกับผู้ที่ตัดสินจากความเข้าใจผิด นอกจากนี้ การสร้างกลุ่มคนสนับสนุนที่เข้าใจและพร้อมที่จะช่วยเหลือทั้งทางใจและทางอาชีพ จะช่วยให้เราก้าวข้ามช่วงเวลายากลำบากได้ดีขึ้น รวมถึงการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องก็ช่วยทำให้เรามีโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตและสร้างความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น สุดท้าย การดูแลสุขภาพจิตอย่างจริงจัง เช่น การฟังเสียงตัวเองอย่างเข้าใจ การพักผ่อนและรับมือกับความเครียด เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย แม้ว่าคนอื่นอาจไม่เห็น แต่ตัวเราเองคือคนที่ต้องใช้ชีวิตกับความรู้สึกเหล่านี้อย่างแท้จริง

20 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Krittiya
Krittiya

มันไม่ได้เป็นผู้ให้กำเนิด ไม่ได้เป็นผู้มีพระคุณ และไม่ใช่ครอบครัวหรือคนที่เรารัก ไม่ได้เลี้ยงดูเราสักหน่อย จะแคร์เพื่อ

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ GiFT
GiFT

Don’t care ค่ะ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม