Automatically translated.View original post

The company that once rejected us, called for another interview, going or not going? ✨

Have you ever been to an interview for a company?

"Framed" until it's over.

But suddenly the company called back and said there was a vacancy.

Would like to invite us to another interview! 😳

Of course, the brain is busy...

• Good to go? Afraid of wasting time twice

• Or not going? I'll miss a new opportunity that might be right.

How do we look at this? 👇

Some people see that his calling us back shows that we may have the qualities they want, but the last round may not be the rhythm.

But some people think that if they don't choose us, what difference is this time?

Personally, Picha sees it as having both advantages and disadvantages.

Advantage: It's an opportunity he still values in us. It means the first round experience isn't bad.

Disadvantages: If he doesn't choose again, he'll lose his senses and waste his time.

💬 What about your friends?

If the company that was already interviewed doesn't pass,

Call back. Are you going "go" or "not going"?

Let's share it in case it's an idea for people who are experiencing the same event. 🤔

# Ask and answer about work # Ask to answer ♪ Under the desk # Peak story

2025/8/18 Edited to

... Read moreถ้าคุณ “ได้งานแล้ว แต่อีกที่เรียกสัมภาษณ์” เราว่าคำตอบไม่ได้มีแค่ไป/ไม่ไปแบบตัดสินเร็ว ๆ เพราะมันขึ้นกับ “ต้นทุนเวลา + ความเสี่ยง + เป้าหมายงาน” ของเราจริง ๆ เราเคยเจอสถานการณ์คล้าย ๆ กัน เลยสรุปเป็นเช็กลิสต์ที่ใช้แล้วช่วยตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ 1) เช็กสถานะงานที่ได้แล้วให้ชัดก่อน - เซ็นสัญญาแล้วหรือยัง? มีวันเริ่มงานแน่นอนมั้ย? - ยังอยู่ช่วงรอตรวจประวัติ/ตรวจสุขภาพ/รออนุมัติไหม? ถ้ายังไม่ชัวร์ 100% การไปสัมภาษณ์อีกที่ถือเป็น “แผนสำรอง” ที่ดี แต่ถ้าเซ็นแล้วและใกล้เริ่มงานมาก ต้องชั่งน้ำหนักเรื่องมารยาทและความเสี่ยงที่จะเสียเครดิตค่ะ 2) อีกที่เรียกกลับมาเพราะอะไร (สำคัญมาก) เวลาบริษัทโทรมา ลองถามให้สุภาพว่า “ตำแหน่งนี้เป็นบทบาทเดียวกับรอบก่อนหรือเป็นตำแหน่งใหม่คะ?” - ถ้าเป็นตำแหน่งใหม่/ทีมใหม่: โอกาสเริ่มใหม่จริง และอาจเหมาะกว่าเดิม - ถ้าเป็นตำแหน่งเดิม: อาจเพราะคนที่เลือกไว้สละสิทธิ์/งบกลับมา/เปิดเพิ่ม ซึ่งไม่ได้แปลว่าเราไม่ดี แต่อาจต้องระวังเรื่องความชัดเจนของกระบวนการ 3) ตั้งเกณฑ์ว่า ‘คุ้ม’ สำหรับเราคืออะไร ลองให้คะแนน 1-10 ใน 4 เรื่องนี้ - เงินเดือน/สวัสดิการ - เนื้องานและเส้นทางโต - หัวหน้า/ทีม/วัฒนธรรม - ระยะทาง-เวลา-รูปแบบงาน (WFH/เข้าออฟฟิศ) ถ้าอีกที่ “ดีกว่าอย่างมีนัย” (เช่น เงินเพิ่มเยอะ งานตรงสายกว่า หรือโตได้จริง) การไปสัมภาษณ์ก็มีเหตุผลค่ะ 4) ถ้าจะไปสัมภาษณ์ ควรบอก HR ยังไง ตัวอย่างตอบรับแบบสุภาพ: “ขอบคุณมากนะคะที่ติดต่อกลับมา สนใจพูดคุยรายละเอียดตำแหน่งค่ะ รบกวนขอ JD/ช่วงเงินเดือนคร่าว ๆ และรูปแบบการสัมภาษณ์ก่อนนัดได้ไหมคะ” การขอข้อมูลก่อนช่วยลดการเสียเวลา และดูโปรมากค่ะ 5) ถ้าไม่ไป ปฏิเสธยังไงให้ไม่ปิดโอกาส “ขอบคุณที่นึกถึงและชวนไปสัมภาษณ์นะคะ ตอนนี้ตัดสินใจรับข้อเสนอที่อื่นเรียบร้อยแล้ว เลยขออนุญาตไม่เข้าร่วมในรอบนี้ค่ะ หากอนาคตมีโอกาสเหมาะสมยินดีพิจารณาอีกครั้งนะคะ” 6) ทริกเล็ก ๆ ถ้ากำลังลังเล ถ้าบรรยากาศนัดสัมภาษณ์ได้ (เช่น นัดออนไลน์/นอกเวลางาน) เรามักเลือก “ไปฟัง” ก่อนอย่างน้อย 1 รอบ เพราะการคุยไม่ได้ผูกมัด แต่จะได้ข้อมูลจริงมาประกอบการตัดสินใจ โดยเฉพาะถ้าอีกที่เป็นบริษัทในฝันหรือแพ็กเกจดีกว่า สุดท้ายไม่มีคำตอบเดียวค่ะ บางคนเลือก “ไม่ไป” เพื่อรักษาคำพูดกับที่รับแล้ว บางคนเลือก “ไป” เพราะเส้นทางอาชีพสำคัญกว่า ลองใช้เช็กลิสต์นี้แล้วถามตัวเองว่า กลัวพลาดอะไรที่สุด: พลาดโอกาสใหม่ หรือพลาดความมั่นคงที่มีอยู่ตอนนี้ แล้วค่อยตัดสินใจค่ะ