โดน(อดีต)เพื่อนร่วมงานแอบอ้างรูปไปเป็นตัวเอง✨
🔸เรื่องมีอยู่ว่าพิชารู้จักกับอดีตเพื่อนร่วมงานนี้เมื่อ 5 ปีก่อน
เคยทำงานอยู่ทีมอยู่เดียวกัน แต่ตอนหลังพิชาย้ายไปทีมอื่น
ก็มีคุยกันบ้าง ส่วนใหญ่เขาจะทักมาคุยมาระบายเรื่องงาน
จนต่างคนต่างลาออกจากงาน พิชาไปอยู่บริษัทใหม่
ส่วนเขาลาออกไปเป็นแม่ค้าขายอาหารตลาดนัด
🔸ช่วงหลังเขาชอบโทรมาระบายเรื่องเงิน
บอกว่าไปยืมเง ินให้คนอื่น แล้วโดนเบี้ยว เขาต้องใช้หนี้แทนบ้าง
เงินไม่พอใช้เพราะมีลูกเล็ก ต้องซื้อนม ซื้ออาหารให้ลูก
และชอบเล่าเรื่องให้น่าสงสาร
🔸พิชารู้สึกว่าเกริ่นมาขนาดนี่ต้องมาขอยืมเงินชัวร์
และใช่จริงๆค่ะ นางเอ่ยปากขอยืมเงิน
พิชาก็ไม่ได้ให้เลยบอกเขาว่าพิชาก็ลำบากเหมือนกัน
เขาก็ไม่ลดความพยายาม ขอยืมอยู่ตลอดแต่พิชาก็ไม่ให้
🔸จนวันนึงเขาก็ใช้ความน่าสงสารบอกหายืมเงินไปซื้อของมาขาย
ขอยืมแค่ไม่กี่ชั่วโมง เดี๋ยวหกโมงเย็นคืนเลย
พิชาก็เลยสงสาร ให้เขายืมไป เผื่อจะต่อยอดให้เขาหาเงินได้
🔸ช่วงนั้นพิชาก็ตกงานอยู่เหมือนกันค่ะ
เลยบอกเขาว่านี่คือเงินก้อนสุดท้ายที่มี ถ้าให้ยืมแล้วต้องใช้นะ
เพราะนี่ก็ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้เหมือนกัน
เขาก็รับปากดิบดี จะคืนแน่นอน
🔸จนเวลาหกโมงเย็นตามนัด เขาเงียบไปค่ะ
เราเลยทักไปบอกว่าหกโมงแล้ว เขาก็ไม่ตอบ
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงเขาโทรกลับมา
สิ่งแรกที่พิชาได้ยินคือเสียงหัวเราะและบอกว่า ”ลืม“
🔸และสุดท้ายนางก็โอนเงินคืนมาให้
บอกตรงๆพิชาเสียความรู้สึกกับคนที่นัดแล้วไม่เป็นนัดมาก
เลยตั้งใจว่าจะไม่ช่วยเหลือเรื่องเงินอีกแล้ว
🔸เขาก็มีทักมาคุยระบายปัญเรื่องเงินอยู่บ่อยๆ
เอาจริงๆเรารู้สึกเหนื่อยที่ต้องมารับฟังปัญหาของเขา
เขาชอบพูดถึงลูก สู้เพื่อลูก ตัวเองอดได้แต่ลูกห้ามอด
ซึ่งนั่นมันเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ใช่เขาคนเดียวบนโลกที่สู้เพื่อลูก
คนอื่นก็สู้เพื่อลูก เพื่อครอบครัวเหมือนกัน แค่บางคนเขาไม่พูด
เราคุยกับเขาทีไรเราโดนดูดพลังงานดีๆทุกที
🔸พอพิชาไม่ให้ยืมเงินก็จะให้หาแหล่งปล่อยเงินกู้ให้
ซึ่งพิชาก็ไม่รู้ มีวันนึงบอกจะเอาที่ดินเข้ากับแบงค์ให้หาที่เอาเข้าให้หน่อย ไอ้เราก็รำคาญแต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือ
เลยไปถามเพื่อนที่สินเชื่อแบงค์และส่งโฉนดที่ดินของนางให้ดู
เพื่อนเลยบอกว่าอันนี้เอาเข้าไม่ได้นะ ที่ดินมันติดกับแบงค์อีกที่หนึ่ง
🔸พิชาก็แบบเอ้า!!! ตัวเขาเองก็รู้ว่าเอาที่ไปเข้ากับแบงค์แล้ว
จะมาให้ช่วยให้เข้าแบงค์ทำไมอีก งงอยู่พักนึงไม่รู้เขาต้องการอะไร
🔸จากนั้นสักพักเขาก็หายไปเลย ไม่ทัก ไม่โทรมา
FB เขาเงียบไม่อัพเดทอะไรทั้งนั้น พิชาก็รู้สึกว่าเขาเงียบไป
สงสัยไปทำงานเกาหลีแบบที่เขาเคยบอก มีชีวิตที่ดีไปแล้วมั้ง
ซึ่งก็ดีแล้วพิชารู้สึกตัวเองไม่ต้องรับพลังงานลบจากเขาอีกแล้ว
แต่! มันยังไม่จบค่ะ….
🔸อยู่ดีๆเขาก็เอา FB ใหม่ แอดมาหาพิชา
คือแบบคิดในใจว่า พลังงานลบกลับมาอีกแล้ว
จะไม่รับดีมั้ย สุดท้ายก็รับค่ะ😅
🔸พอเขากลับมาพิชารู้สึกเหนื่อยมากที่ต้องคุยกับเขา
เหมือนชอบเอาปัญหามาระบายให้ฟัง
จากวันดีๆกลายเป็น Bad day อยู่บ่อยๆ
🔸เราที่มีเรื่องเครียดของเราอยู่แล้ว
ยังต้องไปนั่งรับฟังปัญหาคนอื่นอีกอาจจะผิดที่พิชาด้วยที่ไม่กล้าปฏิเสธไม่งั้นคงได้เซฟสุขภาพจิตตัวเองได้ดีกว่านี้
🔸มารอบนี้ทักมา…ขอรูปที่พิชาลงในหน้า Feed
รูปที่พิชากำลังไลฟ์ขายของ โดยทักมาขอรูปที่ไม่มีพิชา
เพราะนางจะเอาไปลง เอาจริงๆก็สงสัยแหละ
แต่ก็ให้ไป เพราะคิดว่าคงจะลงแบบชื่นชมเรามั้ง
เราไลฟ์ขายของหาเงินในช่วงตกงาน
แต่ไม่เป็นแบบนั้นค่ะ
🔸นางเอาไ ปลงแอบอ้างเป็นตัวเอง
ตอนนั้นคือตกใจมาก ไม่คิดว่าจะทำถึงขนาดนี้
แคปชั้นก็ยังคงมีกลิ่นอายเหมือนทุกๆโพสต์ คือ “สู้เพื่อลูก” 😅
ลงทั้งในหน้าฟีดและสตอรี่เลย โอ้ย! จะบ้า
และที่สำคัญคนมากดถูกใจ มาให้กำลังใจนางเยอะมาก
ซึ่งเยอะกว่าพิชาที่เป็นเจ้าของรูปตัวจริงซะอีก
🔸ทุกคนว่าพิชาควรทำอย่างไงกับอดีตเพื่อนร่วมงานคนนี้คะ
บอกตรงๆว่าเขาทำพิชาเสียความรู้สึกหลายอย่าง
แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าจะคุยกับเขาทำไม
ทั้งที่เขาเป็นคน Toxic มาก
🔸ถ้าให้พูดตามตรงก็สงสารแหละ
อาจจะเพราะเขาชอบพูดว่าเขาโดนกระทำ
เจอแต่เหตุการณ์ร้ายๆ แล้วคือพิชาคือขี้สงสารคนอยู่แล้ว
เลยยังต้องรับฟัง ช่วยเหลือเขาอยู่
🔸ถ้าพิชาขอเซฟสภาพจิตใจตัวเองก่อน
จะบล็อค ไม่ติดต่อเขาแล้วพิชาจะผิดมั้ยคะ?
#เรื่องพีค #วันละโพสต์ #บิงโกงานเงิน #เพื่อนร่วมงาน #เรื่องเล่าความสัมพันธ์
จากประสบการณ์นี้ การเผชิญกับคนที่มีพฤติกรรมทรยศต่อความไว้ใจและบีบให้มีภาระทางการเงินโดยไม่ยอมรับผิดจริง ๆ เป็นเรื่องที่ท้าทายมากค่ะ เมื่อถูกคนที่เคยใกล้ชิดกันใช้ความน่าสงสารเป็นเกราะกำบังในการขอยืมเงิน และเอารูปส่วนตัวไปแอบอ้างเป็นตัวเอง เราอาจรู้สึกสับสนและเจ็บปวด แต่สิ่งสำคัญคือการรักษาตัวเองและไม่ปล่อยให้ความรู้สึกผิดหรือความสงสารกลายเป็นเหมือนบ่วงโซ่ที่ผูกมัดให้เราต้องรับพลังงานลบจากคนที่ไม่จริงใจ ถ้ารู้สึกว่าการติดต่อกลับไปจะส่งผลเสียต่อจิตใจ พยายามตั้งขอบเขตและกล้าปฏิเสธอย่างสุภาพนะคะ การบล็อคและงดตอบข้อความที่ทำให้เครียด ถือเป็นวิธีที่ช่วยเซฟสุขภาพจิตของเราได้ดีมาก ๆ นอกจากนี้ การระบายให้กับเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ไว้ใจฟัง ก็ช่วยแบ่งเบาภาระทางใจและช่วยให้เราได้ข้อคิดหรือแนวทางในการจัดการกับสถานการณ์เหล่านี้ค่ะ ท้ายที่สุด ความเข้าใจว่าทุกคนมีภาระและวิธีจัดการปัญหาของตัวเอง ถ้าเราไม่สามารถช่วยเขาได้โดยไม่เสียความสุขของตัวเอง ก็ควรเลือกถอยออกมาเพื่อดูแลตัวเองก่อนเสมอค่ะ




จริงๆรามองว่าไม่ผิดนะคะ แต่ก็ถ้าถิยได้ถอย แถมตามกฎหมายเรามีสิทธิ์ฟ้องเขาได้นะคะ เพราะเราเป็นเจ้าของรูป สู้ๆนะคะ