แชร์เทคนิคเปลี่ยนหุ่น เห็นการเปลี่ยนแปลงใน 1 เดือน✨
ขอเม้ามอยยาวนิดนึงนะเพื่อน ๆ
เพราะนี่คือเรื่องจริงของพิชาเอง 😅
เมื่อก่อนพิชาเคยเป็นสาวเอวบาง ร่างน้อย
สูง 160 น้ำหนักวนๆ อยู่แถว 52–53
เคยผอมสุด 48–49 แต่รู้สึกว่าผอมไป หน้าโทรม ไม่สวย
เลยประคองหุ่นที่ 52–53 มาตลอด
จนวันนึง…ชีวิตมันเปลี่ยนจริงๆ
ทำงานหนักมาก หนักแบบบ้าไปเลยก็ว่าได้
สุดท้ายต้องไปปรึกษาจิตแพทย ์ และได้ยามากิน
ช่วงกินยา คืออิ่มทิพย์มาก
ข้าวไม่กิน แม่ต้องมาเคาะห้องเรียกไปกินข้าว
น้ำหนักลงฮวบ หน้าโทรมเหมือนซอมบี้ 🧟♀️
จากนั้นก็ไม่ได้ไปหาหมอ ไม่ได้กินยาแล้ว
เท่านั้นแหละ…
enjoy eating แบบสุดทาง
กินไม่หยุด น้ำหนักเด้งมา 15 โลในไม่กี่เดือน
จากสาวร่างเล็ก
กลายเป็น 67 แบบงงๆ 😭
ความมั่นใจหาย เสื้อผ้าใส่ไม่ได้
ใส่อะไรก็ไม่สวย ถ่ายรูปออกมาคือนึกว่านางยักษ์
ที่หนักสุดคือ อึดอัด หายใจไม่สะดวก นอนกรนเหมือนหมู
จนแฟนนอนไม่หลับ 🐷
วันนั้นพิชาบอกตัวเองว่า
ในเมื่อหุ่นพังเพราะการกิน
เราก็ต้องหยุดมันที่ “การกิน” เหมือนกัน
ไม่โฟกัสออกกำลังกายก่อนนะ
เพราะไม่มีแรงจริง ๆ 😆
เลยเริ่มจาก “จัดการพฤติกรรมการกิน” แบบน ี้
⸻
📝 ตารางลดน้ำหนักของพิชา (ที่ทำจริง)
1️⃣ กินมื้อแรก 12.00 / หยุดกิน 18.00
ทำ IF แบบไม่เครียด
2️⃣ งดของหวาน น้ำหวาน
ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ใช้ผลไม้แทน
3️⃣ งดของทอด ของมัน
เน้นต้ม นึ่ง ยำ (เบา ๆ)
4️⃣ มื้อกลางวันกินได้เต็มที่
แต่ไม่ทอด ไม่มัน
พิชาชอบกินก๋วยเตี๋ยว
👉 ขอ ไม่ใส่กระเทียมเจียว ไม่ใส่กากหมู
5️⃣ มื้อเย็นไม่เน้นข้าว
กินแค่กับข้าว หรือข้าวนิดเดียว
6️⃣ ปิดท้ายด้วยผลไม้
ของโปรดคือ ฝรั่ง 🍏
⸻
ช่วงแรกบอกเลย…ทรมาน
หิวมาก ท้องร้องโครกคราก
แต่พิชาบอกตัวเองว่า
หิว = กินน้ำเปล่าไปก่อน
อดทนหน่อย เดี๋ยวร่างกายปรับได้
⸻
💖 ครบ 1 เดือน ผลลัพธ์คือ…
คนรอบตัวทักหมดว่า ตัวเล็กลง
ถ่ายรูปออกมาเริ่มสวย
เสื้อผ้าเก่า ๆ กลับมาใส่ได้
ดีใจจนตัวลอย 🥹✨
จาก 67 ➝ เหลือประมาณ 63
ตัวเลขอาจลงไม่เยอะ
แต่ “ทรงตัว” เล็กลงชัดมาก
เป้าหมายต่อไปคือ 52 เหมือนเดิม
อาจใช้เวลาอีกนิด
หลังจากนี้ตั้งใจจะเพิ่มเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย
ให้แข็งแรงขึ้น และหุ่นดีกว่าเดิม 💪
⸻
นี่คือเทคนิคเปลี่ยนหุ่นของพิชาที่อยากเอามาแชร์
เผื่อเพื่อน ๆ อยากเริ่มดูแลตัวเอง
เปลี่ยนหุ่นไปด้วยกัน 🤍
📌 เป็นเทคนิคที่พิชาใช้แล้วได้ผล
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ถ้ามีทริคอะไรดี ๆ เพิ่ม
พิชาจะมาเม้ามอยแชร์ให้อ่านอีกแน่นอน 💕
ใครกำลังเริ่มลดน้ำหนักอยู่
มาคุยกันใต้โพสต์ได้นะ
เราไม่ต้องผอมพร้อมกัน
แต่ขอ “รักตัวเอ ง” พร้อมกันก็พอ 🥰
#รีวิวตัวเอง #ดูแลตัวเอง #รีแคป2025 #ลดน้ําหนักด้วยตัวเอง #แชร์ทริค
หลายคนถามว่า “โปรแกรมลดน้ำหนัก” แบบที่ทำอยู่ควรเริ่มยังไงให้ไม่หลุด เราลองสรุปเป็นเวอร์ชันใช้งานจริงสำหรับคนที่ยังไม่พร้อมออกกำลังกายหนัก ๆ (เหมือนช่วงแรกของเรา) เผื่อเอาไปปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้เลย 1) ตั้งเป้าหมายให้ชัด แต่ไม่กดดันตัวเอง เราใช้เป้าหมายสั้น ๆ ก่อนคือ “ทำให้ตัวเล็กลงภายใน 1 เดือน” ไม่ได้โฟกัสตัวเลขอย่างเดียว เพราะบางคนร่างกายบวมน้ำ/รอบตัวลดก่อนน้ำหนัก ถ้ามีรูปก่อน-หลังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดและมีกำลังใจมาก 2) จัดโปรแกรมลดน้ำหนักแบบ 80/20 ช่วงลดจริง ๆ เราให้ความสำคัญกับ “การกิน” ประมาณ 80% และการขยับตัวเบา ๆ 20% (เช่นเดินเพิ่ม) เพราะถ้าฝืนซ้อมหนักทั้งที่ยังไม่มีแรง มักหลุดไปกินหนักกว่าเดิม 3) โครงสร้างมื้ออาหาร (ทำตามได้ทุกวัน) - มื้อแรก (เที่ยง): กินให้อิ่มได้ เน้นโปรตีน + ผัก + คาร์บพอดี เช่น ข้าว+ต้มจืด/แกงเลียง/ยำ หรือก๋วยเตี๋ยวแบบไม่ใส่กระเทียมเจียว ไม่ใส่กากหมู - มื้อเย็น (ก่อน 18.00): เบากว่ามื้อเที่ยง ลดข้าวลง กินกับข้าว/โปรตีนกับผักเป็นหลัก - ของว่าง: ถ้าหิวจริง ๆ ใช้ผลไม้แทน (เราชอบฝรั่ง) หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติเล็กน้อย แล้วนับรวมในช่วงเวลากิน 4) ทริคเวลาหิวระหว่างทำ IF ช่วงแรกหิวมากเป็นเรื่องปกติ เราใช้ 3 อย่างช่วยรอด: - น้ำเปล่า/ชาไม่หวาน: ดื่มก่อน 1 แก้วแล้วรอดู 10 นาที - เพิ่มโปรตีนในมื้อเที่ยง: จะอิ่มนานขึ้น เช่น ไข่ อกไก่ ปลา เต้าหู้ - นอนให้พอ: วันที่นอนน้อยจะอยากของหวานและของทอดมากเป็นพิเศษ 5) เมนูทางเลือกเวลาอยากของหวาน/ของทอด - อยากหวาน: เปลี่ยนเป็นผลไม้หวานน้อย (ฝรั่ง แอปเปิล เบอร์รี่) หรือดาร์กช็อกเล็กน้อย - อยากทอด: เปลี่ยนเป็นย่าง/อบ/หม้อทอดไร้น้ำมัน และคุม “ปริมาณ” ไม่ใช่แค่ชนิดอาหาร 6) เช็กความคืบหน้าแบบไม่เครียด นอกจากชั่งน้ำหนัก แนะนำวัดรอบเอว/สะโพก และลองใส่เสื้อผ้าตัวเดิมทุกสัปดาห์ บางทีน้ำหนักลงไม่เยอะ แต่ทรงตัวเล็กลงชัดมากแบบที่เรารู้สึกได้ ถ้าใครกำลังเริ่มทำโปรแกรมลดน้ำหนักเหมือนกัน ลองเริ่มจาก “คุมหวาน-ทอด + จัดเวลามื้ออาหาร” ก่อน พอร่างกายปรับได้ค่อยเพิ่มเดินหรือวิ่งเบา ๆ จะไปได้ไกลและไม่พังกลางทาง




