คำขอโทษจากพี่สาว…ที่น้องไม่ได้ยิน✨

ที่จำได้…พิชาเกลียดน้องชายตัวเองมาตั้งแต่เด็ก

ไม่ได้มีเหตุผลชัดเจนหรอก

แค่รู้สึกว่าน้องคือ “ภาระ”

คือคนที่ทำให้ชีวิตพิชายากขึ้น

พิชาเคยได้ยินญาติเล่าซ้ำๆตลอดว่า

พ่ออยากได้ลูกชายมาก

แต่พิชาดันเกิดมาเป็นลูกสาว

พอถึงวันที่น้องเกิด

พ่อดีใจมาก

ตั้งแต่นั้นมา ในความรู้สึกของพิชา

น้องคือ “คนที่ถูกเลือก”

ส่วนพิชา…ไม่ใช่

ตอนพิชา 9 ขวบ

พ่อไปทำงานที่ไต้หวัน…แล้ววันนึงพ่อก็นอนหลับไม่ตื่นอีกเลย

น้องตอนนั้นแค่ 4 ขวบ

ทุกอย่างตกอยู่ที่แม่

แม่ที่ต้องเลี้ยงลูกสองคนตามลำพัง

แม่ที่เหนื่อย เครียด และใช้อารมณ์มากขึ้นทุกวัน

เสียงตะคอก เสียงด่า เสียงตี

กลายเป็นเรื่องปกติของบ้านเรา

พิชาเริ่มเงียบ

เริ่มกลัวการพูด

กลายเป็นคนที่ไม่กล้าคุยกับใคร

เราสองคนพี่น้อง…โตมาแบบต่างคนต่างอยู่

มีอยู่ครั้งหนึ่ง

น้องหิว ขอให้พิชาต้มมาม่าให้

พิชาหงุดหงิดใส่

แต่ว่าสุดท้ายก็ทำให้

อีกวันหนึ่ง

พิชากำลังตกปลา

น้องอยากเล่นด้วย

พิชาไม่ให้

แล้วก็เผลอผลักน้องตกน้ำ

วินาทีนั้น…หัวใจพิชาหล่นวูบ

ยังดีที่น้องเกาะแขนพิชาไว้

พิชาดึงเขาขึ้นมา

แต่พิชาไม่เคยขอโทษ

เราแย่งทีวีกัน

ทะเลาะกันแทบทุกวัน

ไม่เคยคุยกันดี ๆ เลย

ยิ่งโต…พิชายิ่งเกลียดน้อง

ในสายตาพิชา

น้องคือเด็กเลว

มีเรื่องชกต่อย

เรียนไม่จบ

กินเหล้า

เมาแล้วขับ

ทำให้แม่ต้องเสียเงิน เสียใจอยู่ตลอด

พิชายิ่งมั่นใจว่า

ตัวเอง “คิดถูก” ที่เกลียดน้อง

บ้านเราไม่เหมือนบ้านอื่น

เราไม่เคยกอดกัน

ไม่เคยพูดว่ารัก

แทบไม่คุยกันด้วยซ้ำ

เราโตมาในบ้านที่…ไม่มีการแสดงความรักให้กัน

พอพิชาเรียนจบกลับมาทำงานที่บ้านก็มีแฟน

เขาดูน่าสงสารมาก

ไม่มีพ่อไม่มีแม่

ขยัน ช่วยงานที่บ้านพิชาทุกอย่าง

แม่เปิดร้านเกม

เขาก็มาช่วยเฝ้า

แต่ช่วงหลัง ๆ

รายได้หายไปเรื่อย ๆ

เขาบอกว่า

“น้องพิชาเอาเงินไป”

พิชาเชื่อทันที

เพราะมันตรงกับภาพที่พิชามีต่อน้องอยู่แล้ว

พิชาไปถามน้อง

น้องบอกว่า

“ไม่ได้เอาไป”

แต่ไม่มีใครเชื่อน้อง

รวมถึงพิชา

มีวันหนึ่ง

น้องมาขอเงินพิชา 20 บาท

บอกว่าจะเอาไปกินข้าว

พิชามี

แต่พิชาไม่ให้

เพราะพิชาหมั่นไส้

พิชาไม่สนด้วยซ้ำว่า

น้องจะหิวไหม

คืนนั้น…เหมือนทุกวัน

น้องออกไปข้างนอก

แล้วกลับเข้ามา

พิชาได้ยินเสียงน้องร้องเพลง

ก่อนจะขี่รถออกไปอีกครั้ง

พิชาไม่สนใจอะไรเลย

เพราะมัน “ปกติ”

และนั่น

คือเสียงสุดท้ายของน้องที่พิชาได้ยิน

ตี 2

แม่มาเคาะประตู

ร้องไห้แบบที่พิชาไม่เคยเห็นมาก่อน

“น้องรถชน…น้องตายแล้ว”

พิชาเงียบทันที หูวิ้งค์ สมองเบลอไปหมด

พิชายังไม่เชื่อ

พิชาวิ่งไปโรงพยาบาล

ไปห้องฉุกเฉิน

พิชาคิดว่าเขายังนอนรักษาในห้องนั้นอยู่

แต่สุดท้าย…พิชาก็เลิกหลอกตัวเอง

เดินไปหาน้องที่ห้องดับจิต

น้องนอนอยู่ในผ้าขาว

มีเลือดออกที่ขา ที่ศอก

ตัวน้องยังอุ่นอยู่เลย

เหมือนแค่คนนอนหลับ

แค่ไม่มีเสียงกรนเหมือนที่เคยได้ยิน

น้องที่พิชาเบื่อหน้านักหนา

จะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว

พิชาไม่ร้องไห้ในวันนั้น

เหมือนสมองว่างเปล่า

จนวันที่ 2

พิชาถึงเริ่มรู้สึก

แล้วน้ำตามันก็ไม่หยุดอีกเลย

ร้องไห้เหมือนคนเป็นบ้า

หลังจากน้องเสียไปสักพัก

กีต้าร์ที่น้องรักหายไป

สุดท้ายเรารู้ว่า

แฟนพิชาเป็นคนขโมยเอาไปจำนำ

และนั่น…ไม่ใช่เรื่องเดียว

เงินในร้านเกม…ที่โทษว่าน้องเอาไป

ทอง…ที่หายแล้วเขาโยนความผิดให้เพื่อนน้อง

อะไหล่คอมร้านเกมส์…ที่แอบแกะไปขาย

ทุกอย่าง

คือเขา

ไม่ใช่น้อง

น้องพูดความจริงมาตลอด

แต่น้องรู้ว่า

พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ

รวมถึงพิชา

เพื่อนน้องเคยบอกว่า

“มันห่วงพี่มันมากนะ

แต่พูดอะไรไป…ก็ไม่มีใครเชื่อมัน”

พิชาเพิ่งรู้ว่า

คนที่พิชาเกลียดมาตลอด

คือคนที่ห่วงพิชามากที่สุด

และคำหนึ่ง

ที่พิชาอยากพูดกับน้องมาตลอด

แต่ไม่มีโอกาสได้พูดแล้ว

คือคำว่า

“ขอโทษ”

พิชาอยากบอกทุกคนว่า

ถ้าคุณยังมีพี่น้องอยู่

ทำดีกับเขาให้มากนะ

พูดคำที่อยากพูด…ขอโทษ ขอบคุณ

แสดงความรักให้กันมากๆ

ก่อนที่มันจะไม่มีโอกาสได้พูด

เพราะชีวิตคนเรา

มันมีเรื่องคาดไม่ถึงตลอด

และสุดท้ายขอฝากถึงน้อง…

ถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีกครั้ง

สัญญาเลยว่า

จะเป็นพี่ที่ดีกว่านี้

จะไม่หงุดหงิด

จะไม่ตะคอก

จะบอกว่ารัก ขอบคุณ ขอโทษ…ให้น้องได้ยิน

ขอบคุณนะ

ที่เกิดมาเป็นน้องพี่ 🤍

#เล่าเรื่องในอดีต #เรื่องเล่าความสัมพันธ์ #สตอรี่ครอบครัว #รีวิวตัวเอง #Lemon8ชวนเล่า

5/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมมีคนถามว่า “เกลียดน้องทำยังไงดี” หรือพิมพ์คำว่า “ขอโทษนะน้องสาว/น้องชาย” แล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง เราเข้าใจมาก เพราะบางบ้านโตมาแบบไม่กอด ไม่พูดรัก และความเงียบมันทำให้ความรู้สึกผิด-ความน้อยใจสะสมเป็นความโกรธได้ง่ายกว่าที่คิด สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ คือ “ความเกลียด” บางทีมันไม่ใช่เกลียดคน ๆ นั้นจริง ๆ แต่อาจเป็นการเกลียดบทบาทที่เราถูกบังคับให้แบก เช่น ต้องเป็นพี่ที่ต้องเข้าใจ ต้องช่วยแม่ ต้องอดทน ทั้งที่ตัวเราก็ยังเป็นเด็กเหมือนกัน พอมีน้องเข้ามา เราเลยเผลอโยนความเจ็บปวดทั้งหมดไปให้น้อง เพราะมันมี “ตัวแทน” ให้โกรธ ถ้าวันนี้คุณยังมีพี่น้องอยู่ และรู้ตัวว่าความสัมพันธ์มันแข็ง ๆ ลองเริ่มจากวิธีที่ไม่ฝืนตัวเองเกินไป 1) เริ่มขอโทษแบบเฉพาะเจาะจง (ไม่ต้องดราม่า) แทนที่จะพิมพ์แค่ว่า “ขอโทษนะ” ลองบอกให้ชัดว่าเราขอโทษเรื่องอะไร เช่น “ขอโทษนะที่วันนั้นพูดแรง/ไม่เชื่อเธอ/ไม่ให้เงินไปกินข้าว” ประโยคสั้น ๆ แต่ตรง ทำให้เขารับรู้ได้ว่าเรามองเห็นความรู้สึกของเขาจริง ๆ 2) ถ้ายังพูดต่อหน้าไม่ได้ ให้เริ่มจากข้อความ บางคนติดคำในคอ พูดแล้วร้องไห้หรือกลัวทะเลาะ การส่งแชตเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก ลองใช้โทนแบบคุยจริง ๆ เช่น “เราไม่เก่งเรื่องพูดดี ๆ แต่อยากบอกว่าเราคิดถึง และอยากเริ่มใหม่” 3) อย่ารีบขอให้เขาให้อภัยทันที คำขอโทษที่ดีคือการรับผิดชอบ ไม่ใช่การเร่งให้เขาหายเจ็บ ถ้าเขาเงียบหรือยังไม่ตอบ นั่นไม่ได้แปลว่าเขาไม่รับรู้ แค่เขาอาจต้องใช้เวลา 4) ถ้าบ้านมีปมเรื่อง “พ่อ/แม่เลือกที่รัก” ให้คุยด้วยความจริงใจ หลายบ้านมีบาดแผลจากการเปรียบเทียบลูก เช่น “พ่ออยากได้ลูกชาย/ลูกสาว” หรือชมคนหนึ่งต่อหน้าอีกคน มันฝังลึกมาก ลองค่อย ๆ เล่าในมุมของเราโดยไม่กล่าวโทษ เช่น “ตอนเด็กเรารู้สึกว่าเราไม่ถูกเลือก เลยทำให้เราใจร้ายกับเธอ” 5) ทำสิ่งเล็ก ๆ ให้สม่ำเสมอแทนคำพูดยาว ๆ ซื้อของที่เขาชอบ ชวนกินข้าว ส่งเพลงที่นึกถึงกัน (เราเคยได้ยิน “เสียงร้องเพลง” เป็นครั้งสุดท้ายของน้องเลยยิ่งรู้ว่าช่วงเวลาธรรมดานี่แหละสำคัญ) ความสัมพันธ์ดีขึ้นจากการกระทำซ้ำ ๆ ไม่ใช่แค่คำสวย ๆ ครั้งเดียว สุดท้าย ถ้าคุณกำลังจะพิมพ์คำว่า “ขอโทษนะน้องสาว/น้องชาย” แต่ยังลังเล ขอให้พิมพ์วันนี้เลยก็ได้ ช้าไปหนึ่งวัน บางทีมันอาจไม่มีโอกาสแล้วจริง ๆ เราอยากให้เรื่องของเราเป็นแรงผลักให้คุณได้พูดคำว่า ขอโทษ ขอบคุณ และรัก…ในวันที่เขายังได้ยิน

ค้นหา ·
เรื่องเล่าความสัมพันธ์ในครอบครัว

24 ความคิดเห็น

รูปภาพของ teekean9
teekean9

เท่าที่อ่านดู ผมว่าน้องชายเค้าไม่เคยรู้สึกไม่ดีกับพี่สาวคนนี้เลยนะครับ และในทางกลับกัน เค้าน่าจะเป็นฝ่ายเข้าใจพี่สาวด้วยว่าทำไมพี่สาวถึงรู้สึกแบบนั้น เพราะตอนนั้นต่างก็ยังเป็นเด็กอยู่มาก รวมถึงสถานการณ์ในครอบครัวก็ทำให้บรรยากาศในบ้านเป็นแบบนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้คุณควรจะปล่อยวาง และทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วแบบนี้ดีกว่าครับ และที่สำคัญตอนนี้คุณก็ได้แก้ปัญหาแทบจะทุกอย่างให้ลงตัวเป็นอย่างดีแล้ว เป็นกำลังใจให้นะครับ

ดูเพิ่มเติม(3)
รูปภาพของ คุณกานดา
คุณกานดา

ดีแล้วที่เสียไปจะได้รู้ว่าอะไรสำคัญในวันที่ไม่มีกันอีกแล้วค่ะ

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม