ผมกำลังเปลี่ยน Workflow จาก “ทำสติกเกอร์” เป็น “ช่วยคิดสินค้าได้หลายแบบ”

ช่วงนี้ผมเพิ่มเนื้อหาใหม่ในคอร์สอีกแล้วครับ

รอบนี้ผมไม่ได้เพิ่มแค่ Prompt ใหม่

แต่ผมกำลังปรับ Workflow การทำสินค้าใหม่ทั้งระบบ

เพราะก่อนหน้านี้ Workflow ที่ผมใช้จะค่อนข้างเน้นไปทาง

Sticker Collection

คิด Collection

วาง 40 Designs

แบ่ง BLOCK

สร้างภาพ

ตรวจงาน

ทำ Preview

เตรียม Listing

แต่พอใช้จริงไปเรื่อย ๆ ผมเริ่มรู้สึกว่า

ถ้าคนเรียนอยากทำ

Planner

Clipart

ลายเสื้อ

Wall Art

Printable

เราจะเอากฎของ Sticker ไปใช้กับทุกอย่างไม่ได้ครับ

เช่น Planner ไม่ได้ต้องมี 40 ภาพ

Wall Art ก็ไม่ได้ต้องแบ่ง 4 BLOCK แบบ Sticker

ลายเสื้อก็มีวิธีคิดอีกแบบ

ผมเลยทำ Workflow ใหม่ขึ้นมา

รอบนี้เริ่มตั้งแต่คำถามแรกเลยว่า

“จะทำสินค้าให้ใคร?”

แล้วเขาจะ

“ซื้อไปใช้ทำอะไร?”

จากนั้นค่อยให้ AI ช่วยพาไปต่อว่า

Theme ไหนเหมาะ

Product ไหนเหมาะ

Style ไหนควรใช้

ควรทำออกมาเป็นรูปแบบไหน

แล้วค่อยแยกทางไปตามสินค้าจริง

ถ้าเลือก Sticker

AI ก็เดินระบบ Sticker

ถ้าเลือก Planner

ก็ไปอีก Workflow

ถ้าเป็น Clipart

ลายเสื้อ

หรือ Wall Art

วิธีทำต่อก็เปลี่ยนตามสินค้านั้นครับ

ผมกำลังทำคู่มือให้อ่านแบบ STEP 1 → STEP 2 → STEP 3 ไปเรื่อย ๆ

ไม่ต้องจำว่า

“ตอนนี้ต้องใช้ Prompt ไหน?”

หรือ

“ต้องเปิด Workflow ตัวไหน?”

เป้าหมายคือเราเริ่มจากแค่

“ผมอยากทำสินค้าเกี่ยวกับคนรักหนังสือ”

แล้วให้ AI ช่วยพาเดินตั้งแต่คิด

→ ออกแบบ

→ เลือกสินค้า

→ สร้าง

→ ตรวจ

→ ทำ Preview

→ เตรียม Listing

→ จัดไฟล์ส่งลูกค้า

ตอนนี้คู่มือเริ่มยาวหลายหน้าแล้วครับ 5555

และอันนี้จะเป็นหนึ่งในเนื้อหาใหม่ที่ผมเอาเข้าไปใช้ในคลาส 1:1 ด้วย

ผมอยากให้เวลาเรียนจบไปแล้ว

ไม่ได้กลับไปพร้อมแค่

“Prompt สำหรับทำสติกเกอร์”

แต่อยากให้กลับไปพร้อมระบบที่เอาไปคิดสินค้าใหม่ของตัวเองต่อได้ครับ

เดี๋ยวเสร็จสมบูรณ์แล้วจะเอาบางส่วนมาเปิดให้ดูอีกครับ

#etsy #passiveincome #digitalproduct #คอร์สเรียนออนไลน์ #เรียนEtsy

8/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในการสร้างสรรค์ผลงานดิจิทัล ผมเองก็ได้ลองปรับเปลี่ยนวิธีคิดและ Workflow การผลิตสินค้าของตัวเองจากเดิมที่เน้นเฉพาะการทำสติกเกอร์แบบ Collection ไปสู่การช่วยคิดสินค้าในรูปแบบต่างๆ เช่น Planner, Clipart, ลายเสื้อ, และ Wall Art ซึ่งแต่ละประเภทสินค้านั้นมีรูปแบบการออกแบบและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน สิ่งที่ผมพบคือ การใช้ระบบ Workflow เดิมที่เหมาะกับสติกเกอร์ เช่น การจัดวางแบบ 40 Designs หรือแบ่ง 4 Blocks ไม่สามารถนำไปใช้กับสินค้าประเภทอื่นได้ทั้งหมด เช่น Planner อาจไม่ต้องมีภาพเยอะขนาดนั้น หรือ Wall Art ก็ไม่ได้เน้นการแบ่งแบบเดียวกัน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมทำให้ระบบ Workflow ใหม่ขึ้น โดยเริ่มจากการตั้งคำถามที่สำคัญที่สุดก่อนทุกครั้ง คือ "จะทำสินค้าให้ใคร?" และ "เขาจะซื้อไปใช้ทำอะไร?" หลังจากนั้น AI จะเข้ามาช่วยในการวางแผนต่อว่า ธีมแบบไหนเหมาะสมกับสินค้านี้ รูปแบบใดควรใช้เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด โมเดลนี้ช่วยให้เราไม่ต้องจำเป็นต้องรู้คำสั่ง prompt ต่างๆ หรือต้องเลือก Workflow ที่ซับซ้อนเมื่อเปลี่ยนสินค้าไปเรื่อยๆ เพราะ AI จะนำทางให้เราไปตามเส้นทางที่ถูกต้องตามประเภทสินค้าและกลุ่มเป้าหมายโดยอัตโนมัติ จากประสบการณ์การใช้ AI เป็นผู้ช่วยสร้างสรรค์งานนี้ ผมได้พบว่า การแบ่งงานเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน เช่น คิดไอเดีย → ออกแบบ → เลือกสินค้า → สร้างผลงาน → ตรวจงาน → ทำ Preview → เตรียม Listing → จัดไฟล์ส่งลูกค้านั้น ทำให้ขั้นตอนการทำงานไม่ยุ่งยากและลดความสับสนลงมาก อีกทั้งยังช่วยให้คนที่เพิ่งเริ่มต้นสามารถตามขั้นตอนทีละขั้นได้ง่ายขึ้น ผมอยากให้คนเรียนของผมมีทั้งความรู้เรื่องคำสั่ง Prompt ที่จำเป็นสำหรับการสร้างสรรค์แบบต่างๆ รวมถึงระบบคิดที่จะช่วยให้ต่อยอดสินค้าใหม่ๆ ได้ด้วยตัวเอง ผมมองว่านี่เป็นการเตรียมความพร้อมให้สำหรับอนาคตที่การออกแบบและการขายสินค้าดิจิทัลจะต้องมีความหลากหลายและยืดหยุ่นตามความต้องการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สุดท้ายนี้สำหรับใครที่สนใจการใช้ AI มาเป็นตัวช่วยในการออกแบบและวางระบบการผลิตสินค้า ผมแนะนำให้ลองตั้งคำถามง่ายๆ กับตัวเองก่อนว่า "เราต้องการจะทำสินค้าแบบไหน และให้ใครเป็นผู้ซื้อ" เมื่อเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและวัตถุประสงค์ชัดเจนแล้ว การใช้เครื่องมือ AI จะช่วยขับเคลื่อนให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นจริงๆ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ มอสเล่าบ้าง
มอสเล่าบ้างผู้สร้าง

จะมีไฟล์สำหรับเทรนสกิลให้ Aiทำงานเป็นระบบสำหรับการสร้างสินค้าดิจิตอลบนEtsy ผมเน้นให้นักเรียนผมสามารถทำงานได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด