Automatically translated.View original post

First Katsu Midori Eating Review!

2/5 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “spicy menu” แล้วกำลังเล็ง Katsu Midori อยู่ บอกเลยว่าร้านนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ความเผ็ดแบบญี่ปุ่นๆ (เผ็ดหอม ไม่ใช่เผ็ดพริกไทยล้วน) แต่ต้องเตรียมใจเรื่อง “วาซาบิ” ด้วย เพราะของที่นี่เผ็ดขึ้นจมูกจริง แบบเผลอแตะนิดเดียวก็มีน้ำตาซึมได้เลย จากที่ลองครั้งแรก สิ่งที่เด่นมากคือซูชิแซลมอนชิ้นหนา กัดแล้วเต็มคำ เนื้อปลาเด้งดี และถ้าอยากได้ฟีลเผ็ดๆ แนะนำให้ลองเมนูแซลมอนราดซอสเผ็ด (หน้าตาคล้ายซอสน้ำมันพริกญี่ปุ่น) จะได้ความเผ็ดหอมมัน ตัดกับความหวานของแซลมอน ทำให้ไม่เลี่ยน กินเพลินกว่าที่คิด เหมาะกับคนที่ปกติกินเผ็ดได้ระดับกลางๆ ทริคสำหรับสายเผ็ดที่อยากคุมระดับความแซ่บ: - อย่าโปะวาซาบิทีเดียวเยอะ ให้แตะทีละนิดก่อน เพราะเผ็ดมากแบบ “วูบขึ้นจมูก” - ถ้าสั่งเมนูซอสเผ็ดอยู่แล้ว ให้ลดวาซาบิลง จะบาลานซ์รสได้พอดี - มีเลมอนที่เสิร์ฟกับปลาทอด บีบเพิ่มแล้วช่วยตัดมันและทำให้รสสดขึ้น กินคู่กับของทอดคือดีมาก ฝั่งของทอดอย่างปลาทอดและกุ้งทอดคืออีกจุดที่อยากให้ลอง เพราะชิ้นใหญ่ กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน กินสลับกับซูชิแล้วช่วยเปลี่ยนรส ทำให้มื้อนี้ไม่จำเจ ส่วนไข่ตุ๋นญี่ปุ่น (Chawanmushi) สำหรับเรารู้สึกเฉยๆ เป็นเมนูที่กินง่าย เน้นนุ่มละมุน เหมาะเอาไว้พักลิ้นระหว่างเมนูเผ็ดมากกว่า อีกเรื่องที่หลายคนพลาดคือ “คิวและเวลา” ร้านค่อนข้างฮิต ถ้าคิวขยับแล้วมาเลทได้ไม่เกินประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นมีสิทธิ์หลุดคิว แนะนำให้เผื่อเวลา เดินดูโซนใกล้ๆ แต่คอยเช็กตลอด จะได้ไม่เสียเที่ยว สรุปสำหรับคนอยากลอง spicy menu ที่ Katsu Midori: เลือกเมนูซอสเผ็ดกับแซลมอนคือเริ่มต้นที่ปลอดภัยและอร่อย ส่วนวาซาบิให้ค่อยๆ แตะ เพราะของจริงเผ็ดมาก แต่ถ้าจัดการดีๆ มื้อนี้จะฟินทั้งความสดของปลา ความกรอบของของทอด และความแซ่บแบบญี่ปุ่นครบเลย