Body Oylnes review 4 scents 4 styles ✨🌟
หลายคนถามเหมือนกันว่า NESS body oil กลิ่นไหนหอม และถ้าไม่เคยดมของจริงควรเริ่มจากกลิ่นไหน เราลองใช้แบบสลับกลิ่นอยู่ช่วงหนึ่ง (ทาหลังอาบน้ำเป็นประจำ) เลยสรุปเป็นไกด์เลือกกลิ่น + วิธีใช้ให้หอมและผิวดูฉ่ำขึ้นแบบใช้งานได้จริง 1) กลิ่น Floral – หอมละมุนมวลดอกไม้ โทนนี้จะออกนุ่มๆ ผู้ดี ไม่หวานเลี่ยน เหมาะกับวันทำงาน/วันที่อยากได้ลุคเรียบร้อย ถ้าใครชอบแนว “ออยล์ตัวหอม” ที่ไม่ฉุน กลิ่นนี้ปลอดภัยมาก เวลาเหงื่อออกก็ยังดูคลีนๆ ไม่ตีกับกลิ่นเหงื่อ 2) กลิ่น Frutti – หวานอมเปรี้ยว สดชื่นเหมือนเยลลี่ผลไม้ กลิ่นนี้จะให้ฟีลสดใส มีชีวิตชีวา เหมาะกับกลางวันหรือวันอากาศร้อนๆ ทาแล้วให้ความรู้สึกเฟรชขึ้นทันที ถ้าคุณชอบแนวหอมแบบน่ารักๆ ไม่เป็นผู้ใหญ่เกินไป อันนี้ตอบโจทย์ 3) กลิ่น Vanilla Croissant – หวานละมุน อบอุ่นเหมือนขนมอบใหม่ๆ ใครสายหวาน สายคาเฟ่ หรือชอบกลิ่นแนวกูร์มองด์ (ขนม/วานิลลา) จะหลงรักกลิ่นนี้มาก เหมาะกับตอนเย็น-กลางคืน หรือวันที่อยากให้คนทักว่าหอมแบบ “น่ากอด” แต่ถ้าไม่ถนัดกลิ่นหวาน แนะนำให้ทาบางๆ หรือผสมโลชั่นก่อนจะบาลานซ์กว่า 4) กลิ่น Richie – โทนสะอาด สดชื่น แต่มีความหรูติดแกรม อันนี้ให้ฟีลคลีนๆ เหมือนเพิ่งอาบน้ำ แต่มีความแพงๆ แฝงอยู่ ใช้ได้ทุกวันและเข้ากับน้ำหอมหลายแนว ถ้าเลือกไม่ถูกจริงๆ เริ่มจาก Richie โอกาสรอดสูง เพราะไม่หวานจัดและให้ภาพลักษณ์ดู “สวย รวย หรู” แบบซอฟต์ๆ ทริคใช้ NESS brightening body oil ให้หอมและผิวดูสวยขึ้น - ทาหลังอาบน้ำตอนผิวยังหมาดๆ จะเกลี่ยง่ายและให้ผิวดูฉ่ำเงาแบบกำลังดี - ถ้ากลัวเหนอะ ให้ทาทีละน้อย โดยเน้นจุดผิวแห้ง เช่น หน้าแข้ง ข้อศอก เข่า - อยากให้กลิ่นติดทนขึ้น: ทาโลชั่นไม่มีกลิ่นก่อน 1 ชั้น แล้วค่อยลงบอดี้ออยล์ (กลิ่นจะเกาะผิวดีขึ้น) - เลือกตามโอกาส: ทำงาน/ประชุม = Floral หรือ Richie, เดท/ดินเนอร์ = Vanilla Croissant, วันสบายๆ/เที่ยว = Frutti สรุปแบบเลือกเร็ว: ชอบหวานอบอุ่นเลือก Vanilla Croissant, ชอบสดใสผลไม้เลือก Frutti, ชอบดอกไม้ละมุนเลือก Floral, ชอบคลีนหรูใช้ได้ทุกวันเลือก Richie