Automatically translated.View original post

Try eating Japanese tomatoes that are popular.

3/30 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังลังเลว่า “มะเขือเทศญี่ปุ่นหวานจริงไหม” ขอเล่าประสบการณ์แบบคนที่ปกติเฉยๆ กับมะเขือเทศเหมือนกันนะคะ แต่พอได้ลองมินิโทเมโทญี่ปุ่นแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมถึงฮิต อย่างแรกที่สังเกตได้คือ “ความหวาน” จะมาแบบหวานฉ่ำๆ ไม่ได้หวานแหลม แล้วมีอมเปรี้ยวนิดๆ ทำให้กินเพลิน ไม่เลี่ยน จุดที่แนะนำให้ลองทำคือ “ผ่าครึ่ง” ก่อนกินค่ะ เพราะจะเห็นเลยว่าเนื้อด้านในค่อนข้างฉ่ำ เมล็ดและเจลด้านในดูสดมาก กลิ่นก็หอมกว่ามะเขือเทศทั่วไปนิดนึง (อันนี้รู้สึกได้ตั้งแต่ตอนผ่าค่ะ) หลายคนเจอคำว่า 8 Brix แล้วงงๆ ว่าคืออะไร—มันเป็นค่าประมาณความหวานของผลไม้/ผัก (ยิ่งเลขสูงโดยทั่วไปยิ่งหวาน) แต่ก็อยากบอกว่าต่อให้ค่า Brix เท่ากัน รสจริงอาจต่างได้ตามล็อต/การเก็บรักษา ดังนั้นถ้าซื้อครั้งแรก แนะนำเลือกแพ็กที่ลูกดูตึง ผิวใสเงา สีแดงสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงลูกที่นิ่มหรือมีรอยช้ำค่ะ ทริคเล็กๆ ให้หวานและกรอบน่ากิน: ถ้าจะกินแบบสด ลองแช่เย็นช่องธรรมดา 30–60 นาทีแล้วค่อยกิน ความฉ่ำจะเด่นขึ้น แต่ไม่แนะนำแช่จนเย็นจัดเกินไปนานๆ เพราะบางทีความหอมจะดรอปค่ะ และถ้ายังไม่กินทันที ให้เก็บทั้งแพ็กแบบไม่ล้างก่อน พอจะกินค่อยล้างและซับให้แห้ง จะช่วยให้ไม่เสียง่าย ไอเดียกินง่ายๆ ที่เข้ากับมะเขือเทศญี่ปุ่น: - กินสดเป็นของว่าง (ผ่าครึ่งแล้วโรยเกลือนิดเดียวก็อร่อย) - ทำสลัดแบบง่ายๆ ใส่น้ำมันมะกอก + บัลซามิก/โชยุเล็กน้อย - กินคู่ชีสหรือโยเกิร์ตแบบไม่หวาน จะตัดรสได้ดี ส่วนพิกัดที่เราเจอคือ Lopia สาขา Central แจ้งวัฒนะค่ะ บางช่วงของอาจหมดไวเพราะกระแสแรง ถ้าไปแล้วไม่เจอ ลองถามพนักงานหรือเช็กโซนผักผลไม้อีกฝั่ง เผื่อเค้าเติมของเป็นรอบๆ นะคะ