Automatically translated.View original post

Language scholarship review in Korea!!!

Found a secret scholarship to learn Korean. 🇰🇷

No refunds and tuition and accommodation. 🫶

I almost didn't see anyone reviewing it, so I asked to tell it myself.

I'll take you to see while in Korea. Please follow. ✨

1/27 Edited to

... Read moreสำหรับใครที่กำลังหา “ทุนเรียนภาษาเกาหลี” แบบจริงจัง ขอเสริมข้อมูลจากที่เราไปไล่อ่านประกาศ+เตรียมเอกสารเอง (เผื่อช่วยให้ตัดสินใจและวางแผนได้ง่ายขึ้น) ทุนที่เห็นบ่อยในไทยช่วงหลังคือ KSIF: King Sejong Institute Foundation Scholarship ซึ่งเป็นทุนเปล่าสำหรับเรียนภาษาเกาหลี ระยะสั้นประมาณ 10 หรือ 20 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับรอบ/สถาบันที่เข้าร่วม) จุดที่น่าสนใจคือหลายรอบ “ไม่ต้องมีคะแนน TOPIK ก็ยื่นได้” แต่จะมีเงื่อนไขทดแทน เช่น ต้องจบหลักสูตร/มีผลสอบหรือการประเมินตามที่กำหนด (บางประกาศอาจอ้างถึงการสอบ/หลักสูตรของสถาบันเซจง เช่น SKA) ดังนั้นอ่านประกาศปีนั้นๆ ให้ครบก่อนเสมอ สิ่งที่ทุนมักครอบคลุม: ค่าเทอมเรียนภาษา และ “ค่าที่พัก” (บางที่เป็นหอพัก/บางที่เป็นเงินสนับสนุนตามเงื่อนไข) แต่รายละเอียดจะต่างกันตามมหาวิทยาลัยหรือสถาบันในเกาหลีที่เข้าร่วม ซึ่งในประกาศจะมีตารางบอกเลยว่าที่ไหนรับกี่คน ค่าเทอม/ที่พักคิดยังไง และเรียนกี่สัปดาห์ เราแนะนำให้เลือกตัวเลือกโดยดู 3 อย่างพร้อมกัน: เมืองที่อยากอยู่ (ค่าใช้จ่ายต่างกัน), จำนวนรับ (โอกาสได้), และเงื่อนไขที่พัก (หอใน/หอนอก/ต้องสำรองจ่ายก่อนหรือไม่) เอกสารที่มักต้องใช้ (ลองทำเช็กลิสต์ไว้จะไม่พลาด): 1) ใบสมัครตามฟอร์ม 2) เรียงความ/Statement of Purpose (ทำไมอยากไปเรียนภาษาเกาหลี เป้าหมายหลังกลับมา) 3) ใบรับรองการจบ/ทรานสคริปต์ 4) สำเนาพาสปอร์ต 5) หลักฐานความสามารถภาษา/การจบหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) 6) เอกสารทางการเงิน (บางรอบขอเพื่อยืนยันว่าดูแลตัวเองได้ระหว่างอยู่เกาหลี) เคล็ดลับส่วนตัวคือ “เรียงความ” สำคัญมาก—เขียนให้เห็นภาพว่าไปแล้วจะต่อยอดยังไง เช่น ใช้ภาษาเพื่อเรียนต่อ ทำงาน หรือทำโปรเจกต์ที่เกี่ยวกับเกาหลี พร้อมยกตัวอย่างสิ่งที่ทำมาแล้ว (คอร์สที่เคยเรียน กิจกรรม ภาษา) เรื่องไทม์ไลน์: ทุนเรียนภาษาเกาหลีแนวนี้มักมีช่วงประกาศ–รับสมัคร–ประกาศผล–ยืนยันสิทธิ์–เปิดเรียนค่อนข้างชัด (โดยเฉพาะรอบ Spring 2026) แนะนำให้ติดตามข่าวจาก King Sejong Institute ในไทย/สาขาใกล้บ้าน เช่น King Sejong Institute Bangkok 2 และตั้งเตือนปฏิทินไว้ เพราะเดดไลน์เอกสารมักแน่นมาก สุดท้าย เผื่อคนสงสัยค่าใช้จ่ายอื่นๆ: ถึงทุนจะช่วยค่าเทอมและที่พัก แต่ยังควรวางงบ “กินอยู่-เดินทาง-ประกัน-ค่าทำวีซ่า/เอกสาร” เผื่อไว้ และเช็กว่าที่พักรวมค่าน้ำไฟ/อินเทอร์เน็ตไหม ถ้าต้องสำรองจ่ายก่อน ควรเตรียมเงินก้อนเล็กๆ ไว้กันพลาด ถ้าใครกำลังจะยื่นทุนเรียนภาษาเกาหลีเหมือนกัน แนะนำให้เริ่มจากอ่านประกาศล่าสุดให้ละเอียด เลือกสถาบันที่เหมาะกับเรา แล้วค่อยลงมือเตรียมเอกสารทีละชิ้น จะไม่เครียดตอนใกล้เดดไลน์