แนะนำตัวกันหน่อยฮะ🙏🏻😘

สวัสดีเพื่อนซี้ขาเม้าท์! 💖 "มิว" คนสวย วัย 33 รายงานตัวค่ะ 🙋‍♀️ ก่อนหน้านี้ชีวิตมิวก็เป็นสาวออฟฟิศทั่วไป กิน 🍝 เที่ยว ✈️ ทำงาน 💻 สลับไปมาตามประสาคนมีสมดุลชีวิตเป๊ะ! ✨

จนกระทั่งวันหนึ่ง… ร่างกายเจ้ากรรมดันเกิดอาการ "ไม่ปกติ" ขึ้นมา 🚨 ป่วยซะงั้น! 😱 และนั่นแหละค่ะคุณขา จุดเปลี่ยนชีวิตกำลังจะมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะการป่วยครั้งนี้ มันดันหายขาดไม่ได้ซะด้วยสิ 😭 ตอนได้ยินคือใจร่วงไปอยู่ตาตุ่มแล้วค่าาา 💔

ปลายปี 68 วันที่ 18/11/68 มิวเริ่มรู้สึกปวดข้อมือ 😩 ปวดข้อไปหมดทุกส่วน! 🦵 ขอย้ำนะคะว่า "ปวดข้อ" ค่ะซิส! 💥 อาการเริ่มจากข้อมือ ข้อนิ้วจิ๋วๆ 🤏 หัวเข่าก็ไม่เว้น 🦵 ข้อติดขัดไปหมดเลยค่ะ ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองใช้งานหนักไปหน่อย 🏋️‍♀️ ไม่ได้คิดว่าจะเป็นอะไรมาก แต่พอไปหาคุณหมอ 👩‍⚕️ คุณหมอก็แนะนำให้เจาะเลือด 💉 และรอลุ้นผล! ผลเลือดออกเท่านั้นแหละค่ะคุณผู้ชม! 📺 หมอบอกว่า "โรครูมาตอยด์" ค่ะ! 🤯 จากข้อมูลที่มิวแอบส่องในเน็ตมาเบื้องต้น 📲 มันก็เข้าเค้าเป๊ะ! ตอนนั้นกลัวมากกกก 😭 กลัวสุดๆๆ เพราะโรคนี้มันพิการได้นะแก! ♿️ แถมยังเป็นโรคที่ไม่หายขาด 🥺 ต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต ทำได้แค่ประคับประคองให้โรคสงบเท่านั้น 🕊️ หลังจากนั้นหมอก็ให้ยามากินอยู่ช่วงหนึ่ง ประมาณ 3 อาทิตย์ แรกๆ ก็ดี๊ดี 🥳 อาการปวดหายไปไวเหมือนเสก! ✨ แต่มันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิคะ! เพราะมิวดันมีเอฟเฟกต์จากยา 💊 ทำให้ต้องรื้อแผนวินิจฉัยและรักษาใหม่ทั้งหมดเลยค่ะ 🔄 แถมเวลาก็ล่วงเลยไปมากแล้วด้วย ⏳

อาการเอฟเฟกต์ที่ว่าเนี่ย เกิดขึ้นหลังกินยาไปได้ 3 อาทิตย์ 🤢 จู่ๆ ก็คลื่นไส้ 🤮 กรดไหลย้อน ♨️ เหมือนมีน้ำมาคาคอตลอดเวลา 💧 ร่างกายเริ่มประท้วงการกิน 🙅‍♀️ ไม่อยากอาหารอะไรเลย ข้าวก็ไม่ น้ำก็ไม่! 🍚 แถมยังอาเจียนทุกครั้งที่พยายามดื่มน้ำ 🤢 ทำให้น้ำหนักลดฮวบฮาบ 📉 อาการก็แย่ลงเรื่อยๆ จนต้องกลับไปหาหมออีกรอบ 👩‍⚕️ เป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์เลยค่ะ 🗓️ พอไปตรวจครั้งสุดท้าย คุณหมอให้ยาแก้อาเจียนมา 💊 แต่มันไม่ดีขึ้นเลยค่ะ เพราะมันไม่ใช่ต้นตอที่แท้จริง! 🤷‍♀️ ตอนนั้นมิวตัดสินใจเปลี่ยนโรงพยาบาล 🏥 ไปหาสาเหตุการป่วยใหม่หมดเลย! 🔍 เริ่มเจาะเลือดใหม่ 💉 เช็คแบบละเอียดทุกซอกทุกมุม! 🔬 มิวก็เล่าอาการทั้งหมดให้คุณหมอฟังอีกครั้ง 🗣️ หมอก็เลยให้เจาะเลือดเช็คและเห็นว่าอ่อนเพลียมาก 😩 ก็เลยให้ยาลดอาเจียน 💊 และให้นอนพัก 😴 ระหว่างรอผลเลือด 🩸 พอผลเลือดออกเท่านั้นแหละ สรุปว่าอาเจียนจนร่างกายขาดน้ำ 💦 ทำให้ไตวายเฉียบพลัน! 🚨 ต้องรีบแอดมิดให้น้ำเกลือด่วนจี๋! 🏃‍♀️ ตอนนั้นสติสตังค์ไปไกลแล้วค่ะคุณขา 🤪 เพราะไม่คิดว่าเรื่องมันจะลามไปถึงไตได้เลย! 😫 คุณหมออธิบายผลเลือดที่เจอทีละอย่าง 📊 แต่ที่หนักสุดคือค่าอักเสบในร่างกาย 📈 และค่าไตที่ลดลงแบบน่าตกใจ! 📉 หลังจากนั้นมิวก็ทำเรื่องส่งตัวไปแอดมิดโรงพยาบาลประกันสังคมค่ะ 🏥

ครั้งแรกกับการแอดมิดในวัย 33 ปี! 🛌 ไม่เคยคิดเลยว่าจะป่วยหนักขนาดนี้จริงๆ! 💔 และทุกอย่างก็เข้าสู่กระบวนการรักษาของคุณหมอค่ะ 👨‍⚕️👩‍⚕️ ไว้จะมาอัปเดตอาการให้ฟังอีกนะคะ เผื่อจะเป็นแนวทางดีๆ ให้เพื่อนๆ ได้สังเกตร่างกายตัวเองกันค่ะ 🧐

สุขภาพสำคัญมากนะคะคุณขา! 💯 ใช้ชีวิตแบบระมัดระวังตัวกันด้วยนะจ๊ะ! 😉

#ฝากติดตามกันด้วยน้าาาา 💖 #lemon8ไดอารี่ 🍋 #sleแพ้ภูมิตัวเอง 🦋 #pingan 🙏 #สุขภาพดีเริ่มต้นที่ตัวเรา 💪

รีวิวความป่วย (แบบสรุปสั้นๆ ให้หายสงสัย!)

😷 เป็นอะไร: SLE ลงระบบไต 🧬 เม็ดเลือด 🩸 ข้อกระดูก 🦴

🤒 อาการ: ปวดข้อ 😩 ซีด 👻 เลือดหาย 📉 ค่าไตลดลง 📉

🩺 การรักษา: คุณหมอให้ทานยา 💊 และฉีดยาคีโม 💉 (สู้ๆ นะมิว!)

🚫 ข้อห้าม: ห้ามทานอาหารเค็มจัด 🧂 สุกๆ ดิบๆ 🚫 เน้นทานจืดๆ 🍜 (ชีวิตนี้ต้องอดทน! 🧘‍♀️)

3/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่ได้แชร์มา เรื่องโรค SLE หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง เป็นโรคที่มีผลกระทบต่อหลายระบบในร่างกายอย่างมาก โดยเฉพาะตามที่มิวบอกว่าผลกระทบเกิดขึ้นกับข้อกระดูก ไต และเม็ดเลือด ซึ่งทำให้ผู้ป่วยต้องดูแลตัวเองอย่างระมัดระวังมากขึ้น ไม่ใช่แค่การกินยาเท่านั้น การได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ตั้งแต่แรกถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะโรคนี้ถ้าไม่ดูแลดีๆ อาจลามจนทำให้เกิดปัญหาที่รุนแรง เช่น การอักเสบที่ข้อ ทำให้เจ็บปวดและมีการติดขัดในการเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่งไตวายเฉียบพลันอย่างที่มิวพบ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาและดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สิ่งหนึ่งที่อยากแชร์ต่อคือเรื่องผลข้างเคียงจากยา โดยเฉพาะยาเคมีบำบัดที่มิวกินในช่วงแรก แม้ว่ายาจะช่วยลดการอักเสบและอาการปวด แต่ก็ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย น้ำหนักลด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำและอาการแทรกซ้อนอย่างที่มิวเจอ สำหรับผู้ป่วยอื่นๆ การสังเกตตัวเองว่ามีผลข้างเคียงแบบนี้หรือไม่จึงสำคัญมาก และควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีเพื่อปรับเปลี่ยนแผนการรักษา เรื่องอาหารก็เป็นประเด็นสำคัญไม่แพ้กัน ทีมแพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยโรค SLE ลดการบริโภคอาหารเค็มจัด อาหารดิบ หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจกระตุ้นให้โรคกำเริบ สิ่งเหล่านี้ช่วยลดภาระของไตและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้มากขึ้น ผู้ป่วยควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง เช่น อาหารจืดผักต้ม ปลา ไม่ใส่เครื่องปรุงรสจัด สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ที่กำลังเผชิญกับโรค SLE หรือโรคอื่นๆ ที่ต้องดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด ลองแบ่งปันประสบการณ์และข้อมูลกัน เพื่อช่วยให้ทุกคนมีความเข้าใจและวิธีการดูแลตัวเองได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับมือกับอาการ การรับประทานยา หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ เพื่อให้ชีวิตอยู่ร่วมกับโรคได้อย่างมีความสุขมากที่สุด

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Pingan
Pinganผู้สร้าง

มาร่วมพูดคุยเม้นท์มาเม้าส์กันได้นะคะ แลกเปลี่ยนความคิดกันค่ะ