Automatically translated.View original post

Which card is used abroad? ✈️ Showdown Travel Card vs Debit Card. What's the difference? 🤔 (Secretly whispering:

Foreign travel line, listen this way! Who is confused about whether to swipe overseas shopping? What kind of normal "Travel Card" or "Debit Card" is better worth using? Today, rely on the summary to listen to it in a single post. ✨

📌 Travel Card (Travel Card)

• Advantages: Redeem your lock-rate money in advance in a cheap app. / Free! 2.5% exchange rate risk (FX Fee) / Cash the ATM PTT is cheaper.

• Fits: Shop line. Value line that likes to look at the money rating and exchange the stock.

📌 Debit Card (Common Debit Card)

• Advantages: No need to redeem money in advance. How much baht is available in the account? Auto Shot / Easy to use in Thailand

• Fits: People who go on a fast trip don't want to think too much about exchanging money.

(💡 Do you know? Currently, some banks are for both of them! Bundle the top functions to include a single Hybrid card. Stay in Thailand as a debit, deducting baht. Go outside as a Travel Card, redeemable money. Plus, if the foreign money is not redeemed enough, the system has Smart Convert to pay immediately instead. It's convenient to shout!)

✨ Mom Trick: I recommend to carry both designs. Use the Travel Card primarily for economy and carry the debit card for emergency. 🥰

Who likes to use which card or which bank favorite card to review the drug label comments? 👇❤️

# Lemon 8 travel lines # TravelCard # Debit card # Travel abroad # Trick travel

5/23 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ที่ได้ใช้ทั้ง Travel Card และบัตรเดบิตเวลาท่องเที่ยวต่างประเทศ พบว่าแต่ละบัตรมีจุดเด่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกในแบบแตกต่างกันมาก Travel Card ช่วยให้เราสามารถล็อกอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าในช่วงที่เรทราคาดี ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเงินจะหมดค่าเมื่อแลกวันอื่น ซึ่งผมชอบใช้เวลาไปเที่ยวระยะยาวหรือมีแพลนช้อปปิ้งเยอะ เพราะช่วยประหยัดค่าธรรมเนียม FX Fee ถึง 2.5% อีกทั้งการกดเงินสดจากตู้ ATM ต่างประเทศยังมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าด้วย ส่วนบัตรเดบิตทั่วไป เหมาะกับคนที่ไปเที่ยวแบบกระทันหัน หรือคนที่ไม่ชอบเตรียมการอะไรล่วงหน้ามาก เพราะเราสามารถรูดจ่ายได้ทันทีโดยระบบจะตัดเงินบาทและแปลงสกุลเงินอัตโนมัติแบบช็อตต่อช็อต โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการแลกเงินล่วงหน้า นอกจากนี้ยังสะดวกเวลาที่อยูในไทยด้วย ปัจจุบันธนาคารหลายแห่งออกแบบบัตรประเภท Hybrid ที่รวมฟังก์ชันของ Travel Card และบัตรเดบิตไว้ในใบเดียว ทำให้การใช้จ่ายในและต่างประเทศสะดวกขึ้นมาก โดยบัตรนี้จะทำงานเหมือนบัตรเดบิตเมื่อใช้ในไทย และเปลี่ยนเป็น Travel Card เมื่อใช้ต่างประเทศ นอกจากนี้ระบบ Smart Convert ยังช่วยดึงเงินบาทมาใช้ถ้าราคาสกุลเงินต่างประเทศที่แลกไว้หมดอีกด้วย แนะนำให้พกบัตรทั้งสองแบบติดตัว เวลาเดินทางจริงผมจะใช้ Travel Card เป็นหลักเพื่อล็อกเรทและประหยัดค่าธรรมเนียม แล้วเก็บบัตรเดบิตไว้เป็นบัตรสำรองกรณีฉุกเฉิน เช่น เมื่อต้องจ่ายเงินที่ไม่รับบัตร Travel Card หรือเวลาที่บัตรหนึ่งมีปัญหา เรื่องนี้ช่วยให้การท่องเที่ยวราบรื่นไม่ติดขัด นอกจากนี้ก่อนแลกเงิน นักท่องเที่ยวควรติดตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละวันและเลือกเวลาที่เรทดีที่สุดสำหรับการแลกเงินล่วงหน้า รวมถึงตรวจสอบค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของบัตรแต่ละใบ เพราะบางบัตรอาจมีค่าธรรมเนียมกดเงินสดจากตู้ ATM ต่างประเทศ หรือค่าธรรมเนียมรายปีรวมอยู่ด้วย สุดท้ายแล้ว การเลือกบัตรสำหรับใช้ต่างประเทศควรพิจารณาจากลักษณะการเดินทางและพฤติกรรมการใช้จ่ายของแต่ละคน หากเน้นความคุ้มค่าและเตรียมตัวมาก่อน Travel Card จะเหมาะสมกว่า แต่ถ้าต้องการความสะดวกและไม่มีเวลาวางแผนมากนัก บัตรเดบิตธรรมดาก็ยังคงตอบโจทย์ได้ดี