Automatically translated.View original post

Which shampoo is good!?

2/6 Edited to

... Read moreช่วงที่ผมร่วงหนัก ๆ เรามักจะเริ่มจากการ “เปลี่ยนแชมพู” ก่อนเลย และสองตัวที่คนถามกันบ่อยมากคือ Tsubaki vs Diane (แชมพูญี่ปุ่นที่หาซื้อง่ายและมีทั้งขวดปั๊ม/ถุงเติม/ทรีทเม้นท์ครบ) เราลองสรุปแบบคนใช้งานจริงให้ค่ะ เผื่อช่วยตัดสินใจได้เร็วขึ้น 1) ถ้าคุณกังวล “ผมร่วง” จริง ๆ ต้องดูที่ต้นเหตุร่วมด้วย แชมพูช่วยได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องหนังศีรษะมัน อุดตัน หรือผมเปราะขาด แต่ถ้าร่วงจากความเครียด ฮอร์โมน หลังคลอด/หลังป่วย/พักผ่อนน้อย ต่อให้เปลี่ยนแชมพูก็อาจเห็นผลช้าหน่อย แนะนำให้สังเกตว่าเป็น “ผมหลุดจากราก” หรือ “ผมขาดกลางเส้น” เพราะการเลือกแชมพูจะคนละทาง 2) Tsubaki เหมาะกับคนที่อยากได้ผมนุ่มลื่น ดูมีน้ำหนัก จากที่ใช้ Tsubaki จะเด่นเรื่องความนุ่มและการเคลือบเส้นผม โดยเฉพาะคนผมแห้ง ปลายชี้ฟู หรือทำสี/โดนความร้อนบ่อย ๆ จะรู้สึกว่าผมลื่นขึ้นหวีง่ายขึ้น แต่ถ้าหนังศีรษะมันมาก ๆ หรือเป็นคนแพ้ง่าย อาจต้องระวังเรื่องความรู้สึกหนักผม/มันไว (ขึ้นกับสูตรและสภาพหนังศีรษะของแต่ละคน) 3) Diane เหมาะกับคนที่อยากได้บาลานซ์หนังศีรษะ + ดูแลผมเสีย Diane หลายสูตรจะให้ฟีลทำความสะอาดได้ดีและยังดูแลความนุ่มอยู่กลาง ๆ ไม่หนักเท่าแชมพูสายบำรุงจัด ๆ สำหรับคนที่โคนมัน ปลายแห้ง หรือรู้สึกว่าผมร่วงเพราะหนังศีรษะมัน/อุดตันง่าย Diane มักตอบโจทย์กว่า (แต่ก็ต้องเลือกสูตรให้ตรง) 4) วิธีเลือกให้เข้ากับ “ผมร่วง” แบบที่เจอบ่อย - ผมร่วงเพราะขาดง่าย/ผมเสีย: โฟกัสสูตรบำรุง + ใช้ทรีทเม้นท์ที่ปลายผม (อย่าลงโคน) - ผมร่วงเพราะหนังศีรษะมัน/คัน: เลือกสูตรทำความสะอาดอ่อนโยน ล้างให้ทั่วโคน และอย่าใช้ครีมนวดโดนหนังศีรษะ 5) ทริคใช้ให้เห็นผลขึ้น (สำคัญพอ ๆ กับยี่ห้อ) - สระ 2 รอบ: รอบแรกเอาความมัน/ฝุ่นออก รอบสองค่อยนวดหนังศีรษะ 1–2 นาที - ล้างนานกว่าที่คิด: คราบครีม/ทรีทเม้นท์ตกค้างทำให้คันและผมร่วงได้ - ทรีทเม้นท์/คอนดิชันเนอร์ลง “กลาง-ปลาย” เท่านั้น - เป่าผมให้แห้ง: หนังศีรษะอับชื้นทำให้คันและร่วงเพิ่มได้ ถ้าให้สรุปแบบเลือกง่าย: อยากได้ผมนุ่มลื่นสายบำรุงจัด ๆ เอนเอียงไปทาง Tsubaki แต่ถ้าอยากได้ความบาลานซ์ ล้างแล้วสบายหัว คุมมันได้ขึ้น และยังบำรุงอยู่ Diane มักเวิร์กกว่า ลองดูสภาพผมตัวเองเป็นหลัก แล้วค่อยเลือกคู่กับทรีทเม้นท์ให้เหมาะค่ะ