แชร์ประสบการณ์ ติดเชื้อราแมว

📍 จุดเริ่มต้น: เรารับน้องแมวใหม่เข้าบ้าน เราฟัดน้องทุกวัน ผ่านไปไม่กี่วันมีตุ่มคันขึ้นมา เราคิดว่าแค่ยุงกัด

แต่!! ตุ่มคันดูเริ่มมีขอบ คิดว่าใช่แน่ๆ เลยพาน้องแมวไปหาหมอ สรุป...น้องเป็นเชื้อราจ้าา

✅ อาการที่เจอ:

• เริ่มจากตุ่มคันๆ และตามด้วยวงแดงๆ คันยิบๆ

• ขอบวงชัดเจนและลามเก่งมาก

• ยิ่งเกายิ่งมัน ยิ่งคันยิ่งกระจาย!

วิธีรักษาที่ได้ผล (สำหรับเรา):

1️⃣ ไปหาหมอผิวหนัง+ ทายาเชื้อราตามหมอสั่ง 💊 เน้นย้ำ!!! ต้องทาต่อเนื่องห้ามหยุดแม้จะหายคันแล้ว!

2️⃣ ทำความสะอาด: ซักผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ผึ่งแดดจัดๆ หรืออบร้อนฆ่าเชื้อ

3️⃣ ไอเทมกู้ชีพ:

• ยาทา: ใช้ยาทาตามหมอสั่ง ทาเช้า-เย็น

• สบู่: ใช้สบู่ฆ่าเชื้อหรือแชมพูยาฟอกทิ้งไว้ 5 นาที ส่วนตัวเราใช้ asepso ที่มีส่วนผสมเปลือกมังคุด ฟอกทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก (สบู่สามารถหาซื้อได้ตาม 7-11 เลย หรือกดลิ้งค์ที่หน้าโปรไฟล์ได้เลยก็มีปักไว้ให้นะคะ 📍)

ระยะเวลารักษา:

เราใช้เวลารักษาเป็นเดือนกว่ารอยจะเริ่มจาง ถึงจะไม่คัน แต่ห้ามหยุดทายาเด็ดขาดนะคะ

ที่สำคัญ!!!….ต้องพยายามไม่เกา

✨ ปัจจุบันเราหายสนิท ไม่มีรอยทิ้งไว้เลย ✨

#เชื้อราแมว #แมว #ทาสแมว #ประสบการณ์ #ประสบการณ์เจ็บป่วย

1/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการติดเชื้อราแมวที่ได้รับการแบ่งปันไว้ในบทความนี้ ทำให้เกิดความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับการดูแลน้องแมวเมื่อเจอปัญหานี้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจำคือการตรวจอาการที่ไม่ธรรมดาของตุ่มคันและวงแดงที่ขอบชัดเจน รวมถึงความเร็วในการแพร่กระจายของเชื้อราที่ทำให้ต้องรีบป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ นอกจากการไปพบแพทย์ผิวหนังและทายาตามที่แพทย์สั่ง สิ่งที่นิยมและเหมาะสำหรับการดูแลที่บ้านคือการใช้สบู่ฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย เช่น สบู่ Asepso ที่มีส่วนผสมของเปลือกมังคุดซึ่งสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ การฟอกสบู่ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออกนั้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อราได้ดีขึ้น อีกหนึ่งข้อสังเกตสำคัญคือความต่อเนื่องในการทายา โดยแม้ว่าอาการคันจะหายไปแล้วแต่ก็ไม่ควรหยุดการทายาเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เชื้อรากลับมาเป็นซ้ำได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การรักษาความสะอาดโดยการซักผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้องแมว และการตากแดดหรืออบร้อนเพื่อลดเชื้อโรค ก็เป็นขั้นตอนที่ช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อราได้อย่างมาก สำหรับใครที่เลี้ยงแมวและอยากเตรียมตัวรับมือหากเกิดอาการติดเชื้อรานี้ ควรเฝ้าระวังอาการผิดปกติบนผิวหนังของทั้งคนและแมว เพราะเชื้อรานี้สามารถติดต่อได้ และหากมีอาการแพ้เกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ประสบการณ์นี้ยังย้ำเตือนถึงการไม่เกาหรือสัมผัสตุ่มคันบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เชื้อราแพร่ขยายตัวเร็วขึ้นและเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย สุดท้าย การมีความรู้และการดูแลอย่างถูกต้องร่วมกับการได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยให้น้องแมวจะแข็งแรงกลับมาเหมือนเดิมโดยไม่มีรอยแผลเป็นเหลืออยู่ เป็นความรู้ที่มีประโยชน์สำหรับทาสแมวทุกคนที่จะช่วยป้องกันและเฝ้าระวังการติดเชื้อราแมวในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

ค้นหา ·
อาการแมวเป็นเชื้อรา

9 ความคิดเห็น

รูปภาพของ N.Pleang🐱🐱
N.Pleang🐱🐱

เป็นเหมือนกันค่ะทายาไม่หายต้องใช้สบู่ที่กำจัดแบคทีเรียและคันโดยฉะเพราะถึงจะดีขึ้นแต่มันก็ไม่ได้หายขาดนะค่ะแต่เป็นน้อยลงจากที่เป็นเยาะๆๆขอเราเป็นเต็มขาเลย

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Caturday SayHi
Caturday SayHi

ใช้คาเนสเทนทาได้ค่ะ จากแม่แมว 11ตัวเลี้ยงแมวมา 14ปี 😂 ส่วนใหญ่เก็บมา ก็เลยได้ของแถมเป็น เห็บหมัดรา มาเป็นปกติ 😂

ดูเพิ่มเติม(6)