วันที่เหี้ยที่สุดในชีวิต

เรื่องราวคือว่า

วันนั้นเป็นวันเกิดแฟน แล้วเขาก็ไม่ดื่มจนหายไปทั้งคืน

ตื่นเช้ามาก็ยังไม่กลับมา

ซึ่งปกติแล้วเขาไปดื่มจะกลับมาประมาณตีสองตีสาม

ด้วยความที่ผิดปกติ เลยถามที่ทำงานเขาดู

ว่าได้ไปทำงานรึป่าว แต่ปรากฏว่าเขาไม่ได้ไปทำงาน

หายไปคนเดียวเลย ตั้งแต่ทุ่มกว่าของวันเกิดเขา

ถามคนที่ทำงานที่ดื่มด้วยก็บอกว่าแยกย้ายตั้งแต่สิงทุ่ม

จนสิบโมงเช้าของอีกวัน ติดต่อไม่ได้ เช็คทามไลเพื่อนที่ไปด้วยกันก็ไม่มีใครรู้ แล้วเราก็ต้องรีบไปที่ทำงานตัวเองเพราะสายมากแล้ว และถ้าเกิดอะไรขึ้นมา อย่างน้อยก็ปรึกษาพี่ที่ทำงานที่เขามีวุฒิภาวะสูงกว่าได้ จะได้ไม่ต้องกังวลคนเดียว อันตรายต่ออารมณ์ตัวเองด้วย

เราก็พึ่งตรวจเจอว่าตั้งครรภ์ก่อนวันเกิดเขาสองวัน

แต่ด้วยความที่เป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เพราะเขาหายไปแบบที่ไม่เคยเป็น อยากไปแจ้งความโทรถามเจ้าหน้าที่ที่สน. ก็บอกว่ายังไม่ครบ24ชม.

ยังไม่รับเรื่อง ติดต่อรพ.ใกล้ๆ ว่ามีเคสอุบัติเหตุของชื่อเขาไหม ก็ตรวจสอบไม่ได้ ติดต่อฉุกเฉินถามจากทะเบียนรถก็ไม่ได้ เราเลยลองโทรไปถาม เจ้าหน้าที่ที่ติดตามคนหาย โทรไปปรึกษาว่าเราเจอแบบนี้เล่าให้เขาฟัง เขาบอกว่าเคสนี้แจ้งความได้ ไม่ต้องรอ24ชม. กฎหมายใหม่ออกมาแล้ว

เท่านั้นแหละ เราก็จะไปสน.เพื่อแจ้งความ แต่ก็ยังคิดว่าเขาอาจจะกลับมาที่ห้อง เลยอยากวนมาดูที่ห้อง ที่ลานจอดรถอาจจะหลับในรถก็ได้

จึงได้ขอให้น้องที่ทำงานพามาด้วยรถมอไซค์

ด้วยยังไม่รู้อายุครรภ์ แต่จากประจำเดือนล่าสุด

คืออายุครรภ์ยังอ่อนมาก ไม่ได้นั่งมอไซค์ตั้งแต่ตรวจเจอ และเลี่ยงมาตลอดโดยเรียกรถในแอปมาทำงานตลอด

แต่วันนี้กลับต้องใจแข็งนั่งรถมอไซค์เพื่อตามหาแฟน

ใจเจ้ากรรมไม่มีหมวกกันน็อค แต่เจอด่านตำรวจ

จึงพากันเลี่ยงไปใช้ทางอื่นที่มันเป็นทางสะพานเล็กๆ ผ่านไปได้แค่มอไซค์ ข้างล่างสะพานเป็นน้ำ

เรากลัวความสูงกลัวแม่น้ำอยู่เป็นทุนเดิม(เพราะเคยเกือบจมน้ำ) ไม่กล้านั่งมอไซค์ ต้องเดินไปให้น้องขับมอไซค์ไปรอข้างหน้า เราแค่คิดว่าแค่เลี่ยงด่านได้ก็จะกลับไปทางเดิม แต่น้องเข้าใจผิดและไม่เคยขับทางนี้ด้วย ขับไปรอเราจนถึงซอยเข้าบ้านเรา ระยะเวลาที่เราเดิน เกือบครึ่งชั่วโมง

ระหว่างทางที่เดินก็ต้องสู้กับใจตัวเอง แล้วก็ไม่อยากคิดอะไรแต่ก็มองไปใต้สะพาน กลัวว่าจะเจอแฟนตัวเองอยู่ใต้นั้น คือมันกังวลจนคิดฟุ้งซ่านอ่ะ

เดินไปใกล้จะถึงกำลังจะเลี้ยวเข้าไปหาน้อง

จู่ๆก็มีผู้ชายคนนึงขับจักรยานมาอย่างเร็ว แขนหักใส่เฟือกข้างนึง

แล้วชี้หน้าเรา ว่าอย่ามาตอแหล แล้วเขาก็เลี้ยวเข้าไปทางน้องเรา ใจเราคือแบบ ชั้นไปทำเวรกรรมอะไรวะ

แล้วจะไปหาน้องก็ไม่กล้าไป ท้องก็เริ่มเจ็บ เหงื่อออกเต็มตัวเพราะความกลัวด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องฝืนใจเดินไปจะได้ตามหาแฟนต่อ

พอเจอน้องก็พาไปดูที่จอดรถ ไปที่ห้อง แล้วก็วนในซอยแต่ละแยกจนครบ เลยจะไปสน.

คือพยายามจนสุดทางแล้ว กลั้นน้ำตาจนไม่ไหวแล้ว

เลยใส่หมวกกันน็อคที่เอามาจากห้อง แล้วนั่งรถไปสน.

ไปจนจะถึงกำลังจะข้ามถนนไปสน.เบอร์แฟนโทรเข้ามา

แฟน: อ้วนอยู่ไหน

เรา: เรากำลังไปสน. เธออยู่ไหน ไปไหนมา

แฟน: เราอยู่ห้อง

เรา: ห้องไหน ห้องเราหรอ เราพึ่งไปมาทำไมไม่เห็น

แฟน: ห้องเราสิ เราพึ่งกลับมาถึงห้อง

เรา: รออยู่ที่ห้องนะ กำลังไป

พอเราเจอหน้าเขา คือเราไม่ขออะไรแล้ว แค่ปลอดภัย

จะไปไหน กับใคร หรือว่ามีใครคือเราไม่สนใจแล้ว

ปลอดภัยคือพอแล้ว

เราเลยให้เขาเลือกว่าอยากมีลูกไหม อยากมีเราอยู่ไหม หรือจะเอาแค่ลูก จะเอายังไง หรือไม่เอาอะไรเลย เราจะหายไปพร้อมลูก เราจะเลี้ยงลูกคนเดียวเอง

เขาก็บอกว่าลูกเขาเมียเขา ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว

ไม่ต้องคิดมากแล้ว

แต่ใจเราคือ พังตั้งแต่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว

คือเขาบอกไปบางแสน เขาเครียด

แต่ใจเราคือพัง ทริปที่เคยวางไว้จะไปกับครอบครัวเขา ไปกับเขา ไปกับเพื่อนเขา เราไม่ไปแล้วใจพังจริง

คิดอย่างอื่นคือ เทอไปคนเดียวได้ ไปมาแล้วด้วย หรือไปกับคนอื่นได้ มันแปลว่าเธอไม่ต้องมีชั้นไปด้วยแล้ว

1/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ในชีวิตที่ทำให้ใจสลายและวิตกกังวลอย่างมาก แม้ในวันที่ควรจะเป็นความสุข กลับกลายเป็นวันที่ความไม่แน่นอนและความกลัวเข้าครอบงำ จนทำให้เราต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ยากลำบาก ตัวอย่างเช่นการตามหาแฟนที่หายตัวไปในคืนวันเกิดของเขา แม้จะมีคำแนะนำให้รอครบ 24 ชั่วโมงก่อนแจ้งความ แต่กฎหมายใหม่ทำให้สามารถแจ้งได้ทันที ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ใครหลายคนอาจไม่รู้ ในช่วงเวลานั้น ผู้เขียนต้องก้าวผ่านความกลัวที่มีทั้งความกังวลเรื่องความปลอดภัยส่วนตัวและความเสี่ยงในช่วงตั้งครรภ์ การตัดสินใจนั่งรถมอเตอร์ไซค์โดยไม่มีหมวกกันน็อคเพื่อไปตามหาแฟน แม้ว่าจะมีอุปสรรค เช่น การเลี่ยงด่านตำรวจและต้องเดินเท้าผ่านสะพานที่มีความสูงและใต้สะพานมีน้ำลึก ซึ่งเพิ่มความตึงเครียดและสร้างความวิตกกังวลมากขึ้น การเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น การถูกชายคนหนึ่งที่มีอาการบาดเจ็บชี้หน้าด้วยคำพูดที่ทำให้รู้สึกถูกคุกคามและสับสน เป็นประสบการณ์ที่สะท้อนความยากลำบากในการดูแลตัวเองในเวลาวิกฤต แต่เมื่อเจอแฟนและได้ยินเสียงนั้น มันเหมือนว่าความโล่งใจช่างยิ่งใหญ่ แม้จะยังไม่แน่ใจอนาคต แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัย เรื่องราวนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเผชิญหน้ากับความจริงในความสัมพันธ์ เมื่อต้องเลือกทางเลือกเกี่ยวกับอนาคตของครอบครัวและลูกน้อยที่กำลังจะเกิด ความเจ็บปวดจากความไม่แน่นอนทำให้หลายคนที่ผ่านเหตุการณ์แบบนี้รู้สึกเหมือนต้องต่อสู้ตัวเองและความรู้สึกโดดเดี่ยว สุดท้าย สิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้คือการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง รวมทั้งการเข้าใจว่าช่วงเวลาที่เลวร้ายสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยความเข้มแข็ง แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความเจ็บปวด ทางออกหนึ่งคือการเปิดใจรับฟัง การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจ และการวางแผนอนาคตอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างมีพลังและหวังใหม่

9 ความคิดเห็น

รูปภาพของ ย่า ย่าจ๋า
ย่า ย่าจ๋า

อ่านจบแล้วน้ำตาจะไหล เห็นใจคุณมากค่ะขอเปนกำลังใจให้ค่ะ ต่อจากนี้ คุณจะมีสิ่งที่มีค่าที่สุด รัก รัก รักและถนอมเขาไว้ค่ะ กราบหัวใจสำหรับคุณแม่นะคะ

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ พลอย
พลอย

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ดูเพิ่มเติม(1)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม