มัทฉะ Lamito 🍵

มาแล้วจ้าาา~ ตามที่ได้บอกไว้ว่าจะมาลองมัทฉะ ยี่ห้อ Lamito กันนนน~

ต้องบอกเลยว่า ก่อนเข้าวงการมัทฉะ พยายามทำใจอยู่นานมากกว่าจะตัดใจเปลี่ยนกาแฟ มาเป็นมัทฉะ เพราะคิดว่า มันน่าจะขม ฝาด เฟือน กินเหม็น บลาๆๆๆ ยิ่งเห็นเพื่อนๆ ที่เขากินแบบเพียวมัทฉะ เรานี่ยี้เลย 😅 เลยหายี่ห้อที่ออกโทนถั่ว (เพราะกลิ่นหอมของถั่ว จะทำให้เรากินง่าย) เราก็หาดูหลายยี่ห้อมาก แต่ละยี่ห้อ ราคาก็สูงมากกก ครั้งแรกจะให้ซื้อมาลองก็กลัวจะเสียเงินเปล่า เลยตัดสินใจเลือกราคาย่อมเยา ครั้งแรกของวงการมัทฉะ ถ้าออกปุ๊บจะได้ไม่เสียดายเงิน😂

Lamito ตัวนี้เราได้มาในราคา 283 บาท ถือว่าเป็นยี่ห้อแรกที่เลือกเข้าสู่วงการมัทฉะเลยนะ ตอนชงครั้งแรกเราผสมกับนม รสชาดดีมากกกก กลมกล่อม ขนาดผสมกับนม ยังได้กลิ่นถั่วอ่อนๆ เวลากินก็ไม่ขม ไม่ฟาด ไม่เฝือน กินง่ายมาก จนงง เอ้า..ดูดหลอดทำไมหมดเร็วจัง😂

บอกเลยว่าถูกใจมาก กับการกินมัทฉะ แล้วก็ลองเลือกยี่ห้ออื่นมาลอง อย่างโพสก่อนหน้านี้ ที่เอามาลอง คือ KAWAMI

ซื้อมาแก้ขัดช่วงที่ Lamito หมด แต่ตัวนั้นเราก็ต้องผสมนมนะ เพราะกลัวขมเหมือนกัน😆

หลังจากที่กินมัทฉะมาเกือบ 2 เดือน เราว่าวงการนี้คงอีกนานสำหรับเรา และความอยากลองมัทฉะยี่ห้ออื่นๆ ก็จะตามมา (ตามเสียงเรียกร้องในหัว😂) แต่ก็จะลองยี่ห้อที่เราพอจับต้องได้ ไม่โอเว่อร์จนเกินไป กินแบบใดก็ได้ที่เราชอบ และมีความสุข ส่วนอุปกรณ์สำหรับชงชาแบบครบเช็ท เราไม่มีหรอกนะ เอาแบบสะดวก เน้นง่าย และเร็วจ้าา😆

เพื่อนๆ คนไหนเปลี่ยนจากกาแฟ มาเป็นมัทฉะเหมือนเราบ้าง มั้ย แล้วมัทฉะยี่ห้อไหนที่เพื่อนๆ ชอบ มาบอกเล่ากันได้นะ หรือจะแนะนำเรื่องเกี่ยวกับมัทฉะ เราก็ยินดีมากๆ เลย ถือว่าได้แลกเปลี่ยนความรู้กันจ้า😊🫶🏻

2025/8/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากลองมัทฉะ Lamito ไปสักพัก เราว่าคนที่เสิร์ชคำว่า Lamito น่าจะอยากรู้ “มันอร่อยไหม เหมาะกับมือใหม่ไหม แล้วชงยังไงให้รอด” เลยขอมาเล่าทริคที่เราทำแล้วเวิร์ก เผื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ 1) Lamito เหมาะกับใคร? ถ้าคุณเป็นสายกาแฟแล้วอยากลองย้ายมา “มัทฉะ” แบบไม่อยากเจอรสขมฝาดตั้งแต่แก้วแรก Lamito เป็นแนวที่เรารู้สึกว่ากลิ่นถั่วอ่อนๆ ช่วยให้ดื่มง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะทำเป็นมัทฉะลาเต้ คือยังได้ความหอมของผงมัทฉะอยู่ แต่ไม่แรงจนสะดุ้ง 2) อุปกรณ์ไม่ต้องครบเซ็ตก็ชงได้ ในรูปเรามีทั้งถ้วยกับชาเซ็น (แปรงตีมัทฉะ) ซึ่งช่วยให้ขึ้นฟองสวย แต่ถ้าใครไม่มีจริงๆ ใช้แก้ว + ที่ตีฟองนมแบบมือถือ หรือขวดปิดฝาเขย่าก็พอได้เหมือนกัน (ฟองอาจไม่ละเอียดเท่าชาเซ็น แต่รสชาติโอเค) 3) สัดส่วนที่เราชอบ (ทำให้ไม่ขม) - ผงมัทฉะ Lamito 1–1.5 ช้อนชา - น้ำร้อน 60–80 ml (ไม่เดือดจัด ประมาณ 70–80°C จะละลายดีและไม่ดึงความฝาดเกิน) - นม 120–180 ml แล้วแต่ชอบเข้ม/อ่อน ทริคคือค่อยๆ เติมน้ำร้อนทีละนิดแล้วคน/ตีก่อน จะช่วยให้ผงเนียน ไม่เป็นเม็ด 4) อยากได้ “ฟอง” ด้านบน ทำยังไง? ถ้าใช้ชาเซ็น ให้ตีเป็นรูปตัว M/W เร็วๆ ช่วงผิวหน้าแก้วประมาณ 20–30 วินาที ฟองจะขึ้นไวมาก แต่ถ้าใช้ที่ตีมือถือ ให้เอียงแก้วนิดนึงแล้วตีตรงผิวหน้า จะได้ฟองสวยขึ้น 5) ไอเดียที่อร่อยเกินคาด: มัทฉะ + น้ำมะพร้าว เราเคยลองทำแบบในรูปคือใส่น้ำแข็ง + น้ำมะพร้าวในแก้ว แล้วค่อยๆ เทมัทฉะที่ชงไว้ลงไป จะได้เลเยอร์สีเขียวกับสีอ่อนแยกชั้น สวยและสดชื่นมาก รสจะนุ่มๆ หอมๆ เหมือนของหวานเบาๆ (ถ้าชอบหวาน เติมไซรัปนิดเดียวก็พอ) 6) เก็บผงมัทฉะให้หอมได้นาน Lamito เป็นผงชาที่กลิ่นหอม ถ้าโดนอากาศ/ความชื้นบ่อยจะดรอปเร็ว แนะนำปิดฝาให้แน่น เก็บที่แห้ง ไม่โดนแดด และใช้ช้อนแห้งตักทุกครั้ง โดยรวมสำหรับเรา Lamito เป็นตัวที่ “ทำให้เริ่มรักมัทฉะได้ง่าย” ชงกับนมก็อร่อย ทำเมนูน้ำมะพร้าวก็สนุก ใครที่ลังเลอยู่เพราะกลัวขมฝาด เราว่าลองเริ่มจากแก้วที่ดื่มง่ายแบบนี้ก่อน แล้วค่อยๆ ปรับความเข้มตามที่ชอบได้เลยค่ะ

ค้นหา ·
yamito มัจฉะ