3/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังได้ลอง “The Originote Serum Cushion” สิ่งที่ชอบที่สุดคือฟีลลิ่งมันเป็นคุชชั่นที่ให้ลุคผิวดีแบบมีความฉ่ำ แต่ยังปกปิดค่อนข้างสูง (แนว HIGH COVER) เหมาะกับวันที่อยากได้งานผิวเร็วๆ ไม่ต้องลงหลายขั้นตอน โดยส่วนตัวใช้แล้วให้ผิวดูเนียนขึ้นทันที รอยแดงเล็กๆ เบลอได้ดี ส่วนรอยสิวเข้มๆ อาจต้องแต้มซ้ำเฉพาะจุดอีกนิดค่ะ เรื่องเนื้อสัมผัส: เขาจะออกแนวเซรั่มคุชชั่น (SERUM CUSHION) เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบตอนเริ่มลง แนะนำให้กดพัฟแล้ว “ซับ” เนื้อกับฝาตลับก่อนหนึ่งรอบ จากนั้นค่อยๆ กดลงผิวทีละส่วน จะได้ผิวที่เรียบและคุมความหนาได้ ถ้าปาดหรือถูแรงๆ มีโอกาสเป็นริ้ว โดยเฉพาะคนที่ผิวมีขุย การเลือกเฉดให้ไม่พลาด (จากชื่อเฉดที่เห็นบ่อย เช่น Fair / Light Warm / Light Neutral / Medium Neutral / Tan Neutral / Fair Beige): - ถ้าผิวขาวมากและชอบโทนสว่างใส เลือกกลุ่ม “Fair” จะไปง่ายสุด - ผิวขาวโทนอุ่น (เหลืองนิดๆ) ให้มอง “Light Warm” จะดูเป็นผิวจริง ไม่ลอย - ผิวขาว-กลางที่โทนไม่เหลืองไม่ชมพูมาก “Light Neutral” หรือ “Medium Neutral” จะเซฟสุด - ผิวสองสีหรือแทน แนะนำลอง “Tan Neutral” เพื่อกันหน้าลอย และช่วยให้สีดูกลมกับคอ ทริคเล็กๆ ของเรา: ถ้ากลัวดรอประหว่างวัน ให้เลือกเฉดที่ “พอดีผิวหรือเข้มกว่าเล็กน้อย” จะเนียนกว่าเลือกสว่างเกินค่ะ ความติดทน/ดรอป: ในวันที่อยู่ห้องแอร์ถือว่าติดทนดี ผิวจะยิ่งดูสวยขึ้นหลังเซ็ตตัวสักพัก แต่ถ้าเจออากาศร้อนหรือเหงื่อเยอะ แนะนำเซ็ตแป้งเฉพาะจุด (ช่วงทีโซน/ข้างจมูก) จะช่วยลดการไหลและลดความมัน ทำให้ยังดูผิวฉ่ำแต่ไม่เยิ้ม เหมาะกับสภาพผิวไหน? - ผิวธรรมดา-ผิวแห้ง: น่าจะชอบ เพราะให้ความชุ่มชื้นและไม่ตกร่องง่าย - ผิวมัน: ใช้ได้ แต่ควรเตรียมผิวบางๆ และเซ็ตแป้งเบาๆ เน้นบริเวณที่มัน - ผิวมีสิว/ผิวแพ้ง่าย: แนะนำเทสต์กับผิวบริเวณกรามก่อน และล้างให้สะอาด (ดับเบิลคลีนซิ่ง) เพราะคุชชั่นปกปิดสูงมักเกาะผิวแน่น ถ้าใครกำลังหาคุชชั่น The Originote ที่ได้ทั้งงานผิวและการปกปิด เราว่าตัวนี้ค่อนข้างตอบโจทย์เลย โดยเฉพาะวันที่อยากแต่งหน้าเร็วๆ แต่ยังอยากได้ฟินิชสวยแบบผิวดีค่ะ