รู้ก่อนเคลม - ประหยัดหลักพัน
💡 ประกันรถยนต์: Excess กับ Deductible คืออะไร?
รู้ไว้ก่อนเคลม — ประหยัดเงินได้หลักพัน!
หลายคนทำประกันรถทุกปี แต่ยังงงว่า
👉 “Excess” กับ “Deductible” ต่างกันยังไง
แล้วเวลาเกิดเหตุจริง… ต้องควักเงินเพิ่มไหม?
วันนี้สรุปให้เข้าใจง่ายใน 1 นาที 👇
━━━━━━━━━━━━━━━
🚗 Excess (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบไม่มีคู่กรณี)
คือ เงินที่เราต้องจ่ายเอง เมื่อ “หาคู่กรณีไม่ได้”
ตัวอย่าง:
- ถอยชนเสา
- ขูดกำแพง
- รถเป็นรอยแต่ไม่รู้โดนอะไร
📌 ถ้ากรมธรรม์ระบุ Excess 1,000 บาท
= เวลาเคลม เราจ่ายเอง 1,000 บาทต่อครั้ง
เหมาะกับ:
✔ คนขับคล่อง มั่นใจ ไม่ค่อยเกิดเหตุ
━━━━━━━━━━━━━━━
🚗 Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ)
คือ ส่วนลดเบี้ย ที่แลกกับการ “ร่วมจ่ายทุกเคลม”
ตัวอย่าง:
Deductible 2,000 บาท
👉 เวลาเคลม ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่
เราจ่าย 2,000 บาทก่อน บริษัทจ่ายส่วนที่เหลือ
ข้อดี:
✅ เบี้ยถูกลงทันทีหลายพันบาท/ปี
เหมาะกับ:
✔ คนขับรถระวัง ใช้รถไม่หนัก
━━━━━━━━━━━━━━━
🔥 แล้วควรเลือกแบบไหนดี?
จริง ๆ ไม่มีแบบไหนดีที่สุด
มีแต่ “แบบที่เหมาะกั บพฤติกรรมการขับของคุณ”
บางคนเลือกผิด → เสียเงินเพิ่มทุกปีโดยไม่รู้ตัว
━━━━━━━━━━━━━━━
📩 ทักมาปรึกษาได้เลย
ไม่ซื้อก็ได้ — แต่อยากให้คุณ “เข้าใจ” ก่อนจ่ายเงินทุกปี 🙂
เพราะหน้าที่ของผม
ไม่ใช่แค่ขายประกัน…
แต่คือทำให้ลูกค้า จ่ายน้อยลง แต่คุ้มมากขึ้น 🚘✨
#ประกันรถ #ประกันรถที่ไม่มีdeduct #เคลมประกันรถ #ประกันรถถูกและดี #ป้ายยากับlemon8
เมื่อพูดถึงการทำประกันรถยนต์ หลายคนอาจยังสับสนระหว่างคำว่า Excess และ Deductible ซึ่งจริง ๆ แล้วทั้งสองคำนี้คือค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่เราต้องจ่ายเองเมื่อมีการเคลมประกัน แต่ลักษณะและเงื่อนไขการจ่ายนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน จากประสบการณ์ส่วนตัว การเข้าใจเรื่อง Excess และ Deductible ไม่ได้ช่วยแค่ประหยัดเงิน แต่ยังช่วยให้การบริหารจัดการการเงินในวงเงินประกันเป็นไปอย่างเหมาะสม เช่น ถ้าคุณเป็นคนขับรถที่ขับรถระมัดระวัง และไม่ค่อยมีอุบัติเหตุ การเลือกซื้อประกันที่มี Deductible จะช่วยลดเบี้ยประกันลงได้มาก เพราะคุณยอมรับที่จะจ่ายเงินส่วนแรกเองทุกครั้งที่เคลม ซึ่งทำให้เบี้ยถูกลงหลายพันบาทต่อปี ในทางกลับกัน ถ้าคุณมักขับรถในเมืองที่มีความเสี่ยงเจออุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย หรือไม่มั่นใจว่าจะหาคู่กรณีได้ทุกครั้ง การเลือกประกันที่มี Excess อาจเหมาะสมกว่า เพราะคุณจะจ่ายเงินจำนวนนี้เฉพาะเวลาที่หาคู่กรณีไม่ได้เท่านั้น ทำให้ไม่ต้องจ่ายส่วนแรกทุกครั้งที่เคลม เพราะเมื่อเจอฝ่ายผิดต่อ บริษัทประกันจะจ่ายทันที อีกหนึ่งเรื่องที่พบคือ หลายคนเลือกกรมธรรม์โดยไม่พิจารณาพฤติกรรมการขับรถของตนเอง ส่งผลให้จ่ายเบี้ยประกันแพงโดยไม่จำเป็น หรือเมื่อเคลมจริงต้องจ่ายเองจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว การศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบความคุ้มค่าของกรมธรรม์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับผู้ที่ยังสงสัยหรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับประกันรถยนต์ เช่น วิธีเลือกแผนประกันที่สมเหตุสมผล สามารถติดต่อสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญประกันภัยที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ได้ประกันรถที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง ทั้งช่วยลดค่าใช้จ่าย และได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมในกรณีเกิดเหตุ สรุปว่า ความเข้าใจเรื่อง Excess และ Deductible ไม่เพียงแต่ช่วยให้คนขับรถตรวจสอบและเลือกแผนประกันได้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ แต่ยังช่วยประหยัดหลักพันบาท และสร้างความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้นด้วย


















