วิธีการจัดการหนี้สิน 101

3/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การจัดการหนี้สินที่พบเจอมา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีภาพรวมหนี้สินที่ชัดเจน เช่น การทำ Debt Map ที่รวบรวมข้อมูลยอดหนี้ ดอกเบี้ย วันครบกำหนด รวมทั้งประเภทและความเสี่ยงของแต่ละหนี้ ถ้าเราไม่เห็นภาพรวม จะทำให้การแก้ปัญหาหนี้ไม่มีประสิทธิภาพเลย การจัดลำดับหนี้ด้วย Risk Priority ช่วยให้เรารู้ว่าจะต้องเร่งจัดการหนี้ประเภทไหนก่อน โดยเฉพาะหนี้ที่มีหลักประกันหรือหนี้ที่เสี่ยงถูกฟ้อง ซึ่งถ้าละเลยจะส่งผลกระทบรุนแรงมากกว่าหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงแต่ไม่มีหลักประกัน อีกทริคที่ช่วยได้คือ กติกาทองในการหยุดสร้างหนี้ใหม่ เพราะถ้าเรายังรูดบัตรเครดิตหรือกู้เงินเพิ่มในขณะที่เรายังมีหนี้เก่า ก็เหมือนวิ่งอยู่ที่เดิมไม่มีวันจบ การแยกบัญชีใช้จ่ายรายเดือนออกจากบัญชีจ่ายหนี้จะช่วยให้จัดการการเงินได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการตั้งกฎไม่ผ่อนของที่ไม่ก่อรายได้ในช่วงลดหนี้ การจัดสรรเงินตามสูตร 3 กอง (ค่าใช้จ่ายจำเป็น กองจ่ายหนี้ กองกันพัง) ช่วยให้เราไม่ตกหล่มของหนี้ซ้ำอีก เพราะฉุกเฉินเล็ก ๆ เช่น รถเสียหรือป่วย อาจสร้างปัญหาได้ ถ้ามี Emergency Fund จะลดความเสี่ยงนี้ลงได้มาก เทคนิควิธีโปะหนี้โดยใช้ Debt Avalanche (โปะดอกเบี้ยสูงสุดก่อน) หรือ Debt Snowball (โปะก้อนเล็กสุดก่อนเพื่อสร้างกำลังใจ) ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับนิสัยของตัวเอง โดยเฉพาะคนที่รายได้ไม่สม่ำเสมอ ควรเริ่มแบบSnowball เพื่อไม่ให้หมดกำลังใจ การโทรคุยธนาคารเพื่อต่อรองดอกเบี้ย หรือต่อรองโครงสร้างหนี้เป็นอีกทางหนึ่งที่หลายคนมองข้าม แต่ถ้าทำอย่างมีหลักการจะช่วยลดดอกเบี้ยหรือปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมขึ้นได้ สุดท้าย ควรเช็กตัวชี้วัดทุกเดือน เช่น DSR ที่ควรลดลง ยอดหนี้รวมที่ลดจริง และยอดเงินกันพังที่เพิ่มขึ้น แม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อยแต่ก็เป็นสัญญาณว่าแผนการจัดการหนี้ของเราเริ่มเวิร์กแล้ว การจัดการหนี้สินไม่ใช่เรื่องยากถ้าเรามีแผน มีวินัย และเข้าใจกลไกทางการเงินอย่างแท้จริง ในฐานะคนทำงานและเจ้าของธุรกิจ ผมแนะนำให้ทุกคนเริ่มที่การวินิจฉัยหนี้อย่างละเอียด และตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับการปลดหนี้ พร้อมกับวางแผนป้องกันเหตุไม่คาดฝันเพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ค้นหา ·
วิธีจัดการหนี้สินง่ายๆ