เทคนิคจำง่าย ฉบับอาปลา!
"สารภาพมาซะ มีใครเป็นประเภท'ความจำสั้นฟิลปลาทองมั่ง' หยอกๆ🤣~ " บางทีพึ่งวางของไว้แท้ๆ ลืม!! เอ้า!! มันอยู่ไหน?! สรุปอยู่ตรงนี้( ข้างๆเธอนี่ ) หรืออ่าน เรียนเรื่องยากๆ รู้สึกว่าเมมเต็มตลอด ถ้าไม่อยากสมองล้าฟรีเลยขอรวมเทคนิคความจำฉบับเราเองมาแชร์ให้อ่านกันนะจ๊ะ
เทคนิคของเรามี 3 คำ : อ่าน! จด! พูด!
( ปุ้ดๆ : อ้าวพี่ มีแค่นี้จริงดิ? )
อาปลา : จริง~~ ไม่เชื่อลอง!!
เทคนิคแรก การอ่าน
สมมุติว่าเรากำลังจะจำคำศัพท์มากๆเอาไว้สอบ ท่อง หรืออื่นๆอีกก่ายกอง การอ่านเหมือนการดาวน์โหลดข้อมูลเข้ามาในสมอง ถ้าอ่านผ่านๆเหมือนไถFacebook tiktok มันก็จะได้แค่ผ่านๆ ถ้าเราอ่านอย่างตั้งใจจดจ่อกับมัน สมองจะเริ่มค่อยๆจัดระเบียบข้อมูลไว้เอง ( ถ้าจะให้ดีอ่านออกเสียง อย่าอั้นในใจ อย่าอายที่จะพูด )
เทคนิคที่ 2 การจด
ใครอ่านอย่างเดียวไม่จดบ้าง? อันนี้ทีเด็ด การจดเหมือนกับเรากดSave ข้อมูลที่ได้รับมานั้นแหละ
การจดสมองจะบีบให้เรา"คัดกรอง"เปลี่ยนข้อมูลนามธรรมให้กลายเป็น"ภาพที่จับต้องได้"
ดังนั้นอ่านเสร็จแล้ว จดลงไป ถ้ายังจดไม่ได้อ่านซ้ำแล้วจุดใหม่ วนไปค่ะ
เทคนิคสุดท้าย การท่อง
ถ้าการอ่านคือ Download การจดคือ Save งั้นการท่อง
คือ การเปิดไฟล์มาใช้งานจริง หรือ Run Program
คิดซะว่าเรากำลังเป็นครูเพื่อสอนเด็กน้อยในเรื่องๆนี้อยู่ก็ได้ มันเป็นการตรวจสอบที่แท้จริงว่า"ฉันเข้าใจ!!"(จริงๆ)
ในเรื่องๆนี้ ถ้าคุณอ่าน จด แล้วไม่พูดมันออกมาให้ตายยังไงก็จำไม่ลึกพอ เพราะเราไม่ได้ยินเรื่องนี้ซ้ำอีกรอบ
( ถ้าให้ดี ไม่ต้องอ่านโพยหรือสิ่งที่จด เพื่อให้สมองดึงข้อมูลออกมาจากที่เราอ่านและจด )
สรุป คือ
อ่าน : รับข้อมูลเข้ามาดูหรือผ่านตา
จด : จัดระเบียบข้อมูล
พูด/ท่อง : หยิบสมุดข้อมูลออกมาใช้งานจริง
เป็งอย่างไรบ้างค้าบ เทคนิคการจำของเราเองซึ่งเทคนิคนี้พี่ชายเราเป็นคนสอนเอง และทำให้เราสามารถจำศัพท์ภาษาหรือเมนูอาหารกว่าร้อยเมนูได้ในไม่กี่วัน แถมเขียนออกมาได้อย่างลื่นไหลอธิบายให้เพื่อนฟังง่ายสุดๆ
สามารถล องเอาไปปรับใช้และทำตามกันได้เลยจ้า~~
ความจำเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนอยากพัฒนา โดยเฉพาะกับการเรียน การทำงาน หรือแม้แต่ความจำเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างที่ได้แชร์ในบทความ เทคนิคจำง่าย ฉบับอาปลา! การใช้วิธี "อ่าน จด พูด" ถือเป็นเคล็ดลับที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริงมาก ๆ จากประสบการณ์ตรง การอ่านอย่างตั้งใจและออกเสียงช่วยสร้างสมาธิและความมั่นใจให้กับสมอง สมองไม่เพียงแต่รับข้อมูลอย่างเดียว แต่ยังเริ่มสร้างการเชื่อมโยงด้วยเสียงที่เราพูดออกมา ช่วยให้จำได้นานกว่าการอ่านเงียบ ๆ อย่างเดียว การจดบันทึกก็เหมือนกับการประมวลผลข้อมูลใหม่ เพราะเมื่อจด สมองต้องตีความและกรองสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ออกมาเป็นรูปแบบที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นการจดแบบสรุป บันทึกคำสำคัญ หรือแม้แต่การวาดรูปภาพประกอบ ช่วยให้ข้อมูลยังอยู่ในรูปแบบที่เราจำและเรียกใช้ได้ง่ายขึ้น สุดท้ายคือการพูดหรือท่องซ้ำ การพูดทำให้เราต้องดึงข้อมูลจากสมองขึ้นมาใช้จริง ๆ คล้ายกับการทดสอบตัวเอง ทำให้มั่นใจได้ว่าจำได้จริง ไม่ใช่แค่จดจำชั่วคราว แถมยังช่วยฝึกการสื่อสารและการอธิบายแนวคิดให้เพื่อน ฟังหรือแม้แต่พูดคนเดียวก็เสริมความเข้าใจได้อย่างดี เทคนิคนี้เหมาะกับใครที่รู้สึกว่าความจำสั้น หรือเรียนรู้ข้อมูลเยอะแล้วลืมง่าย ลองปรับใช้กับการเตรียมสอบหรือฝึกจำคำศัพท์ภาษาต่างประเทศ จะเห็นความแตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือทำได้ง่าย ไม่ต้องอุปกรณ์เยอะ และสามารถปรับให้เหมาะกับตนเองได้เสมอ นอกจากนี้ ในยุคดิจิทัลนี้ เราสามารถนำเทคนิคนี้มาผสมผสานกับเทคโนโลยี เช่น การบันทึกเสียงพูดของตัวเอง การใช้แอปจดบันทึก หรือการแชร์ความรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อได้ฟีดแบ็กและเสริมสร้างการจดจำในหลายรูปแบบ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้มากขึ้นอีกด้วย สุดท้าย การสังเกตและประเมินการทำงานของตัวเองเป็นประจำจะช่วยให้เราเห็นว่าเทคนิคไหนเหมาะกับตัวเองมากที่สุด และทำให้เราเป็นผู้ที่จัดการความจำตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
