Affle.
ถ้าถามว่า “ประโยชน์ของแอปเปิ้ล” ที่เรารู้สึกได้จริงคือความอิ่มนานและความสะดวก พกออกไปข้างนอกได้ง่าย โดยเฉพาะวันที่ต้องออกไปเดินเล่นตอนเย็นหรืออยู่ในที่คนเยอะ ๆ แค่มีแอปเปิ้ล 1 ลูกก็ช่วยกันหิวจุกจิกได้ดีมาก 1) ช่วยให้อิ่มนาน คุมของว่างระหว่างวัน แอปเปิ้ลมีใยอาหาร (ไฟเบอร์) ค่อนข้างดี โดยเฉพาะถ้ากินทั้งเปลือก ทำให้เคี้ยวนาน อิ่มนาน ลดโอกาสเผลอกินขนมหวานหรือของทอดระหว่างวัน เหมาะกับคนที่กำลังคุมแคลหรือคุมน้ำหนักแบบไม่เครียด 2) ดีต่อการขับถ่ายและสุขภาพลำไส้ ไฟเบอร์ในแอปเปิ้ลช่วยให้การขับถ่ายเป็นระบบขึ้น และยังเป็นอาหารของจุลินทรีย์ดีในลำไส้ (แนวพรีไบโอติก) เราสังเกตว่าเวลากินแอปเปิ้ลสลับกับผลไม้อื่น ๆ เป็นประจำ ท้องไม่อืดง่าย 3) สนับสนุนสุขภาพหัวใจ แอปเปิ้ลมีสารพฤกษเคมีอย่างโพลีฟีนอล รวมถึงไฟเบอร์ที่ช่วยเรื่องไขมันในเลือดโดยรวม (เมื่อกินเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสมดุล) ถ้ากินแทนขนมหวานหรือเครื่องดื่มหวาน ๆ จะยิ่งส่งผลดีต่อหัวใจมากขึ้น 4) ช่วยคุมระดับน้ำตาลแบบ “กินให้ถูกวิธี” แอปเปิ้ลมีน้ำตาลตามธรรมชาติ แต่เพราะมีไฟเบอร์ทำให้การดูดซึมน้ำตาลไม่พุ่งเร็วเท่าน้ำหวาน เคล็ดลับที่เราใช้คือกินพร้อมโปรตีน/ไขมันดีเล็กน้อย เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือถั่ว 1 กำมือ จะอิ่มและอยู่ท้องกว่า 5) ผิวดูสดใสขึ้นเมื่อกินผลไม้สม่ำเสมอ ผลไม้รวม ๆ ช่วยเรื่องความสดชื่นอยู่แล้ว แอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เราไม่ได้คาดหวังว่ากินแล้วผิวจะเปลี่ยนทันที แต่พอกินแทนขนมหวานบ่อย ๆ รู้สึกว่าหน้าดูโทรมน้อยลงและสิวจากของหวานลดลง เลือกแอปเปิ้ลแบบไหนให้เหมาะ? - ชอบหวานกรอบ: ฟูจิ - ชอบเปรี้ยวสดชื่น: กรานนี่สมิธ (เหมาะทำสลัด) - ถ้ากลัวช้ำเวลาเดินทาง: เลือกลูกที่ผิวตึง ไม่มีรอยนิ่ม วิธีกินให้ได้ประโยชน์มากขึ้น (แบบทำตามได้จริง) - ล้างให้สะอาดและกินทั้งเปลือก (ได้ไฟเบอร์มากกว่า) - กินเป็นชิ้น ๆ ช่วยให้เคี้ยวนานกว่าแบบปั่น - เลี่ยงการจิ้มน้ำตาล/พริกเกลือเยอะ ๆ เพราะทำให้โซเดียมและน้ำตาลสูงขึ้น สรุปสำหรับเรา แอปเปิ้ลเป็น “ผลไม้กันหิว” ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและการคุมน้ำหนัก กินง่าย พกง่าย และช่วยให้เราเลือกกินอะไรที่ดีขึ้นในวันที่ต้องออกไปข้างนอกหรือใช้ชีวิตเร่ง ๆ ได้มากเลย
