Dull gray, purple.
Change the look. Look high.# Make purple hair color # Tinted my face light up # Drug sign with lemon8 # Crush hair color
ถ้าใครกำลังลังเลระหว่าง “สีเทาม่วงหม่น”, “เทาอมม่วง” หรือ “สีผมเทาม่วง” เราว่าโทนนี้เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยมาก เพราะได้ความเทาหม่นแบบดูแพง แต่ยังมีม่วงแทรกนิดๆ ทำให้หน้าดูละมุน ไม่ดุเกิน และเวลาอยู่ในแสงต่างๆ สีจะเล่นแสงสวยมาก (ในร่มจะออกเทาหม่น พอโดนแดดจะเห็นอมม่วงชัดขึ้น) โทนสีเทาม่วงเหมาะกับใคร? - คนที่อยากได้ผมสีหม่นๆ แต่ไม่อยากให้หน้าดูหมอง: ความม่วงช่วยดึงความสว่างบนใบหน้า ทำให้เมคอัพดูเด่นขึ้น - คนที่ชอบลุคไฮโซ/สายแฟ: โทนเทาหม่นอมม่วงให้ฟีลแพงแบบไม่ต้องจัดเต็ม - คนที่ทำงานแล้วอยากให้ดูสุภาพ: ถ้าปรับให้ “หม่น” มากกว่า “ม่วง” จะดูเรียบหรูขึ้น ก่อนย้อมควรรู้ (เพื่อให้ได้สีเทาอมม่วงจริง) 1) พื้นผมสำคัญมาก: ถ้าผมเดิมเข้มมาก สีเทาม่วงหม่นอาจไม่ขึ้นชัด ต้องมีการปรับพื้นให้สว่างก่อนถึงจะได้โทนเทาหม่นแบบในเรฟ 2) เลือกโทนให้เข้ากับผิว: ผิวขาว-เหลืองทำได้เกือบทุกระดับ แต่ถ้าผิวแทน แนะนำเลือก “เทาหม่นนำ ม่วงนิดๆ” จะช่วยขับผิวและไม่ทำให้หน้าดรอป 3) ถ้าผมแห้ง/เสีย ควรบำรุงก่อน: สีหม่นมักเฟดไว ถ้าผมเสียมาก สีจะหลุดเป็นด่างได้ง่าย ทริคดูแลหลังย้อมให้สีผมม่วงเทาอยู่ทน - ใช้แชมพูสำหรับผมทำสี และสระด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง (น้ำอุ่นทำให้สีไหลเร็ว) - ลดการสระทุกวัน ถ้าทำได้จะช่วยให้สีติดทนนานขึ้น - บำรุงด้วยทรีตเมนต์/มาสก์ผมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผมจะเงาและสีจะดูหม่นสวย ไม่ฟู - ถ้าอยากคุมโทนให้ยังอมม่วง สามารถใช้แชมพูม่วงสลับ (ไม่ต้องใช้ทุกครั้ง) เพื่อกันเหลืองและช่วยให้สีดูคลีน สุดท้าย ถ้าอยากได้ลุค “ปรับลุค ดูไฮโซ” แบบเร็วๆ โทนสีผมเทาม่วงนี่ทำแล้วเปลี่ยนจริง ทั้งลุคและความมั่นใจ แนะนำให้เซฟเรฟ “สีเทาหม่น อมม่วง” ไปให้ช่างดู หรือถ้าทำเองให้ย้ำเรื่องพื้นผมและการบำรุง จะได้สีออกมาสวยและสม่ำเสมอค่ะ









































































