👀 มอยส์ที่มาแรงและน่าลองที่สุดในตอนนี้ ! 🩵
เพิ่งเคยเจอมอยส์เนื้อแบบอะไรใหม่ๆ*💖👀
‘ เนื้อพุดดิ้ง ’! LUNA เค้าเซอไพรส์เว่ออออ
สำหรับ Hydrobiome Moisturizer
มอยส์ที่น่าลองสุดๆๆๆในตอนนี้
มี Prebiotics รักษาสมดุลผิวให้มีสภาวะที่
เหมาะสมกับจุลินทรีย์บนหน้าด้วยน้าาา
🫧 ความชุ่มชื้นให้ 9/10 เลยยย
หลังใช้ทันทีจะรู้สึกหนึบๆหน่อยน้า แต่ไม่มัน
ทิ้งไว้ 10-15 นาที จะซึม ไม่หนึบแล้วน้าา
ตื่นมาตอนเช้ าหน้าจะอิ่มฟูมากๆๆๆๆเลย
⭐️— ช่วยปลอบประโลมผิว
ลดการอักเสบ เติมน้ำให้ผิวแบบฉ่ำๆ
⟡ ใครแต่งหน้าแล้วเป็นขุย หรือ หน้าลอกมา
มาลองมอยส์ลูน่านะคะ ถือเป็นน้องใหม่ที่
ต้องมีติดบ้านด้วยน้าาา
หลังจากลองใช้ LUNA Hydrobiome Moisturizer ต่อเนื่องสักพัก รู้สึกว่าเค้าเป็น “มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อพุดดิ้ง” ที่ตอบโจทย์คนผิวขาดน้ำ/ผิวลอกง่ายมากๆ เนื้อจะเด้งๆ นุ่มๆ เวลาแตะแล้วเหมือนพุดดิ้งจริง เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ และไม่ได้มันเยิ้มแบบครีมหนักๆ แต่จะมีฟีลหนึบนิดๆ ในช่วงแรก พอรอประมาณ 10–15 นาทีจะค่อยๆ ซึมหายหนึบ เหลือผิวที่ดูอิ่มน้ำขึ้น สิ่งที่ชอบคือเค้ามีส่วนผสมแนวเสริมเกราะผิวหลายตัว เช่น Prebiotics ที่ช่วยบาลานซ์ผิว (เหมาะกับวันที่ผิวแปรปรวน) รวมถึง Panthenol และ Ceramides ที่ช่วยปลอบประโลมผิวและทำให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น สำหรับวันที่แต่งหน้าแล้ว “ตกร่อง/เป็นขุย” แนะนำให้ใช้ตัวนี้เป็นเหมือนเมคอัพเบสแบบบำรุงได้เลย เพราะผิวมันจะนุ่มและชุ่มขึ้น ทำให้รองพื้นเกาะดีขึ้น วิธีใช้ที่รู้สึกเวิร์กกับเรามาก: 1) หลังล้างหน้า/โทนเนอร์ ทามอยส์ปริมาณประมาณเมล็ดถั่วเขียว–เมล็ดถั่วลันเตา (ถ้าทาเยอะไปอาจหนึบกว่าปกติ) 2) กดๆ เน้นบริเวณแก้ม ข้างจมูก หน้าผากที่ชอบลอก แล้วค่อยเกลี่ยเบาๆ 3) ถ้าแต่งหน้า รอให้เซ็ตตัว 10–15 นาทีก่อนลงกันแดด/รองพื้น จะช่วยลดการเป็นคราบ ทริคสำหรับคนผิวแห้งมากหรืออยู่ห้องแอร์ทั้งวัน: ตอนกลางคืนสามารถทา 2 รอบแบบบางๆ (รอบแรกให้ซึมก่อน แล้วค่อยทาทับบางๆ) ตื่นมาหน้าจะดูอิ่มฟูและนุ่มขึ้นจริง ส่วนคนผิวมัน/ผิวผสม แนะนำใช้บางๆ หรือเน้นเฉพาะโซนที่แห้ง เพื่อให้ผิวบาลานซ์และไม่หนักหน้าเกินไป สรุปฟีลการใช้ของเรา: ให้ความชุ่มชื้นดี ผิวดูฟูขึ้น แต่งหน้าติดขึ้น และเหมาะกับช่วงที่ผิวอ่อนแอหรือมีอาการลอกเป็นขุย ใครกำลังหา luna moisturizer ที่เน้นเติมน้ำ+ปลอบประโลมผิว ตัว LUNA Hydrobiome Moisturizer ถือว่าเป็นตัวที่น่าลองมากๆ





Font อะไรคะ🥺