* รีวิว PDRN บ้าน Glad2Glow 🍓🍰✨

ยกให้ PDRN เป็นส่วนผสมที่มาแรงแซงโค้งมากในพศนี้

และ Glad2Glow เค้าก็ไม่ลืมที่จะเริ่ด อินเทรนด์~

ได้มาลองแล้วจ้ะ! เดี๋ยวมารีวิวให้อ่านกันน้าาา

👀— PDRN เค้าเก่งเรื่องฟื้นฟูผิว ให้กลับมาแข็งแรง

เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ซ่อมผิวเก่งมาก

แล้วคู่นี้เค้าเสริมด้วย Niacinamide กับ TAX

ที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใสเข้ามาอีกกกก

เรียกว่าทั้งซ่อมผิว ทั้งชุ่มชื้น ทั้งหน้าไบร์ท

ส่วนตัวชอบ texture เนื้อสัมผัสของเซรั่มมาก

นุ่มๆ เกลี่ยง่ายย มีกลิ่นหอมอ่อนๆเหมือนสตรอว์เบอร์รี่

ส่วนมอยส์เค้าเป็นเอกลักษณ์ตรงที่เป็นเนื้อพุดดิ้ง

เจลลี่ๆ พอทาแล้วซึมง่าย ไม่อุดตันผิวดี

ถ้าให้ลองใช้ PDRN ราคาน่ารัก เข้าถึงได้

แนะนำให้ลอง Glad2Glow ประทับใจมาก 👀♥️

#pdrn #beautystar #ติดเทรนด์

#ป้ายยากับlemon8 #glad2glow

6/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถาม “Glad2Glow PDRN ใช้ยังไง?” เราลองจัดรูทีนให้แล้วใช้ตามนี้รู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้นจริง แบบผิวดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งลอกง่าย และหน้าไบรท์ขึ้นกำลังดี (โดยเฉพาะวันที่นอนน้อย) 1) ใช้ตอนไหนดีที่สุด (เช้า/เย็น) - เช้า: เน้นบางเบา ซึมไว แต่งหน้าต่อได้ไม่เป็นคราบ - เย็น: ใช้แบบจัดเต็มเพื่อฟื้นฟูผิว ระหว่างนอนผิวจะดูอิ่มฟูขึ้น 2) ลำดับการลงสกินแคร์ที่เราใช้ หลังล้างหน้า → โทนเนอร์/เอสเซนส์ (ถ้ามี) → Glad2Glow PDRN Brightening Serum → Glad2Glow PDRN Brightening Moisturizer → กันแดด (เฉพาะตอนเช้า) 3) ปริมาณที่แนะนำ (กันหน้าเยิ้ม/กันอุดตัน) - เซรั่ม: 1–2 ปั๊ม หรือประมาณเหรียญสิบเล็กๆ ก็พอ เนื้อเจลลี่สีชมพูเกลี่ยง่ายอยู่แล้ว - มอยส์: ปริมาณประมาณเมล็ดถั่วเขียวถึงเมล็ดถั่วลันเตา เนื้อพุดดิ้ง/เจลลี่พอทาแล้วจะบางเบา ซึมง่าย ให้ฟีลฉ่ำน้ำ 4) วิธีทาให้ซึมไวและผิวดูฟู เราใช้วิธี “วอร์มเนื้อ” ที่ฝ่ามือแป๊บเดียว แล้วกดลงผิวเบาๆ (ไม่ถูแรง) โดยเน้นแก้ม หน้าผาก และบริเวณที่แห้งง่าย จะช่วยให้ความชุ่มชื้นล็อกได้ดีขึ้น 5) ใช้ร่วมกับอะไรได้/ควรเลี่ยงอะไร - คู่กับ Niacinamide + Tranexamic acid ในสูตรอยู่แล้ว ถ้าใครใช้ไวท์เทนนิ่งตัวอื่นเพิ่ม แนะนำเริ่มแบบค่อยๆ เพิ่มทีละตัว จะได้รู้ว่าผิวเราโอเคไหม - ถ้าช่วงไหนผิวบาง/แพ้ง่าย เราจะเลี่ยงการใช้กรดแรงๆ (เช่น AHA/BHA เข้มๆ) ในคืนเดียวกัน แล้วโฟกัสที่การซ่อมผิวกับความชุ่มชื้นแทน 6) เหมาะกับผิวแบบไหน จากที่ลองเอง เซ็ตนี้เหมาะกับคนที่อยาก “ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง + ชุ่มชื้น + หน้าดูไบรท์” โดยไม่หนักหน้า เนื้อสัมผัสเป็นเจลลี่สีชมพู หอมสตรอว์เบอร์รี่แบบอ่อนๆ คนที่ไม่ชอบน้ำหอมแรงๆ น่าจะโอเค 7) ทริคสำคัญให้เห็นผลเรื่องความกระจ่างใส อย่าลืมกันแดดทุกเช้า เพราะถ้าอยากให้ผิวดูใสขึ้นจริงๆ ต่อให้มี Tranexamic acid ช่วย แต่ไม่ทากันแดดก็เหมือนพังงานผิวที่ทำมา ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ แนะนำลองต่อเนื่องอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ แล้วค่อยดูการเปลี่ยนแปลงเรื่องผิวแข็งแรง ความชุ่มชื้น และความหมองคล้ำ จะเห็นชัดกว่าค่ะ