ไม่น่าเชื่อเลยว่า
แค่ไม่กี่วัน
ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้
ชีวิตเหมือนกำลังกลับเข้าที่เข้าทาง
งานที่เสนอไปผ่านฉลุย
มีปรับแก้ไขบ้างแต่อยู่ในส่วนที่ไม่ยากนัก
เห็นแสงสว่างที่ไม่ได้พบมานาน
ไม่มีลางบอกเหตุล่วงหน้าใดๆ ทั้งสิ้น
จู่ๆ น้องข้าวก่ำก็ชัก
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปกติดีทุกอย่าง
แม้ว่าก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินอาการชักในสุนัขมาบ้าง
แต่ไม่คิดว่าจะเกิดกับน้องอายุแค่ ขวบห้าเดือนเท่านั้น
วันที่12 เวลาประมาณ11โมงเช้า ข้าวก่ำเกิดอาการชักครั้งแรก
เราสองคนก็ตกใจมาก ไม่ทั้งตัว
ชักครั้งที่สองประมาณเที่ยง จึงรีบติดต่อคลินิกสัตว์ใกล้บ้านที่ไปรักษาประจำ
พาน้องไปหาคุณหมอ และเจาะเลือดตรวจความผิดปกติ
ระหว่างรอผลเลือด 1 ชั่วโมง น้องชักอีก3ครั้ง
เราคุยกับคุณหมอ
และได้รับคำแนะนำให้ไปที่โรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยทันที
เราสองคนรีบพาข้าวก่ำขึ้นรถ
น้องกระวนกระวายตลอดทาง
อาการแพนิคของเราก็จะกำเริบตามไปด้วย
แต่ต้องตั้งสติ
ตอนนี้...น้องมีแค่เรา
ไปถึงรพ.สัตว์ของมหาวิทยาลัย (คณะสัตวแพทย์)
คุณหมอก็ดูผลเลือดจากที่ตรวจมาแล้ว และให้ยา
ระหว่างนั้น น้องยังชักต่อเนื่อง
หลังจากได้ยาไป น้องสงบลง
หมอแนะนำเรื่องอาการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
แต่หลังกลับมาจากรพ. ,
อาการของน้องสงบได้ไม่นาน
ก็ชักอีกหลายครั้ง
เราต่างปรึกษาผู้คนรอบตัว
ได้รับคำแนะนำมากมาย
รวมถึงไลน์ไปถามคุณหมอที่รพ.สัตว์
ยาที่ได้รับมาคุมอาการน้องไม่อยู่
ทุกครั้งที่ชัก
เราจะใช้หมอน (เบาะรองนั่ง) สอดไปใต้หัว ไม่ให้หัวของน้อวงกระแทกพื้น
ผ้าชุดน้ำคอยเช็ดตัวจนกว่าจะสงบ
เช้าวันรุ่งขึ้น
ครั้งนี้เตรียมพร้อมกว่าเมื่อวาน
นึกแล้วก็ได้แต่ยิ้มขำๆ
รองเท้าแตะแบบใส่อยู่บ้าน เสื้อผ้าไม่ต้องพูดถึง เสื้อย้วย กางเกงชายขาขาด
วันที่13 เราเตรียมถ้วยน้ำของน้อง,กระดาษหนังสือพิมพ์,ถุงพลาสติก, กระดาษทิชชู่,ผ้าเช็ดตัวน้อง ,ผ้าขาวม้าเพื่อปูพื้น ,หมอนเล็กรองหัว
เราตัดสินใจเริ่มต้นการรักษาใหม่ที่โรงบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัย
ตรวจเลือด,ตรวจโรคหัด,อัลตราซาวด์ ฯลฯ เพื่อหาสาเหตุของโรค
คุณหมอทำการซักประวัติอย่างละเอียด
อาหารการกิน,ชีวิตประจำวัน , ความเสี่ยงที่จะสัมผัสเคมีต่างๆ (ปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลง) สัตว์เลี้ยงในบ้านทุกตัว
ระหว่างที่ต้องรอผลแลป
คุณหมอถามว่าเราจะฝากน้องไว้ก่อนไหม?
เรารู้ว่าน้องหมาไม่เห็นเราจะยิ่งเครียด และเราก็เตรียมตัวมาแล้ว
จึงขอรอฟังผลที่รพ.
เจ้าหน้าที่ หาที่ให้เรานั่งรอกับน้องหมา
ฉันปูผ้านั่งพื้น ส่วนข้าวก่ำที่ไปชักต่อหน้อคุณหมอมา1รอบและหมอให้ยาด่วน1ชุดเริ่มสงบลงแนะนอนหนุนตัก
คุณผู้ชายเป็นฝ่ายซื้อเสบียงมาส่ง
ระหว่างนั่งรอผล
ผู้คนทยอยพาน้องหมาแมวเข้ามารับการรักษา
เราต่างส่งยิ้มให้กำลังใจกันและกัน
ผลแลปของน้องข้าวก่ำออกมา
ทุกอย่างค่อนข้างปกติดี
อาการชักของน้องเรียกได้ว่าเป็น โรคชักที่ไม่ทราบสาเหตุในสุนัข (Idiopathic Epilepsy) อาจเป็นพันธุกรรมแต่กรรมเนิดแต่เพิ่งแสดงอาก าร
แนวทางการรักษา
กินยาไปตลอดชีวิต
แต่ในระยะนี้
อยู่ระหว่างปรับยา
ยาที่ได้รับวันนี้แรงกว่าเมื่อวาน
ระยะห่างของการกินยาแต่ละรอบคือ 8 ชั่วโมง
(8โมงเช้า/4โมงเย็นและเที่ยงคืน วนไปแบบนี้)
หลังจากกลับจากรพ.สัตว์
ข้าวก่ำหลับตลอด
ปลุกมากินข้าว กินยา และหลับ
น้องชักเวลา1ทุ่ม (3ครั้ง)
หลังจากนั้นก็สงบไป
เราสองคนต้องผลัดกันดูแล
ไม่กล้าหลับ
กลัวน้องชักตอนที่เราหลับ
กลัวหัวน้องกระแทกพื้น
จากน้องหมาที่ร่าเริง
กลายเป็นตื่นกลัว
เหมือนว่า ประสาทจะไวกับเสียง
แค่เสียงไก่ขัน น้องก็สะดุ้ง
ปกติเราดูโทรทัศน์ (เน็กฟริก) น้องก็หลับอยู่ข้างๆ
แต่ตอนนี้ แม้แต่เสียงโทรทัศน์ก็ทำให้น้องตื่นตัว
เวลาผ่านมาครบ24ชั่วโมงหลังการชักครั้งล่าสุด
เราแทบร้องไห้กันเลยทีเดียว
ผ่านจุดที่ยากสุดๆ กันมาได้
น้องข้าวก่ำเองก็เข้มแข็งไม่น้อย
อีกสองสัปดาห์มีตรวจเลือดเพื่อปรับยาอีกครั้ง
(ถ้าไม่มีอาการชักอีก จะได้ลดจำนวนยาและเวลาให้ยาลง)
มีเวลาแค่สองสัปดาห์สำหรับหาเงินอีกก้อน(ใหญ่)
น้องอดทนสู้ผ่านมาได้
เราก็ต้องสู้ไปด้วยกัน
เพราะเขาไม่ใช่แค่น้องหมา
แต่เป็นสมาชิกในครอบครัวของเรา
บันทึก 15/03/2569
จากประสบการณ์ตรงที่ได้เล่าไว้ในบทความนี้ การรับมือกับอาการชักของน้องหมานั้น นอกจากการพบแพทย์และรับการรักษาอย่างถูกต้อง เรายังเรียนรู้ว่าการเตรียมอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมมีความสำคัญมาก เช่น การมีหมอนหรือเบาะรองหัวเพื่อป้องกันอันตรายเวลาน้องหมาชัก รวมถึงผ้าชุบน้ำเย็นไว้เช็ดตัวเมื่อน้องหมามีอาการตัวร้อน ในสถานการณ์ที่น้องหมาชักต่อเนื่อง การต้องรอดูแลทั้งกลางวันและกลางคืน การผลัดกันดูแลและการไม่หลับจนกว่าน้องจะสงบ เกิดความเครียดและความกังวลมากสำหรับผู้เลี้ยง แต่สิ่งที่สำคัญคือการตั้งสติและทำตามคำแนะนำจากสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด โรคลมชักในสุนัขโดยเฉพาะโรคชักที่ไม่ทราบสาเหตุหรือไอดิโอพาทิกนี้ อาจมีพันธุกรรมเป็นสาเหตุ แต่บางครั้งก็แสดงอาการต่อเมื่อสัตว์เข้าสู่วัยเด็กหรือวัยรุ่น การรักษาต้องมีการกินยาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและมีการปรับขนาดยาตามอาการ เพื่อควบคุมอาการชักให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ ความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของน้องหมาก็เป็นสิ่งที่เจ้าของต้องสังเกต เช่น ความไวต่อเสียงหรือความกระวนกระวาย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยา หรือความเครียดจากประสบการณ์ชักที่ผ่านมา การสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและสงบสำหรับน้องหมาจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น การลดเสียงดังและให้ความรักดูแลอย่างใกล้ชิด การแบ่งปันประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยงโรคลมชักนี้ จะช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงท่านอื่นที่เจอสถานการณ์เช่นเดียวกันได้เรียนรู้วิธีเตรียมตัวที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีความหวังและกำลังใจในการดูแลสมาชิกตัวน้อยของครอบครัวให้ดีที่สุด


ขอให้น้องแข็งแรงค่ะ