📍ถ้าบริษัททีวีเลิกพึ่งทีวี แล้วหันมาพึ่งแฟนคลับแทน จะรอดไหม⁉️ บัตรคอน/Merchที่แฟนคลับแย่งกันกด ทำให้รายได้ในส่วน Idol Marketing ONEE โต 139%😳

⚠️แต่ทำไมกำไร ONEE ถึงลดลง 22% ทั้งที่คอนเสิร์ต Sold Out

📌มาแกะงบ Q2/2569 ให้ฟังแบบเข้าใจง่ายฮะ

#ONEE #ซีรีส์วาย #ลงทุน #TikTokการเงิน #GMMTV

1 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ติดตามพัฒนาการของ ONEE มาสักพัก พบว่าการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ที่หันมาพึ่งฐานแฟนคลับและการเน้น Idol Marketing อย่างเข้มข้นนั้น เป็นการตอบโจทย์การบริโภคสื่อในยุคปัจจุบันอย่างเหมาะสมมาก การที่รายได้จาก Idol Marketing โตขึ้นถึง 139% แสดงให้เห็นว่าแฟนคลับกลุ่มเป้าหมายมีความภักดีและพร้อมสนับสนุนศิลปินที่ชื่นชอบผ่านการซื้อบัตรคอนเสิร์ตและสินค้าที่ระลึก (Merch) อย่างล้นหลาม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับวงการบันเทิงยุคใหม่โดยเฉพาะกับซีรีส์วายที่ได้รับความนิยมสูง อย่างไรก็ตาม กำไรที่ลดลง 22% แม้ว่างานคอนเสิร์ตจะขายหมด ก็สามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า การขยายตัวของรายได้อาจมาพร้อมกับต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น การจัดคอนเสิร์ตในหลายประเทศ และต้นทุนการบริหารศิลปิน รวมถึงการลงทุนเพิ่มในแพลตฟอร์ม OTT ของตัวเองอย่าง oneD ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูงเพื่อสร้างคอนเทนต์และระบบ ในฐานะผู้ติดตามอยู่บ้าง เห็นว่า ONEE ตั้งใจลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มภายนอก (เช่น iQIYI หรือ WeTV) มาเป็นการสร้างแพลตฟอร์มของตัวเองเพื่อควบคุมผู้ชมและเพิ่มช่องทางรายได้โดยตรง เช่น รายได้จากโฆษณาและสปอนเซอร์ นี่เป็นการวางรากฐานธุรกิจอย่างยั่งยืน แม้ตอนแรกอาจจะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะสั้น เทรนด์ OTT ที่กำลังมาแรงอย่าง Netflix, YouTube หรือ Disney+ Hotstar กำลังเปลี่ยนรูปแบบการบริโภคสื่อไปอย่างรวดเร็ว และ ONEE ก็ไม่อยากตกขบวน ด้วยการปรับตัวด้วยกลยุทธ์นี้จึงถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตในโลกบันเทิงที่โฟกัสแฟนคลับโดยตรงมากขึ้น สรุปว่า การเติบโตของรายได้ในส่วน Idol Marketing และความสามารถในการสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นเป็นความสำเร็จที่สำคัญ แต่การลดลงของกำไรสะท้อนถึงภาระต้นทุนและการลงทุนที่ยังต้องบริหารอย่างรอบคอบ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว