กฎจักรวาล 7 ประการ

กฎจักรวาล 7 ประการ

(Seven Universal Laws)

กฎเหล่านี้ปรากฏในหลายศาสตร์ เช่น

ปรัชญาเฮอร์เมติก

โยคะ

พุทธปรัชญา

ฟิสิกส์พลังงาน

กฎจักรวาลทำงาน ตลอดเวลา ไม่ว่ามนุษย์จะเชื่อหรือไม่

เหมือนแรงโน้มถ่วง

💎กฎที่ 1

กฎแห่งจิต (Law of Mentalism)

หลักการ

ทุกสิ่งเริ่มต้นจาก “จิต”

จักรวาลมีธรรมชาติเป็นจิต

สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกภายนอก

เกิดจาก จิตก่อนเสมอ

ตัวอย่าง

ก่อนสร้างบ้าน

ต้องมี

ความคิด

ภาพในจินตนาการ

แบบแปลน

ชีวิตก็เช่นกัน

ความคิดของมนุษย์

จะค่อยๆสร้าง

เหตุการณ์

โอกาส

สถานการณ์

💎กฎที่ 2

กฎแห่งความสอดคล้อง

(Law of Correspondence)

คำกล่าวสำคัญ

"As above, so below"

แปลว่า

สิ่งที่อยู่ภายใน

สะท้อนออกมาภายนอก

ตัวอย่าง

ถ้าคนคิดว่า

"ฉันไม่มีค่า"

ชีวิตภายนอกจะสะท้อน

คนไม่ให้เกียรติ

โอกาสน้อย

แต่ถ้าคิดว่า

"ฉันมีคุณค่า"

โลกภายนอกจะสะท้อน

คนเคารพ

โอกาสดี

💎กฎที่ 3

กฎแห่งการสั่นสะเทือน

(Law of Vibration)

ทุกสิ่งสั่นสะเทือน

ไม่มีอะไรนิ่ง

แม้แต่หิน

ก็มีการเคลื่อนไหวของอะตอม

มนุษย์จึงมี

คลื่นพลังงาน

อารมณ์แต่ละแบบมีความถี่

ตัวอย่าง

ความถี่ต่ำ

ความกลัว

ความเกลียด

ความอิจฉา

ความถี่สูง

ความรัก

ความเมตตา

ความกตัญญู

💎กฎที่ 4

กฎแรงดึงดูด

(Law of Attraction)

กฎนี้คนรู้จักมากที่สุด

หลักการคือ

พลังงานที่เหมือนกันจะดึงดูดกัน

เช่น

คนที่คิดเรื่องเงินตลอดเวลา

จะเริ่มเห็น

โอกาส

ช่องทางรายได้

คนที่คิดแต่ปัญหา

จะดึงดูดปัญหาเพิ่ม

💎กฎที่ 5

กฎเหตุและผล

(Law of Cause and Effect)

ทุกเหตุการณ์มีสาเหตุ

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบบังเอิญ

ตัวอย่าง

ความสำเร็จ → เกิดจากการกระทำ

ความล้มเหลว → มีเหตุของมัน

ดังนั้น

ถ้าอยากเปลี่ยนผลลัพธ์

ต้องเปลี่ยน

ความคิด

การกระทำ

พลังงาน

💎กฎที่ 6

กฎจังหวะ

(Law of Rhythm)

ทุกสิ่งมีจังหวะ

เช่น

กลางวัน → กลางคืน

ขึ้น → ลง

สำเร็จ → พัก

ชีวิตก็เช่นกัน

เวลาที่ชีวิตดูช้า

ไม่ได้แปลว่าแย่

แต่มันคือ

ช่วงจังหวะของจักรวาล

💎กฎที่ 7

กฎพลังคู่

(Law of Polarity)

ทุกสิ่งมีขั้วตรงข้าม

เช่น

ร้อน / เย็น

สุข / ทุกข์

แสง / ความมืด

สิ่งเหล่านี้คือ

พลังเดียวกันคนละขั้ว

ตัวอย่าง

ความทุกข์

สามารถเปลี่ยนเป็น

การเติบโต

สรุป

จักรวาลทำงานผ่าน7 กฎนี้

1 จิตสร้างความจริง

2 ภายในสะท้อนภายนอก

3 ทุกอย่างสั่นสะเทือน

4 สิ่งเหมือนกันดึงดูดกัน

5 ทุกอย่างมีเหตุและผล

6 ทุกอย่างมีจังหวะ

7 ทุกอย่างมีขั้วตรงข้าม

#พลังงานบวก

#กฏจักรวาล

3/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันพบว่าการเข้าใจกฎจักรวาล 7 ประการไม่ใช่แค่การท่องจำหลักการ แต่เป็นการนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงเพื่อสร้างความสมดุลและพลังบวกภายในใจ กฎแห่งจิต (Law of Mentalism) ไม่เพียงเป็นแนวคิดทางปรัชญา แต่สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตจริง เช่น การมีเป้าหมายชัดเจนและจิตใจที่มั่นคง จะช่วยให้เกิดแรงผลักดันและโอกาสที่ดี กฎแห่งความสอดคล้อง (Law of Correspondence) สอนให้เราตระหนักว่าความรู้สึกภายในใจสะท้อนออกสู่ภายนอก หากรู้สึกมั่นใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง คนรอบข้างก็จะให้เกียรติและโอกาสดีๆ จะเข้ามา กฎแห่งการสั่นสะเทือน (Law of Vibration) ทำให้ฉันเข้าใจว่าอารมณ์แต่ละอย่างเหมือนคลื่นพลังงาน โดยเฉพาะความรักและความเมตตาที่มีความถี่สูง ช่วยดึงดูดสิ่งดีๆ ในชีวิต อีกทั้งรู้จักควบคุมอารมณ์ลบอย่างความกลัว ความอิจฉา ก็ช่วยลดพลังลบ กฎแรงดึงดูด (Law of Attraction) นั้นฉันได้ลองสังเกตตัวเอง พบว่าการคิดบวกและโฟกัสกับสิ่งที่ต้องการจริงๆ ทำให้มีโอกาสและช่องทางเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตั้งเป้าหมายอย่างละเอียดและชัดเจน กฎเหตุและผล (Law of Cause and Effect) สอนให้รู้ว่าทุกผลลัพธ์ในชีวิตมีสาเหตุ หากไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้น เราสามารถเปลี่ยนความคิดและการกระทำเพื่อเปลี่ยนผลลัพธ์ในอนาคตได้ กฎจังหวะ (Law of Rhythm) เป็นการยอมรับว่าในชีวิตจะมีช่วงเวลาที่ขึ้นและลง แต่ไม่ควรท้อแท้เมื่อเจอช่วงเวลาช้า เพราะมันคือจังหวะตามธรรมชาติของจักรวาล กฎพลังคู่ (Law of Polarity) ช่วยให้รู้ว่าทุกปัญหา ทุกความทุกข์ล้วนมีด้านดีและสามารถกลายเป็นบทเรียนเติบโตได้ เมื่อเรียนรู้ที่จะมองขั้วตรงข้ามของชีวิตอย่างสมดุล การนำกฎจักรวาลทั้ง 7 มาปรับใช้กับชีวิตจริง ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เปิดใจเรียนรู้ ลองฝึกคิดและปรับมุมมอง ชีวิตจะเต็มไปด้วยพลังบวกและสมดุลมากขึ้นจริงๆ

ค้นหา ·
กฎจักรวาล คืออะไร

4 ความคิดเห็น

รูปภาพของ พจน์ มีเรื่องดีมาบอก
พจน์ มีเรื่องดีมาบอก

เป็นสิ่งที่ดีมากเลยครับ ขอนุญาตินำไปเผยแพร่นะครับ

รูปภาพของ Suwaphat Puttee
Suwaphat Puttee

🥰🥰🥰🥰ขอบคุณค่ะ

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม