ดูหนังเรื่องสุดท้ายของปี ด้วยส่วนลดแบบจุก ๆ💫

Ep. ต่อมามีอยู่จริง😘

เมื่อ Vitality ปรับรูปแบบใหม่ให้มีรางวัลตามสถานะ

สำหรับคนที่มีคะแนนสะสม 10,000 คะแนนขึ้นไป

แล้วมีรางวัลตั๋วฟรี SF 1 ที่นั่ง

และแพลนไปดูอวตาร

ตอนแรกก็กังวลว่าจะใช้สิทธิ์ได้ไหมน้า

เพราะเป็นหนังใหม่

แต่บอกเลยไม่ต้องกังวล

เพราะทางนี้ใช้สิทธิ์ได้แล้ววว

แต่ใครยังไม่มีแพลนดูเดือนนี้

จะไปดูช่วงเดือนหน้า

ก็แนะนำให้กดรับรางวัลไว้ก่อน

พอกดรับคูปองแล้ว จะเก็บไว้ได้ไม่เกิน 30 วัน (มั้ง)

แล้วข้อดีคือ จะใช้หน้าตู้ เว็บ หรือแอพก็ได้

สะดวกสุดๆๆๆ

ได้ฟรี 1 ที่แล้ว อีกที่หนึ่งก็ขอใช้ส่วนลดหน่อย

เวลาจ่ายเงินค่าโทรศัพท์รายเดือนของดีแทค

จะได้สิ่งที่เรียกว่า คอยน์ ตามจำนวนเงินที่จ่าย

เพื่อนำไปแลกสิทธิ์ต่าง ๆ หรือลุ้นรางวัล

แล้วด้วยความอยู่ต่างจังหวัด

สิทธิ์ที่มีให้ใช้ได้แถวนี้ก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

ด้วยสถานะ Gold member

ใช้ 299 คอยน์ สามารถแลกซื้อที่นั่งได้ในราคา 109 บาท

(ลดไปได้ 71 บาทแหนะ✌🏻)

ผลสรุปรวมส่วนลดที่ใช้ไปครั้งนี้

180+71=251 บาท✅

เริ่ดดด ส่วนต่างนี้เอาไปซื้อขนมหน้าโรงกันน

แล้วครั้งต่อไป เราจะไปใช้สิทธิ์อะไรของ Vitality อีก

รอติดตามกันได้เลยนะคะ❤️🤟

ปล. เช่นเดิม ใครอยากมีประกันที่เป็น Vitality เหมือนกัน ปรึกษากันได้นะคะ หรืออยากรู้ว่าตัวเองเป็น Vitality หรือเปล่า (ลูกค้า AIA) ก็ให้ช่วยดูได้เช่นกัน สงสัย/อยากรู้อะไรเกี่ยวกับประกันก็ถามกันได้เสมอ🥰❤️

#พลอยนักอ่านรักประกัน #รีแคป2025 #Lemon8ฮาวทู #ดูหนัง

เอส เอฟ ซีเนม่า เซ็นทรัล ขอนแก่น
2025/12/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครเสิร์ชคำว่า “หนัง X-Men ภาค 5 pantip 2565” ส่วนใหญ่จะเจอคำตอบหลายแบบมาก เพราะการ “นับภาค” ของ X-Men ไม่ได้ตรงกันทุกคน บางคนเรียงตามปีฉาย บางคนเรียงตามไทม์ไลน์ในเรื่อง เลยทำให้ภาค 5 กลายเป็นคำถามยอดฮิต สำหรับสายที่นับ “ตามปีที่หนัง X-Men ออกฉาย (ชุดหลักของ Fox)” โดยทั่วไปภาคที่ 5 มักจะหมายถึง **X-Men: First Class (2011)** ค่ะ (ถ้านับ 1) X-Men (2000) (2) X2 (2003) (3) The Last Stand (2006) (4) X-Men Origins: Wolverine (2009) (5) First Class (2011) ทำไมคนถึงชอบถามภาคนี้? เพราะ **First Class เป็นจุดเริ่มไทม์ไลน์ยุคใหม่** เล่าเหตุการณ์ย้อนกลับไปช่วงวัยหนุ่มของ Professor X (ชาร์ลส์) และ Magneto (อีริค) ว่าทำไมถึงกลายเป็นเพื่อนรักที่แตกหักกัน รวมถึงการก่อตั้งทีม X-Men ชุดแรก ๆ ที่โทนเรื่องจะต่างจากสามภาคแรกพอสมควร ดูแล้วเข้าใจ “ราก” ของความขัดแย้งได้ดีมาก ถ้าอยากดูแบบไม่งง แนะนำ 2 วิธีนี้ (เลือกตามสไตล์เลย) 1) **ดูตามปีฉาย (เข้าใจฟีลการเล่าเรื่องของผู้กำกับ/ค่าย)** - X-Men (2000) - X2 (2003) - X-Men: The Last Stand (2006) - X-Men Origins: Wolverine (2009) - X-Men: First Class (2011) - The Wolverine (2013) - X-Men: Days of Future Past (2014) - Deadpool (2016) / X-Men: Apocalypse (2016) - Logan (2017) - Deadpool 2 (2018) - Dark Phoenix (2019) - The New Mutants (2020) 2) **ดูตามไทม์ไลน์ (สายอยากเก็บเหตุการณ์ต่อเนื่อง)** เริ่มที่ First Class → Days of Future Past → Apocalypse → Dark Phoenix แล้วค่อยย้อนมาชุดเดิม (2000-2006) จะช่วยให้เข้าใจ “เส้นเวลาแตกแขนง” มากขึ้น ส่วนตัวเรามองว่า ถ้าคุณตั้งใจจะเริ่มจักรวาล X-Men ใหม่แบบสนุก ๆ **เริ่มที่ First Class ได้เลย** เพราะเล่าเป็นจุดเริ่มต้น ดูเดี่ยว ๆ ก็ยังสนุก และพอดูจบค่อยไปต่อ Days of Future Past จะยิ่งอิน นอกเรื่องนิดนึง แต่ถ้าจะไปดูหนังที่โรงเหมือนเรา แนะนำเช็กโปรให้คุ้มด้วยนะ อย่างฝั่งเราลองใช้ **AIA Vitality** (สะสมครบ 10,000 คะแนนได้ **ตั๋ว SF ฟรี 1 ที่นั่ง**) แล้วอีกที่ใช้ **dtac coin** แลกส่วนลด เหลือตั๋ว **109 บาท** แบบคุ้มมาก ๆ เอาส่วนต่างไปซื้อขนมหน้าโรงได้สบาย ๆ เลย ถ้าอยากให้ช่วยเช็กว่าคุณควรเริ่มดู X-Men แบบ “สายหลัก/รวม Wolverine/รวม Deadpool” ยังไงให้เหมาะกับเวลาว่าง บอกแนวที่ชอบมาได้ เดี๋ยวเราช่วยจัดลิสต์ให้แบบสั้น ๆ ค่ะ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ MU MU
MU MU

🥰🥰🥰