สวอช hince Raw Glow Gel Tint ไซส์ Mini ทุกสีกัน!
หลังจากได้ลอง hince Raw Glow Gel Tint (ขนาด Mini) ครบหลายสี รู้สึกว่าไลน์นี้เด่นตรง “ความฉ่ำใสแบบเจล” ทาแล้วปากดูอิ่ม ไม่ได้เงาจนเยิ้ม แต่ให้ฟีลโกลว์สุขภาพดี เหมาะกับคนที่อยากได้ลุคปากใสๆ แบบเกาหลี โดยไม่ต้องพึ่งกลอสหนักๆ เนื้อและฟินิช: เนื้อเป็นเจลทินต์ที่เกลี่ยง่ายมาก ปาดรอบแรกจะได้สีโปร่งๆ พอทาซ้ำ 2-3 รอบสีจะชัดขึ้น แต่ยังดูใสอยู่ ไม่ค่อยเป็นคราบระหว่างวัน (ยกเว้นถ้าปากแห้งมาก แนะนำสครับเบาๆ ก่อน) ข้อสังเกตคือสีจะ “เซ็ตตัว” เป็นสเตนบางๆ หลังทิ้งไว้สักพัก ทำให้ยังเหลือสีติดปากแม้ความเงาจะค่อยๆ หายไป ความติดทน: ถ้าไม่กินของมันๆ จะติดทนประมาณกลางๆ ดื่มน้ำยังอยู่ แต่ถ้ากินข้าว/ของทอด ความเงาหลุดแน่ๆ เหลือเป็นสเตนให้เติมระหว่างวันได้ง่าย ข้อดีของไซส์ Mini คือพกง่าย เติมได้ตลอด ไม่รู้สึกเสียดายเนื้อผลิตภัณฑ์ เลือกสีไหนดี (อิงโทน warm/neutral/cool): - Raw Rose (โทน neutral): เป็นโทนกุหลาบที่ทาได้ทุกวันมากๆ สุภาพแต่ไม่ป่วย เหมาะกับมือใหม่และคนที่ไม่อยากเสี่ยงเรื่องโทนผิว - Raw Cherry (โทน cool): แดงเชอร์รี่ใสๆ ช่วยให้หน้าดูไบรท์ เหมาะกับลุคแต่งหน้าสายเกาหลีหรือวันที่อยากได้ความสดใส - Raw Fig (โทน warm): จะมีความฟิก/น้ำตาลแดงนิดๆ ดูละมุนและดูแพง เหมาะกับผิวโทนอุ่นหรือแต่งหน้าโทนส้ม-น้ำตาล - Raw Peach (โทน warm): พีชใสๆ ให้ลุคเด็กๆ น่ารัก เหมาะกับวันเบาๆ หรือทาแบบไล่สี (gradient) ก็สวย - Rare: เป็นโทนที่ให้ลุคซอฟต์แต่มีความยูนีคกว่าสีเบส ทาเดี่ยวๆ ดูชิค หรือใช้ทับสีอื่นเพื่อเพิ่มมิติ ทริคทาให้สวย: ถ้าอยากได้ปากฉ่ำแบบไม่ตกร่อง ให้ทาบางๆ ก่อน 1 รอบ รอเซ็ต แล้วค่อยทาทับเฉพาะด้านในปาก/กลางปากอีกนิด จะได้ปากอิ่มและสีไล่สวยมาก หรือถ้าอยากได้สีชัด ให้คอนซีลขอบปากบางๆ แล้วค่อยลงทินต์ จะช่วยให้สีตรงและดูคลีน โดยรวม ถ้ากำลังเล็ง hince Raw Glow Gel Tint หรืออยากลองไซส์ Mini เพื่อเลือกสีที่ใช่ รุ่นนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบทินต์ฉ่ำๆ แบบธรรมชาติ และยังมีสีฮิตอย่าง Raw Rose, Raw Cherry, Raw Fig, Raw Peach ให้เลือกตามโทนผิวได้ไม่ยาก











เดี๋ยวไปสอยตามมมมม 🥰