สำหรับคนผิวแห้ง

ถ้าคุณเป็นสาย "สะอาดแบบต้องมั่นใจว่าเชื้อโรคตายเรียบ" แต่ก็ "อยากผิวรุ่มนวลเหมือนลูกคุณหนู" บอกเลยว่า Dettol ProSkin Moisture Complex กลิ่นซากุระ ขวดสีชมพูตัวนี้คือคำตอบแบบไม่ต้องสืบคร้าาา

มาดูกันว่าทำไมตัวนี้ถึงเป็นลูกรักของใครหลายคน (และมีจุดไหนที่ต้องแอบระวังบ้าง)

🌸 รีวิวจากจริตคนใช้จริง: Dettol Sakura Shower Cream

✅ ข้อดี: ทำไมต้องมีติดห้องน้ำ?

* สะอาดแบบตะโกน: ขึ้นชื่อว่า Dettol เรื่องฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย 99.9% นี่คือมงลงอยู่แล้ว ทาแล้วรู้สึกชำระล้างความสกปรกจากมลภาวะข้างนอกได้หมดจดจริงๆ

* กลิ่นหอมละมุน ไม่ดูเป็นโรงพยาบาล: ลบภาพจำเดทตอลกลิ่นยาไปได้เลย! ตัวนี้หอมกลิ่นดอกซากุระแบบอ่อนๆ ฟีลลูกคุณหนูเดินเล่นในสวนตอนเช้า หอมติดตัวเบาๆ สดชื่นมาก

* ผิวไม่แห้งเอี๊ยด: ตัวนี้เขามี Moisture Complex ใส่มาให้ด้วย คือล้างแล้วผิวไม่ตึงเปรี้ยะเหมือนสบู่ก้อนทั่วไป ผิวยังมีความนุ่ม ลื่นน้ำมือนิดๆ ดูสุขภาพดี

* ฟองนุ่มฟู: ยิ่งใช้คู่กับตาข่ายตีฟองนะคุณเอ๊ย... วิปครีมดีๆ นี่เอง อาบน้ำสนุกขึ้นเยอะ!🌸🌸

❌ ข้อเสีย: เรื่องจริงที่ต้องรู้

* ความลื่นหลังล้าง: สำหรับสาย "ชอบผิวฝืด" อาจจะไม่ค่อยเลิฟ เพราะมันจะทิ้งความชุ่มชื้นไว้บนผิวนิดหน่อย บางคนอาจจะรู้สึกเหมือนล้างออกไม่หมด (แต่จริงๆ มันคือเกราะกันผิวแห้งนะ)

* กลิ่นไม่ติดทนข้ามคืน: กลิ่นหอมฟุ้งตอนอาบ แต่พอเช็ดตัวสักพักกลิ่นจะเริ่มจางลง ไม่ได้ติดทนยาวนานเหมือนน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์🌸🌸

* ระวังเรื่องการแพ้: แม้จะบอกว่า ProSkin แต่ด้วยความเป็นสบู่แอนตี้แบคทีเรีย ใครที่ผิวบอบบางมากๆ หรือผิวแพ้ง่ายขั้นสุด อาจจะต้องลองเทสต์ก่อน เพราะสารทำความสะอาดบางตัวอาจจะแรงไปสำหรับบางคนค่ะ💕💕

🛀 สรุปสั้นๆ: ซื้อเถอะถ้า...

ถ้าคุณกลับบ้านมาเหนื่อยๆ อยากล้างเชื้อโรคออกให้เกลี้ยง แต่ใจก็ยังรักความหอมหวานและไม่อยากให้ผิวแห้งเป็นเกล็ดปลา ตัวนี้คือที่สุดของความสมดุลครับ! ได้ทั้งความสะอาดระดับ Standard Dettol และความนุ่มนวลแบบสปาในขวดเดียว🌸🌸

3/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังเล็ง Dettol ProSkin body wash (หรือ Dettol skincare body wash ขวดชมพู) แต่ยังลังเลว่าจะเหมาะกับผิวแห้งจริงไหม เราขอแชร์ “ทริคใช้ให้เวิร์ก” แบบคนใช้จริงเพิ่มจากที่รีวิวไว้ค่ะ เพราะตัวนี้จุดเด่นคือสะอาดมาก แต่ก็ต้องใช้ให้ถูกจริตผิวถึงจะชอบ 1) คนผิวแห้งควรใช้ยังไงให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ส่วนตัวเราจะไม่เทใส่มือแล้วถูตรงๆ เพราะบางทีผิวจะรู้สึกถูกเสียดสีเกินไป แนะนำให้ใช้คู่กับตาข่ายตีฟอง/ฟองน้ำอาบน้ำ ตีให้ฟองนุ่มก่อนแล้วค่อยลงผิว ฟองจะช่วยกระจายผลิตภัณฑ์ให้ทั่ว ใช้น้อยลงแต่ได้ความสะอาดเท่าเดิม และผิวไม่แห้งตึงง่าย 2) ล้างยังไงให้ไม่ “ลื่นเหมือนล้างไม่ออก” หลายคนที่ลอง Dettol ProSkin แล้วบ่นว่าลื่น จริงๆ เป็นความชุ่มชื้นที่เคลือบผิว (ซึ่งเหมาะกับคนผิวแห้งมาก) แต่ถ้าไม่ชอบฟีลนี้ เราแนะนำให้ “ล้างน้ำเปล่านานขึ้นอีกนิด” โดยเฉพาะบริเวณหลัง ไหล่ และคอ หรือถ้าใช้โลชั่นหลังอาบน้ำอยู่แล้ว ให้ล้างจนเหลือความลื่นแบบบางๆ จะลงครีมต่อได้ไม่รู้สึกเหนอะ 3) เหมาะกับช่วงไหน/สภาพผิวแบบไหน เราว่าตัวนี้เหมาะมากในวันที่ออกไปเจอคนเยอะๆ กลับบ้านมารู้สึกอยากอาบให้สะอาดแบบมั่นใจ แต่ยังอยากให้ผิวดูนุ่ม ไม่แห้งเป็นขุย โดยเฉพาะช่วงห้องแอร์ทั้งวันหรือหน้าหนาว ส่วนคนผิวมันมากๆ อาจจะรู้สึกว่าเคลือบผิวไปนิด แต่คนผิวแห้ง-แห้งมากจะถูกใจง่าย 4) เรื่องกลิ่นซากุระและความติดทน กลิ่นซากุระของขวดชมพูจะออกหอมหวานละมุนแบบสะอาด ไม่ใช่กลิ่นยา แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าจะหอมชัดตอนอาบและหลังเช็ดตัวใหม่ๆ ถ้าอยากให้หอมอยู่ยาวขึ้น ให้จับคู่กับโลชั่นกลิ่นโทนเดียวกัน (ฟลอรัล/ซากุระ) หรือทาบอดี้ออยล์บางๆ หลังอาบ จะช่วยล็อกกลิ่นและความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น 5) ผิวแพ้ง่ายควรระวังอะไร ถึงจะเป็นไลน์ ProSkin แต่เพราะเป็นแนวแอนตี้แบคทีเรีย คนที่ผิวบอบบางมากๆ แนะนำให้เทสต์ก่อน: ลองใช้บริเวณท้องแขน/หลังหู 1–2 วัน ถ้าไม่มีอาการแสบ แดง คัน ค่อยใช้ทั้งตัว และหลีกเลี่ยงการขัดผิวแรงๆ ในวันที่ลองใช้ เพราะอาจทำให้ระคายเคืองง่ายขึ้น สรุปจากที่ใช้มา ถ้าโจทย์คุณคือ “อยากได้ Dettol proskin ที่ทั้งสะอาด ลดการสะสมแบคทีเรีย 99.9% และยังช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น (บางคนรู้สึกได้ยาวๆ เหมือนผิวอิ่มน้ำ)” ขวดชมพูตัวนี้ตอบโจทย์มากค่ะ โดยเฉพาะคนผิวแห้งที่ไม่อยากอาบเสร็จแล้วผิวตึงเอี๊ยด

ค้นหา ·
ครีมอาบน้ำเดตตอล