ถูกอาจารย์บูลลี่แบบนี้‼️

ย้อนไปตอนเรียน มัธยมปลาย

โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดแห่งหนึ่ง

ตอนนั้นอยู่ ม.6 แล้ว

ออกตัวก่อนว่า ปกติไม่ใช่เด็กหน้าห้อง ขยันเรียน

เรียบร้อย แว่นหนา

แต่ผลการเรียนไม่ได้แย่

ออกจะเน้นชิลๆ เน้นกิจกรรมมากกว่า

มีอยู่วันหนึ่ง

ในคาบเรียนฟิสิกส์

มีการสอบจุดประสงค์

แล้วเพื่อนในห้องตกจุดประสงค์นี้กันค่อนข้างเยอะ

เพื่อนในกลุ่มเราก็ ตกกันหลายคน

อาจารย์บอกว่าให้คนสอบตก มาสอบซ่อม

ใครผ่านไม่ต้องเข้าคาบนี้

ทีนี้เราผ่านไง แต่เพื่อนตก

ไม่รู้จะเล่นไหนเลยนั่งรอเพื่อนอยู่ในห้องเรียน

อาจารย์ก็เลยมาถามว่า

ทำไมเธอไม่มาเอาข้อสอบ

เราก็เลยบอกว่า หนูผ่านค่ะอาจารย์

อาจารย์พูดกับเราว่า “หน้าอย่างเธอน่ะนะ สอบผ่าน!!”

เราก็แบบ เอ๊าา อาจ๊านน!!

ต่อมาไม่นาน มีประกาศผลสอบเข้ามหาลัย

แล้วตอนนั้นก็มีเพื่อนพูด แล้วอาจารย์คนเดิมนี้ได้ยิน

ว่าเราสอบติดแพทย์

อาจารย์ก็พูดว่า

พลอยไพลิน “หน้าอย่างเธอนี่นะ สอบติดหมอ”

แฮ่ๆ เราก็ไม่รู้ว่าอาจารย์พูดเล่น พูดจริง หรือแซวๆ

ปกติอาจารย์ไม่ใช่คนใจร้ายอะไร

อายุตอนนั้นอาจารย์เพิ่งจบมาไม่นานด้วยซ้ำ

แต่คำพูดนั้นมันยังอยู่ในหัวเราเสมอ

อาจจะเพราะเราไม่ใช่เด็กหน้าห้องมั้ง

ตอนนั้นพอสอบติดแล้ว ก็ซอยผมสั้นๆ ผิดระเบียบหน่อย

อาจารย์เลยข้องใจมั้ง

จริงๆไม่มีอะไรหรอก

แค่อยากแชร์ #ประสบการณ์ตรง #สตอรี่ของฉัน

เกี่ยวกับเรื่อง #บูลลี่

แต่มาวันนี้ ก็ขอขอบคุณเรื่องราววันนั้น

ที่เป็นแรงผลักดัน เตือนใจ

แบบไม่กดดันมาก เพราะไม่มีใครคาดหวัง

#เปิดการมองเห็นค่ะ #ระบายมันออกมา

2025/11/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเผชิญหน้ากับคำพูดบูลลี่จากอาจารย์หรือผู้ใหญ่ในวัยเรียนเป็นประสบการณ์ที่หลายคนอาจเคยสัมผัส มาในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือวิธีการตอบสนองและใช้เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นแรงผลักดันให้เติบโตในทางที่ดี บางครั้งคำบูลลี่ที่ว่า "หน้าอย่างเธอ น่ะนะ สอบผ่าน!!" หรือ "หน้าอย่างเธอนี่นะ สอบติดหมอ" อาจเป็นคำพูดที่ฟังดูดูแย่หรือดูถูก แต่สำหรับบางคน กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นให้พยายามและแสดงฝีมือเพื่อพิสูจน์ตัวเอง หนึ่งในเคล็ดลับสำคัญคือการไม่ยอมแพ้และรักษาความเชื่อมั่นในตัวเอง แม้จะไม่ใช่เด็กเรียนเก่งติดอันดับหน้าห้อง แต่การตั้งใจเรียนและมุ่งมั่นในสิ่งที่ชอบ เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมและการวางแผนการเรียนอย่างชาญฉลาด ก็สามารถสร้างโอกาสจนประสบความสำเร็จในการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ได้ นอกจากนี้ การใช้ประสบการณ์การถูกบูลลี่มาเป็นบทเรียนก็ช่วยให้มีความเข้มแข็งทางจิตใจมากขึ้น เห็นคุณค่าของตัวเองและมองคำพูดในแง่มุมที่ซับซ้อนมากขึ้น อาจไม่ใช่ความเกลียดชังเสมอไป แต่อาจเป็นความงุนงงหรือวิธีแสดงออกที่ผิดพลาดของคนอื่น ซึ่งผู้เผชิญเหตุการณ์นั้นสามารถเลือกที่จะไม่รับผลลบไว้กับตัว และเลือกที่จะขอบคุณเรื่องราวในอดีตเพราะทำให้ตนเติบโต สุดท้าย สิ่งสำคัญคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพูดคุยและระบายความรู้สึก ภายใต้แฮชแท็กอย่าง #ประสบการณ์ตรง #สตอรี่ของฉัน #บูลลี่ รวมถึงการแชร์ประสบการณ์เพื่อเปิดการมองเห็นในเรื่องบูลลี่และสร้างความเข้าใจในสังคมมากขึ้น ทุกคนสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกันได้ผ่านเรื่องราวชีวิตจริงที่เปี่ยมด้วยความจริงใจและกำลังใจ

75 ความคิดเห็น

รูปภาพของ เหนื่อยโว้ยย
เหนื่อยโว้ยย

หน้าอย่างเธอเนี่ยนะ มาเป็นครู พูดได้ไหมพี่จี้ 5555555

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ Kittyja Honeys
Kittyja Honeys

เราก็เคยโดนนางคือครูประจำชั้นเราเองตอน ม.4คือตอนนั้นเราอ้วนเตี้ยนางก็เลยบลูลี่เรา

ดูเพิ่มเติม(2)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม