แชร์วิธีการจัดการเงินที่ค่อยข้างได้ผล

กับพนักงานกินเงินเดือนอย่างเราและเลี้ยงลูกๆ (แมว) อีก 5 ตัว จากที่เคยติดลบ ปัจจุบันนี้ไม่ปล่อยให้ตัวเองกลับไปจุดนั้นแล้วด้วยวิธีที่ว่างข้างต้น…

แต่ก็จะมีรายละเอียดปีกย่อยอีกเยอะ จะทยอยๆ ค่อยๆ ลงไว้เผื่อเป็นประโยชน์กับใครหลายๆ คน

#จัดการกับเงิน

#ใช้เงินให้เป็น

#ใช้เงินยังไงให้พอ

9/19 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของผมในฐานะพนักงานเงินเดือนที่ต้องดูแลลูก ๆ แมวถึง 5 ตัว การบริหารจัดการเงินอย่างมีระบบเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะก่อนหน้านี้เคยติดลบและเจอปัญหาด้านการเงินที่ทำให้ทรัพย์สินและจิตใจสั่นคลอน หนึ่งในวิธีที่ผมนำมาใช้แล้วได้ผลคือการแบ่งแบ่งรายได้ออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ เก็บออม 20% หนี้สิน 40% และค่าใช้จ่ายประจำ 40% โดยส่วนเก็บออมนี้ไม่ได้เป็นแค่เงินเก็บปกติ แต่ผมตั้งเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างเงินทุนสำรองฉุกเฉิน ส่วนของหนี้สินที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูงนั้น ผมแบ่งออกเป็นค่าผ่อนบ้านและรถประมาณ 33% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่จัดการได้ทันท่วงที และยังเผื่อพื้นที่อีก 7% สำหรับการผ่อนชำระอื่น ๆ ที่จำเป็นหรือต้องเร่งด่วน ค่าใช้จ่ายที่เหลือ 40% ผมจะแบ่งย่อยอีกเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าน้ำ ไฟ โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก และค่าใช้จ่ายผันแปร เช่น อาหารของคนและแมว ค่าน้ำมันรถ และค่าใช้จ่ายระหว่างเดือนอื่น ๆ วิธีนี้ช่วยให้สามารถควบคุมงบประมาณได้ชัดเจนและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ สองพันบาทต่อเดือนที่เสียไปกับค่าเปียกค่าแห้งสำหรับแมว อาจดูน้อยแต่รวมกันแล้วก็ไม่ใช่น้อยในระยะยาว ต้องบริหารจัดการให้ลงตัวเพื่อไม่ให้กระทบกับค่าใช้จ่ายหลักอื่น ๆ สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นการจัดการเงิน ผมแนะนำให้ลองเริ่มใช้หลักการนี้ดู โดยคอยบันทึกรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด และมีวินัยที่จะหยุดใช้จ่ายถ้าเกินงบประมาณ เพื่อให้รู้สถานการณ์เงินของตัวเองจริง ๆ และสามารถวางแผนได้ถูกต้อง แม้ว่าการแบ่งเงินแบบนี้จะดูเข้มงวด แต่มันช่วยให้ผมไม่กลับไปติดลบอีก และสามารถเลี้ยงดูน้องแมวทั้ง 5 ได้อย่างไม่ต้องเครียดกับเรื่องเงิน อยากให้ทุกคนลองปรับใช้กันดูครับ