นับถอยหลังจะออกแล้ววว
มีไนโดเสาร์เดินมาถามว่า ลาออกจะไปไหน นี่เลยบอก ไปทำธุรกิจส่วนตัว....เราจะทำwellness
🦕ไนโดเสาร์ส่วนกลับ:ตอนนี้เศรษฐกิจแย่มากเลยนะ ต้องมีงานประจำ จะไหวหรอ จะทำได้หรอ...จะออกจากงานไปเลี้ยงลูก อยู่บ้านเฉยๆป่าว ....ส่วนอีกตัวพูดมา ทำเล็บมันจะwellnessยังไง ....นี่ก็เลยพูดกลับไปเลย ก็มันมีสปาด้วยไง(อิแก่)อยากรู้เหตุผลจริงๆที่ลาออกไหมละ!!! เหม็นกลิ่นแก่ อยู่ไปก็ไม่เจริญ มีแต่พวกทึงถึก!!!!....ลาออกไป แล้วไม่มีจะแดรก มันก็ฉันเองง !!! วงแตก เจอบอกไม่อยากทำงานจนแก่!!! #ติดเทรนด์ #ลาออก #toxicrelationship #รีวิวเพื่อนร่วมงาน #โดนดูถูก
การตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวในสาย Wellness นั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญและการวางแผนอย่างรอบคอบมาก ๆ ในความเป็นจริง หลายคนมักได้รับคำถามและคำวิจารณ์จากคนใกล้ชิด ว่าทำไมถึงอยากออกจากงานประจำตอนที่สถานการณ์เศรษฐกิจไม่แน่นอน หรือสงสัยว่าเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงเกินไปหรือเปล่า จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการทำธุรกิจ Wellness ไม่ได้หมายความว่าต้องทำสปาหรือทำเล็บเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างสรรค์บริการที่ช่วยสนับสนุนสุขภาพกายและใจของคนในยุคนี้ เช่น การให้คำปรึกษาเรื่องโภชนาการ หรือจัดกิจกรรมออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละคน ทำให้ธุรกิจ Wellness มีโอกาสเติบโตและตอบรับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง อีกหนึ่งข้อคิดสำคัญคืออย่าให้คำวิจารณ์หรือเสียงไม่เห็นด้วยของคนอื่นมากดดันใจ เพราะแท้จริงแล้ว การเลือกทางเดินของชีวิตควรเริ่มจากความสุขและเป้าหมายของแต่ละคน ไม่ใช่เพียงแค่ตามความคาดหวังของสังคมหรือคนรอบข้าง และการมีแผนสำรองและจัดการการเงินอย่างรัดกุมจะช่วยลดความกังวลเรื่องรายได้หลังลาออกไปเป็นธุรกิจส่วนตัว สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจลาออกไม่ใช่เพียงแค่เรื่อง 'ลาออก' แต่มันคือการเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ลงมือทำในสิ่งที่รักและเชื่อมั่น สร้างความมั่นคงได้ด้วยความพยายามของตัวเองแม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนต่าง ๆ ก็ตาม
