เตรียมพบกับความระห่ำครั้งใหม่เมื่อ Imperial Knights
ก่อนใคร ไม่ต้องรอ... Pokwarhammer (ป๊อกวอร์แฮมเมอร์) เสิร์ฟตรงถึงหน้าจอคุณ
คุณเคยรู้สึกไหมครับว่า Armiger มันเล็กไป บอบบางเกินไปที่จะยืนรับดงกระสุน แต่พอขยับไปใช้ Questoris มันก็ใหญ่เทอะทะและบางครั้งก็เคลื่อนที่ช้าเกินกว่าจะวิ่งทะลวงเข้าไปสับศัตรูให้แหลกคาที่ในจังหวะสำคัญ? ถ้า คุณเคยเจอปัญหานี้ วันนี้ผมมีข่าวดีสุดๆ ที่จะเปลี่ยนหน้ากระดานรบของคุณไปตลอดกาล เพราะ Games Workshop เพิ่งเผยโฉมฝันร้ายตัวใหม่ของเหล่าศัตรูจักรวรรดิ นั่นคือ "Knight Destrier" หุ่นรบไซส์กลางตระกูลใหม่ล่าสุดที่ติดไอพ่นพุ่งเข้าชาร์จแบบไม่กลัวตาย!
สวัสดีครับทุกคน ผมป๊อกวอร์แฮมเมอร์ เป้าหมายของช่องเราคือมุ่งเน้นการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในเกม Warhammer 40,000 ให้กับผู้เล่นชาวไทย วันนี้ผมจะนำเสนอเนื้อหาที่เจาะลึกและวิเคราะห์อย่างละเอียดเกี่ยวกับเกม Warhammer 40,000 โดยเฉพาะเจ้าหุ่นตัวใหม่นี้ แม้ข้อมูลจะลึกซึ้งและซับซ้อน แต่ผมจะเล่าด้วยภาษาที่ไม่เป็นทางการ ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนกำลังพูดคุยกับเพื่อนนักเล่นเกมด้วยกัน แน่นอนครับว่าช่องของเราจะอัปเดตข่าวสารล่าสุดจาก Games Workshop อยู่เสมอ เพื่อให้ทุกคนได้เปรียบในสนามร บ
1. กำเนิดใหม่แห่ง Blazers Class: จุดยืนที่ลงตัวระหว่างความเร็วและพละกำลัง
การมาของ Knight Destrier ไม่ได้เป็นเพียงแค่การออกโมเดลหุ่นรุ่นใหม่แบบทั่วๆ ไปนะครับ แต่มันคือการเปิดตัว "Class" ใหม่ของ Imperial Knights ในรอบหลายปีเลยทีเดียว นั่นคือตระกูล "Blazers Class" ซึ่งเรื่องนี้มีความสำคัญต่อการจัดทัพและการคิดคะแนนใน Edition ที่ 10 อย่างมาก
หากเราดูจากขนาดทางกายภาพที่ทางผู้ผลิตปล่อยภาพเปรียบเทียบออกมา ตัวหุ่น Destrier มีขนาดใหญ่กว่า Armiger อย่างชัดเจนครับ แต่มันจะมีความสูงน้อยกว่ารุ่นพี่อย่าง Questoris ประมาณครึ่งหนึ่ง แนวคิดในการออกแบบของหุ่นรุ่นนี้คือการเน้นความว่องไวและพลังขับเคลื่อนสูงสุด ขาของมันถูกออกแบบมาเป็นแบบข้อต่อย้อนกลับ (backward jointed legs) ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนคลับสายประวัติศาสตร์จะรู้เลยว่ามันคล้ายกับหุ่นตระกูล Cerastus ในยุค Horus Heresy มากๆ การออกแบบลักษณะนี้สื่อให้เห็นถึงความสามารถในการวิ่งทำความเร็วและการเคลื่อนที่ในพื้นที่สมบุกสมบันได้อย่างยอดเยี่ยม
ในแง่ของเนื้อเรื่อง ผมจะเน้นการเล่าเรื่องราวของตัวละครและเหตุการณ์ในจักรวาล Warhammer 40,000 อย่างน่าติดตาม สำหรับหุ่นรุ่นนี้ ตามภูมิหลังแล้ว มันมักจะถูกขับโดยเหล่าขุนนาง (Nobles) รุ่นใหม่หรือพวกที่มีความมุทะลุดุดัน ขุนนางเหล่านี้กระหายที่จะสร้างชื่อเสียงและเกียรติยศให้กับตระกูลด้วยการบุกตะลุยพุ่งเข้าหาศัตรูอย่างรวดเร็วที่สุด การติดตั้งเครื่องพ่นไอพ่น (Rocket Boosters) จึงตอบโจทย์วัยรุ่นเลือดร้อนแห่งสหัสวรรษที่ 41 ได้เป็นอย่างดีครับ
2. ขุมพลังทำลายล้าง: เจาะลึก Wargear และ Loadouts
ชุดโมเดล Knight Destrier ไม่ได้มามือเปล่า แต่มันมาพร้อมกับตัวเลือกอาวุธที่แบ่ งออกเป็นสองสายหลักที่ชัดเจนมาก โดยมีอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาให้เลยคือ Heavy Stubber สำหรับจัดการทหารราบเบา และโล่ประดับ (Tilt Plate) ที่แสดงถึงเกียรติยศของตระกูล นอกจากนี้รายละเอียดภายในห้องนักบิน (Cockpit) ยังสามารถตกแต่งได้ตามใจชอบสำหรับสายทำสีด้วยครับ
เรามาดูตารางชุดอาวุธ (Loadouts) ทั้งสองแบบกัน:
ชุดที่ 1: สายเจาะทะลวงเกราะ มาพร้อมกับ Thundershock Spear และ Chastiser Gatling Cannon ชุดนี้คือลูกรักของคนที่ชอบหุ่นสาย Lancer ครับ เพราะหอก Thundershock Spear ออกแบบมาเพื่อชาร์จทะลวงเกราะรถถังหรือมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ให้ทะลุเป็นรู ในขณะที่ปืนกล Chastiser แบบย่อส่วนจะช่วยยิงสาดสนับสนุนเพื่อเคลียร์ทางก่อนเข้าประชิดตัว
ชุดที่ 2: สายกวาดล้างทหารราบ มาพร้อมกับ Batus Reaper Chainsword และ Frag Bombard ใครที่เบื่อพวกทหารราบจำนวนมหาศาลที่ชอบมายืนขวางทาง ชุดนี้คือคำตอบครับ ดาบเลื่อยขนาดใหญ่พร้อมจะสับทุกอย่างที่ขวางหน้าให้เป็นชิ้นเนื้อ และปืนใหญ่ยิงระเบิดสังหาร Frag Bombard ก็มีรัศมีการทำลายล้างที่กว้างขวางมาก
3. เจาะลึกเมต้า: สถิติและกฎการเล่นในมุมมองนักแข่ง
ในฐานะที่ผมนำเสนอเนื้อหาในมุมมองของผม แม้จะยังไม่มีการประกาศกฎอย่างเป็นทางการ แต่จากข้อมูลที่มี เราสามารถวิเคราะห์แนวโน้มของคุณสมบัติในสนามรบได้ค่อนข้างชัดเจนครับ
ผมคาดว่าค่าพลังพื้นฐาน (Stat Line) ของมันจะมีค่าความทนทาน (Toughness) อยู่ที่ระดับ 10 ซึ่งแข็งแกร่งพอที่จะรอดจากการยิงอาวุธต่อต้านรถถังขนาดกลางได้ และมีจำนวน Wounds อยู่ที่ประมาณ 18 ถึง 20 Wounds ครับ (เน้นย้ำเลยว่า Wounds ระดับนี้คือตัวชนชั้นดี) สำหรับคะแนน (Points) ผมประเมินว่าจะอยู่ในช่วง 250 คะแนน ซึ่งเทียบเท่ากับรถถังระดับหนักของเผ่าอื่นๆ อย่าง Land Raider หรือ Rogal Dorn ทำ ให้ผู้เล่นจัดทัพได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเสียคะแนนไปกับ Questoris ที่ราคาสูงปรี๊ด
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือความสามารถพิเศษจากเครื่องพ่นไอพ่น (Rocket Boosters) ครับ ผมมั่นใจว่ามันอาจจะได้รับกฎ Lance ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพ (อย่างเช่น +1 to Wound) เมื่อทำการชาร์จเข้าใส่เป้าหมาย นอกจากนี้อาจจะมีความสามารถในการทำ Tank Shock ที่รุนแรงเป็นพิเศษ หรือเพิ่มระยะการชาร์จและการเคลื่อนที่ให้สูงกว่าหุ่นระดับ Questoris อย่างชัดเจน และในส่วนของคีย์เวิร์ด มีความเป็นไปได้สูงมากที่มันจะยังคงคีย์เวิร์ด Titanic เอาไว้ แม้จะมีขนาดเล็กลง เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของการเป็นเครื่องจักรสงครามระดับ Knight
4. ข่าวร้ายสำหรับชาว Chaos และจุดยืนในจักรวาล
สำหรับใครที่เล่น Chaos Knights ผมมีข่าวร้ายครับ ข้อมูลจากการตอบรับทางสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ผลิตระบุชัดเจนว่า ตอนนี้ Knight Destrier จะเป็น Imperial Knights Only ครับ ปัจจุบันไม่มีแผนที่จะปล่อยกฎสำหรับฝ่าย Chaos Knights แม้ว่าในอนาคตผู้ผลิตอาจจะปล่อยโมเดลเวอร์ชัน Chaos ที่มีหนามหรือโซ่ประดับออกมาก็ตาม และสำหรับผู้เล่น Horus Heresy หุ่นตัวนี้ก็หมดสิทธิ์ใช้งานเช่นกันครับ เพราะในเนื้อเรื่องมันถูกระบุว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เพิ่งถูกค้นพบ จึงไม่อยู่ในยุค 30k อย่างแน่นอน
โดย Knight Destrier ตัวนี้จะเป็นโมเดลหลักสำหรับการเปิดตัวหนังสือส่วนขยาย Eye of Terror ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ที่จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับ Detachments ใหม่สำหรับ Adeptus Mechanicus, Imperial Knights และฝั่ง Chaos Space Marines อย่าง Iron Warriors ด้วยครับ
5. เปลวเพลิงแห่ง Agrianar: แคมเปญ Eye of Terror
การเปิดตัวของ Destrier เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องที่กำลังดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ โดยสถานที่เกิดเหตุหลักคือการสู้รบที่โลกโรงงาน (Forge World) ที่ชื ่อว่า Agrianar
ฝ่ายบุกในครั้งนี้คือ Iron Warriors ที่นำทัพโดย Kravik Mourn ผู้เป็น Warsmith ในชุดเกราะ Terminator สุดโหด พร้อมกับยูนิตใหม่ๆ อย่าง Mutilators และเครื่องจักรปีศาจ Defiler รุ่นปรับปรุงใหม่ที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่าง ในขณะที่ฝ่ายป้องกันคือ Adeptus Mechanicus นำโดย Tech-Priest ที่ชื่อว่า Thulio Gold และยูนิตทหารราบเกราะหนัก Hestarii (Heavy Skitarii) ซึ่งการได้ Knight Destrier มาร่วมรบในฝั่งป้องกัน จะทำให้สงครามครั้งนี้ดุเดือดชนิดที่กระดานรบต้องลุกเป็นไฟครับ
ช่องของเรามีการเชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลต่างประเทศ อยู่เสมอ เพื่อนำข้อมูลที่แม่นยำที่สุดมาวิเคราะห์ให้ทุกคนฟัง การเปิดตัวหนังสือ Eye of Terror และรายละเอียดกฎแบบเต็มๆ จะเปิดเผยในช่วงกลางเดือนมีนาคมเป็นต้นไป และอาจจะมาในรูปแบบกล่อง Battle Force ที่รวม Adeptus Mechanicus กับ Knights เข้าด้วยกัน ใครที่เล็งๆ ไว้อย่าลืมกำเงินรอเลยครับ!
ถ้าคุณชอบบทความเจาะลึกแบบนี้และไม่อยากพลาดข้อมูลระดับเมต้าที่จะทำให้คุณได้เปรียบเพื่อนในวงรบ อย่าลืมกดไลก์ กดแชร์ ให้กับบทความนี้ด้วยนะครับ และที่สำคัญที่สุด สำหรับใครที่เตรียมตัวจะจัดกองทัพ Blazers Class หรือซื้อกล่องสุ่มโมเดลใหม่ๆ สามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าและสนับสนุนช่องผมได้โดยตรงผ่านการคลิกลิงก์ Affiliate ของเราที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ ทุกการสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้คือการสนับสนุนให้ผม ป๊อกวอร์แฮมเมอร์ มีแรงทำคอนเทนต์ดีๆ มาเสิร์ฟถึงหน้าจอคุณต่อไปครับ!
สั่งซื้อโมเดล Warhammer 40k และสนับสนุนช่องป๊อกวอร์แฮมเมอร์คลิกเลยทีใต้คอมเมนต์
แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้า ขอให้ลูกเต๋าจงเป็นใจกับการทอยของทุกคนครับ!
หลายคนเสิร์ชคำว่า “destrier คืออะไร / destrier แปลว่า” แล้วมาเจอ Knight Destrier ของ Warhammer 40K พอดี เลยขอเสริมให้เข้าใจแบบเร็วๆ จากที่ผมไล่อ่านข่าว/ดูภาพเปิดตัวครับ คำว่า “destrier” ในความหมายดั้งเดิมคือ “ม้าศึก” (warhorse) ที่อัศวินใช้ตอนออกรบ เป็นม้าตัวใหญ่ แข็งแรง เหมาะกับการพุ่งชนและแบกเกราะหนักๆ เพราะงั้นพอ Games Workshop เอามาตั้งชื่อ “Knight Destrier” มันสื่อชัดเลยว่าเป็นอัศวินสาย “พุ่งเข้าใส่” คล่องตัวกว่าตัวใหญ่ แต่หนักแน่นกว่าตัวเล็ก แล้ว Knight Destrier ในเกม/โมเดลคืออะไร? จากข้อมูลที่ปล่อยออกมา มันคือหุ่น Imperial Knights “ไซส์กลาง” อยู่กึ่งกลางระหว่าง Armiger กับ Questoris จุดขายที่เห็นได้ทันทีคือ “ไอพ่นด้านหลัง (Rocket Boosters)” และ “ขาแบบข้อต่อย้อนกลับ” ทำให้ภาพลักษณ์มันเป็นสายสปีด/สายชาร์จมากๆ เหมาะกับคนที่อยากได้ Knight ที่ไม่ยืนแลกยิงอย่างเดียว แต่สามารถพุ่งไปปิดเกมตามจังหวะได้ เรื่องอาวุธ หลักๆ จะมี 2 แนวทาง (ผมแนะนำให้เลือกตามปัญหาที่เจอในโต๊ะเล่นบ่อยๆ) 1) สายเจาะทะลวงเกราะ: Thundershock Spear + Chastiser Gatling Cannon - เหมาะกับคนที่ต้องการตัว “เปิดรถ/เปิดมอน” โดยเฉพาะ - หอกทำให้บทบาทมันชัดว่าเป็นตัวชาร์จเข้าไปล้วงเป้าหมายสำคัญ - ปืนกลช่วยเคลียร์ของจุกจิกหรือทำดาเมจเสริมก่อนเข้าประชิด 2) สายกวาดล้าง: Reaper Chainsword + Frag Bombard - เหมาะกับเมต้าโต๊ะที่ยูนิตทหารราบลงเยอะ ยืนอุดจุด/ยืนบังทาง - ดาบเลื่อยคืออาวุธที่ “คาดหวังความแน่นอน” ในการฟันเก็บยูนิต - Frag Bombard ช่วยกวาดเป็นพื้นที่ ทำให้มันไม่เสียเทิร์นไปกับการไล่เก็บทีละตัว สเตตัสที่หลายคนจับตา (จากการคาดการณ์ตามข่าว) จะอยู่ราวๆ Toughness 10 และประมาณ 18–20 Wounds ซึ่งถ้าออกมาใกล้เคียงนี้จริง มันจะเป็นระดับที่ “พอทนยิงได้” แต่ยังต้องเล่นแบบฉลาด คือใช้ความเร็ว/ไอพ่นเลือกจังหวะเข้าชน ไม่ใช่ยืนรับไฟทั้งโต๊ะ ทริคเล็กๆ เวลาเลือกว่าจะเอา Destrier ไปทำอะไรในกองทัพ - ถ้าคุณแพ้เพราะโดนยื้อกลางโต๊ะ: เลือกชุดกวาดล้าง จะช่วยเคลียร์ยูนิตที่มายืนขวาง/ยืนยื้อได้ไวขึ้น - ถ้าคุณแพ้เพราะปิดเกมไม่ลง (ศัตรูมีรถ/มอนตัวหลัก): เลือกชุดเจาะทะลวง แล้ววางแผนให้มันเป็น “ตัวเข้าไปเก็บชิ้นใหญ่” ตั้งแต่เทิร์นสำคัญ - อย่าลืมว่าจุดเด่นของมันคือความคล่องตัว: คิดเสมอว่าเราจะ “ชาร์จเพื่อเอาพื้นที่/เอาเป้าหมาย” ไม่ใช่ชาร์จเพื่อเท่เฉยๆ ปล. ถ้าใครเสิร์ชแล้วเจอคำว่า “เล่นกับไฟ bilibili ep2” อันนั้นคนละเรื่องกับ Warhammer 40K เลยครับ แต่ถ้าเสิร์ช “knight destrier” นี่ใช่แน่นอน—ตัวนี้แหละที่กำลังเป็นกระแส เพราะมันเหมือนเติมช่องว่างระหว่าง Armiger กับ Questoris ได้พอดีมากๆ
