ภาษีกู

◼︎ ผมไม่ได้อยู่ในเกมแพ้–ชนะทางการเมือง

ผมคือข้าราชการที่ลาออกจากระบบตอนอายุ 51 ปี

มีบำนาญเลี้ยงไปตลอดชีวิต

พูดตรง ๆ

ผมสามารถเลือกใช้ชีวิตเงียบ ๆ

ไม่แสดงความคิดเห็น

ไม่สนใจการเมือง

ไม่สนใจปัญหาสังคม

ก็ยังอยู่ได้สบายกว่าคนจำนวนมากในประเทศนี้

แต่ผมไม่เลือกแบบนั้น

───

หลายคนเคยพูดกับผมตอนยังรับราชการว่า

“เงินเดือนมึง มาจากภาษีกู”

ถูกต้องครับ

และวันนี้

ผมกำลังใช้ชีวิตจาก บำนาญที่มาจากภาษีของคุณ

โดยไม่ต้องทำงานแล้วด้วยซ้ำ

นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่า

ผมไม่มีสิทธิ์นิ่งเฉย

───

ผมไม่ได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในเกมแพ้หรือชนะของนักการเมือง

แต่ผมเลือกยืนอยู่ฝั่ง

ความเป็นธรรม

การตื่นรู้ของประชาชน

และ การเมืองที่ไม่ทิ้งชีวิตคนไว้ข้างหลัง

ถ้าการตั้งคำถามของผม

ทำให้ใครบางคนไม่สบายใจ

ผมรับได้

เพราะบางที

สิ่งที่ผมกำลังพูดและทำ

อาจไม่ใช่เพื่อตัวผมเลย

แต่มันอาจเป็น

การทวงสิทธิ์ให้คนไทยทุกคน

ได้มีชีวิตที่มั่นคง

ได้มีระบบที่ไม่ทิ้งใครไว้กลางทาง

และได้มี “ภาษีเลี้ยงชีวิต”

ในวันที่แก่ชรา

เหมือนที่ผมมีอยู่ในวันนี้

───

ผมไม่ต้องการอภิสิทธิ์

ผมต้องการให้สิ่งที่ควรเป็นสิทธิ

เป็นของทุกคนจริง ๆ

- หมวดริน

#ไม่ทิ้งตัวตน

#อิสระทางความคิด

#การเมืองกับชีวิตจริง

#ประชาชนต้องได้มากกว่านี้

#ภาษีกับศักดิ์ศรี

#การเมืองไทย

#สังคมที่เป็นธรรม

#คนธรรมดาที่ไม่ยอมอยู่ที่เดิม

2/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะคนที่เคยรับราชการและตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่กับบำนาญที่ได้รับจากภาษีของประชาชน ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่าภาษีที่เราจ่ายไปนั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร และประชาชนได้รับสิ่งตอบแทนที่เป็นธรรมหรือไม่ หลายครั้งในชีวิตผมเลือกที่จะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับเกมทางการเมือง แต่เมื่อตระหนักว่าเงินเดือนและบำนาญของผมล้วนมาจากภาษีของผู้คนทั่วไป ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่อาจนิ่งเฉยต่อความไม่เป็นธรรมในสังคมนี้ได้ การพูดถึง 'เงินเดือนมึง มาจากภาษีกู' ที่หลายคนเคยกล่าวกับผมในสมัยที่ยังรับราชการนั้นไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดา แต่มันคือเสียงสะท้อนที่บอกเราว่าวิถีชีวิตของคนหนึ่งมันผูกพันกับการเสียภาษีของอีกหลายคน ดังนั้น การเรียกร้องความเป็นธรรมและสิทธิต่างๆ ไม่ใช่เรื่องของผมหรือใครคนหนึ่งเท่านั้น แต่มันคือเรื่องที่ทุกคนควรเคยพูดถึงและร่วมกันทำให้เป็นจริง ผมเห็นว่า ความเป็นธรรมในภาษีและระบบบำนาญ คือหนึ่งในรากฐานสำคัญของสังคมที่เอื้อต่อการมีชีวิตที่มั่นคงสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงวัยหรือคนที่ยังทำงานอยู่ หากระบบนี้ทำงานได้ดี ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ก็จะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ลดปัญหาความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้ประชาชนทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม จากประสบการณ์ตรง ผมอยากบอกว่า การเลือกไม่อยู่ในเกมการเมืองแบบแพ้ชนะ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ใส่ใจต่อปัญหาเหล่านี้ การยืนหยัดเพื่อความเป็นธรรมและตื่นรู้ของประชาชน เป็นการแสดงออกที่มีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ หากทุกคนลุกขึ้นมาตั้งคำถามและแสดงความคิดเห็นอย่างมีวิจารณญาณ เราจะมีโอกาสสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถพึ่งพาและไว้วางใจกันได้ ผมหวังว่าเรื่องราวของผมจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนธรรมดาไม่ยอมอยู่เฉย รับรู้และเข้าใจว่าภาษีที่จ่ายไปนั้นเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิตของทุกคน และสิทธิ์ที่จะได้รับสิ่งที่เหมาะสมในชีวิต ไม่ใช่อภิสิทธิ์ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของประชาชนทุกคนจริงๆ