ขอแชร์ | คนเป็นแม่แบบเรา กับประกันที่ต้องมี ✅

สวัสดี! คนเป็นแม่ทั้งหลาย และลูกยังเล็กแบบป๊อป

ยิ่งต้องอ่านโพสต์นี้!!!

เพราะป๊อปขอแชร์ เรื่องของ #ประกัน ที่ป๊อปวางแผนไว้ให้ลูก

ขอรีวิวใน part ของป๊อปนะคะ ไม่รวมที่ทำเป็นชื่อลูกค่ะ

- ประกันเล่มแรกที่ต้องมีเลยคือ #ประกันชีวิต สร้างมรดก พ่อแม่ ทุกคนต้องมี

เพราะเราไม่รู้ว่าจะจากไปวันไหน การทำประกันชีวิต เท่ากับเรามีเงินการันตรี

- ประกันเล่มที่สองคือ ประกันโรคร้ายแรง

เราคือที่มาของรายได้ วันไหนเจอโรคร้าย เราทำงานไม่ได้

กระทบสุดคือรายได้ของครอบครัว แต่ถ้าเรามีประกันโรคร้าย

เจอโรค รับเงินก้อน เอามาทดแทนรายรับ ดูแลลูกๆของเราได้

- ประกันสุขภาพเหมาจ่าย ประกันที่ป๊อปเลือกทำ

เพราะหากเจ็บป่วย เราต้องรักษาให้ไว และที่ดีที่สุด

เลือกหมอ เลือกรพ ในการรักษาได้ หากลูกไปกับเราจะไม่ลำบาก

- ประกันอุบัติเหตุ แบบประกันขาดไม่ได้ ทุกคนต้องมี

เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทุกวินาที หากเกิดอุบัติเหตุ

เสียชีวิต มีมรดก หรือพิการถาวร รับเงินก้อน โคตรจำเป็นเลยค่ะ

- แบบสุดท้าย คือ ประกันบำนาญ วางแผนเกษียณ

เป็นเงินเก็บที่การันตีเงินในอนาคต แบบไม่มีขาดทุน

ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วยค่ะ

แชร์เป็นไอเดีย เผื่อใครวางแผนตามค่ะ

หากมีงบประกัน ให้ทำประกันชีวิต+ประกันโรคร้าย ในเล่มเดียวกัน

และประกันอุบัติเหตุ ก่อนได้นะคะ และแบบอื่นค่อยวางแผนเพิ่มเติมค่ะ

______

#ประกันพ่อแม่

#ประกันอุบัติเหตุ

#ป๊อปชอบวางแผน

6/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมพอเริ่มค้นคำว่า “ประกันสุขภาพครอบครัว” เราจะเจอแพ็กเกจเยอะมาก จนงงว่าต้องทำครบทุกแบบไหม ส่วนตัวเราใช้วิธี “จัดลำดับความเสี่ยง + ดูงบรายเดือน” ก่อน แล้วค่อยเลือกให้เหมาะกับบ้านที่มีลูกเล็ก เพราะโจทย์จริงๆ ของครอบครัวคือ ถ้าเราหรือคู่สมรสเจ็บป่วย/เกิดเหตุไม่คาดคิด บ้านต้องยังเดินต่อได้ ไม่สะดุดเรื่องค่ารักษาและรายได้ 1) เริ่มจากเช็ก 3 เรื่องนี้ก่อนเลือกประกันสุขภาพครอบครัว - ใครเป็นเสาหลักรายได้: ถ้าคนใดคนหนึ่งหยุดทำงาน รายรับหายทันทีไหม? บ้านเราให้ความสำคัญกับ “โรคร้ายแรง + ประกันชีวิต” ก่อน เพราะช่วยพยุงรายได้และสร้างเงินก้อนไว้ดูแลลูก - พฤติกรรมใช้โรงพยาบาล: บ้านที่ชอบเอกชน/อยากเลือกหมอ เลือกรพ. ได้ เรามักไปทาง “ประกันสุขภาพเหมาจ่าย” เพราะเคลมเป็นก้อนตามวงเงิน ทำให้จัดการง่าย - สิทธิที่มีอยู่แล้ว: ถ้ามีประกันกลุ่มจากที่ทำงาน/ประกันสังคม/สวัสดิการอื่นๆ ให้จดวงเงินไว้ แล้วค่อยเติมส่วนที่ขาด จะไม่ซ้ำซ้อนเกินจำเป็น 2) เช็กลิสต์เลือก “สุขภาพเหมาจ่าย” สำหรับครอบครัว (ที่เราใช้ดูจริง) - วงเงินเหมาจ่ายต่อปีพอไหม: ลองคิดเผื่อเหตุการณ์หนักๆ เช่น แอดมิตหลายวัน/ผ่าตัด/ไอซียู - ค่าห้อง-ค่าอาหาร-ค่าบริการรพ.: บางเล่มกำหนดเพดานค่าห้อง ถ้าเราอยากรักษาเอกชนบ่อยๆ ให้ดูส่วนนี้ให้ชัด - เงื่อนไขการร่วมจ่าย (co-payment): บางแผนถ้าเคลมบ่อยอาจต้องร่วมจ่ายในอนาคต อ่านรายละเอียดก่อนตัดสินใจ - OPD/ฉุกเฉิน: บ้านมีลูกเล็ก เจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ บ่อย ควรดูว่ามี OPD หรือคุ้มครองฉุกเฉินแบบไหน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายจุกจิกได้ - เครือข่ายรพ. และระบบเคลม: มีบัตร/เคลมไร้เงินสดไหม ต้องสำรองจ่ายหรือเปล่า (เวลาพาลูกไปหาหมอ ความสะดวกสำคัญมาก) 3) จัดแพ็กเกจแบบ “ครอบครัว” ให้คุ้มค่าในงบจำกัด ถ้างบยังไม่เยอะ เราแนะนำแนวทางที่ทำตามได้ง่ายคือ - เสาหลักรายได้: ประกันชีวิต + โรคร้ายแรง (บางคนทำในเล่มเดียวกัน) แล้วตามด้วยสุขภาพเหมาจ่าย - สมาชิกคนอื่น: เริ่มจากสุขภาพเหมาจ่าย + อุบัติเหตุ (เพราะอุบัติเหตุเกิดได้ทุกเมื่อ) ค่อยๆ เพิ่มความคุ้มครองเมื่อฐานะการเงินนิ่งขึ้น จะไม่ทำให้ภาระเบี้ยหนักเกินไป 4) คำถามที่คนหา “ประกันสุขภาพครอบครัว” มักสงสัย - ต้องทำทั้งบ้านกับบริษัทเดียวไหม? ไม่จำเป็น เลือกให้เหมาะกับสุขภาพ/งบของแต่ละคนได้ - จำเป็นต้องมีครบทุกแบบไหม? ไม่จำเป็น แนะนำให้มี “ชีวิต/โรคร้าย/สุขภาพ/อุบัติเหตุ” เป็นแกนก่อน ส่วน “บำนาญ” เป็นแผนระยะยาวค่อยตามมา สุดท้าย เราว่าประกันที่ดีที่สุดคือ “ที่จ่ายไหวและใช้ได้จริง” ลองทำเช็กลิสต์ข้างบนแล้วเทียบ 2-3 แผน จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าประกันสุขภาพครอบครัวแบบไหนเหมาะกับบ้านเราแบบไม่หลงทางค่ะ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ เราขอรีวิวนะ
เราขอรีวิวนะ

👍👍

รูปภาพของ Aongsa_
Aongsa_

วาวแผนดีมากค่า