BURBERRY GODDESS กลิ่นใหม่ โทน Vanilla หอมหวาน🍨

2025/8/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากได้ลอง BURBERRY GODDESS (หลายคนเรียก “เบอเบอรี่กอดเดส”) สิ่งที่ชัดที่สุดคือเป็นน้ำหอมสาย Vanilla ที่ “หวานนุ่ม ดูแพง” ไม่ใช่หวานขนมแบบเด็ก ๆ ค่ะ เปิดมาจะเจอความหอมสะอาด ๆ ของ lavender ก่อน แล้วค่อยไหลไปเป็นวานิลลาครีม ๆ เนียน ๆ กลิ่นรวมให้ฟีลอบอุ่น เหมาะมากกับคนที่ชอบแนวหวานละมุน แต่ยังอยากได้ความผู้ดีอยู่ โทนกลิ่นที่ได้จากภาพรวมของไลน์นี้จะมีความวานิลลาเป็นพระเอก และมีความนุ่มลื่นคล้ายซูเอด/หนังกลับแบบเบา ๆ (แนว leathery suede accord) ทำให้กลิ่นไม่แบนและไม่เลี่ยนง่าย เวลาแห้งบนผิวจะออกแนว “วานิลลาผิวสวย” มากกว่า “วานิลลาขนม” ค่ะ ถ้าใครกลัวหวานเกิน แนะนำให้ลองฉีดน้อย ๆ ก่อน เพราะช่วงต้นอาจหวานชัด แต่พอผ่านไปสักพักจะนวลขึ้น เรื่องความติดทน สำหรับผิวเราแนวนี้ติดทนได้ดีระดับหนึ่ง โดยเฉพาะฉีดบนเสื้อหรือผ้าพันคอจะอยู่ได้นานกว่า บนผิวจะค่อย ๆ ซอฟต์ลงเป็นกลิ่นใกล้ผิว (skin scent) แต่ยังได้ความหอมอบอุ่นเรื่อย ๆ ทริคที่ช่วยให้กลิ่นอยู่ทนคือ “STEP 1 PREPARE” แบบง่าย ๆ เลย: ทาโลชั่นไม่มีน้ำหอมก่อน หรือทาวาสลีนบาง ๆ ตรงจุดชีพจร แล้วค่อยฉีด จะช่วยล็อกกลิ่นและทำให้วานิลลานุ่มฟุ้งขึ้น Burberry Goddess มี “กี่กลิ่น” กันแน่? จากที่เช็กตามเคาน์เตอร์และหน้าร้าน/ออนไลน์ ไลน์ Goddess จะมีหลายความเข้ม (เช่น EDT/EDP/Parfum ในบางช่วงหรือบางประเทศ) ซึ่งโทนจะยังเป็นวานิลลา-อบอุ่นเหมือนกัน แต่ความหนา ความทน และความลึกของวานิลลาจะต่างกันเล็กน้อย แนะนำให้ดูชื่อเวอร์ชันบนกล่องให้ชัด เช่นคำว่า EDP หรือ Parfum ก่อนกดซื้อ โดยเฉพาะถ้าซื้อออนไลน์ ส่วนคำค้นอย่าง “burberry tudor rose” หลายคนอาจเจอปน ๆ เพราะเป็นอีกโทนที่ให้ความผู้ดีแบบกุหลาบ แต่ถ้าถามว่าเลือกยังไง: ถ้าชอบหวานนุ่ม อบอุ่น ใส่ได้บ่อยแนววานิลลา ให้ไปทาง Burberry Goddess; ถ้าชอบโทนดอกกุหลาบชัด ๆ โรแมนติกขึ้น ให้ลอง Tudor Rose จะตอบโจทย์กว่า โอกาสที่เหมาะกับ Burberry Goddess: เดตกลางคืน อากาศเย็น ห้องแอร์ งานที่อยากให้ดูละมุนแพง ๆ หรือวันที่อยากได้กลิ่นหวานแบบโต ๆ ถ้าจะใส่กลางวันร้อน ๆ แนะนำฉีด 1–2 สเปรย์พอ และเลี่ยงฉีดซ้ำถี่ ๆ จะกำลังดีค่ะ

ค้นหา ·
รีวิวน้ำหอม burberry กลิ่นติดทนนาน