Automatically translated.View original post

✅The theory is💇‍♀️

The theory "is a contemporary Thai expression that means

Letting go, not sticking to uncontrollable things, and not hurting yourself with unworthwhile things.

Despite the name seems strong, its essence is deep and very good. It resembles the core, Buddhism + psychology.

The core of mechanic theory

Not "don't care about anything."

But is

"Only care what should care."

It teaches that

Some things we can't solve → shouldn't carry.

Some people don't appreciate us → don't try to please us.

Some events have happened → Sorry, but don't sink.

Real-life example

Others gossip about us.

→ If not true = mechanic

→ If true = excuse yourself

Fully done but not selected

→ Fuck it and move on.

Someone doesn't love us.

→ The mechanic loves himself instead.

1/10 Edited to

... Read moreทฤษฎีช่างแม่งไม่ได้หมายความว่าเราจะเพิกเฉยหรือไม่ดูแลทุกอย่างในชีวิต แต่เป็นการเลือกแคร์ในสิ่งที่มีความหมายและควบคุมได้อย่างแท้จริง โดยผมเองเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่คนรอบข้างนินทาหรือวิจารณ์สิ่งที่ทำ แม้จะเจ็บปวดแต่กลับมีโอกาสเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง และหันมาใส่ใจกับการพัฒนาตัวเองมากขึ้น ประสบการณ์ตรงทำให้ผมเห็นว่าหากเรายึดติดกับคำพูดของคนที่ไม่มีความจริงใจหรือไม่เข้าใจเรา มันจะทำให้เสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ ต่างจากการเลือกที่จะไม่เอาใจใส่กับเรื่องเหล่านั้น และใช้พลังไปกับสิ่งที่ควบคุมได้ เช่น การพัฒนาความคิด ความสามารถ หรือการอยู่กับตัวเองอย่างสงบ นอกจากนี้ทฤษฎีช่างแม่งยังส่งเสริมให้เราไม่จมอยู่กับความผิดหวัง เช่น เมื่อเราทุ่มเททำอะไรเต็มที่แต่ไม่ได้รับเลือก สิ่งนี้เป็นโอกาสให้เรียนรู้และผลักดันตัวเองไปข้างหน้าแทนที่จะหยุดนิ่ง การรักตัวเองและให้คุณค่ากับความรู้สึกของตัวเองคือหัวใจหลักที่จะทำให้เราเข้มแข็งและมีความสุขได้จริง จึงพูดได้ว่า ทฤษฎีช่างแม่งเป็นการผสมผสานปรัชญาพุทธและจิตวิทยาที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริง เหมาะกับผู้ที่ต้องการจัดการกับความเครียด ความผิดหวัง หรือความไม่สมหวังในชีวิตประจำวันอย่างมีสติและมีความหมาย