ป้ายยาสกค dr.althea 💦💙

1/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากได้ลองไลน์ Dr.Althea ที่คนค้นหากันเยอะอย่าง Azulene 345 Relief Cream (หลายคนเรียก “azulene 345 cream”) คู่กับเซรั่ม Hyaluronic Acid Serum หรือ “เซรั่มอควา” เรารู้สึกว่าคู่นี้เหมาะมากกับช่วงที่ผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือผิวดูหมอง ๆ อยากได้งาน “เปิดไฟผิว” แบบไม่มันเยิ้ม 1) ความรู้สึกหลังใช้ Dr.Althea Azulene 345 Relief Cream ตัวครีมให้ฟีลเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่เน้นปลอบประโลมผิวและเสริมเกราะผิว ทาแล้วผิวดูนุ่มขึ้นทันที เนื้อไม่หนักเกินไป (เราทาเช้าได้ ไม่ค่อยเป็นคราบ) วันที่ผิวล้าจากแดด/นอนน้อย ทาแล้วรู้สึกผิว “อิ่มฟู” และดูแน่นขึ้น เหมือนช่วยกู้ผิวให้กลับมาดูสุขภาพดี ทริคส่วนตัว: ถ้าผิวแห้งมาก เราจะทาซ้ำบาง ๆ ตรงมุมปาก/ข้างจมูกที่ชอบลอก จะช่วยให้ผิวดูเนียนขึ้นและแต่งหน้าติดง่ายกว่าเดิม 2) Dr.Althea Hyaluronic Acid Serum (Aqua) ใช้ยังไงให้เห็นผล เซรั่มไฮยาหรือเซรั่มอควา จุดเด่นคือเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวดูเด้งและฉ่ำขึ้น เราชอบลงตอนผิวยังหมาด ๆ หลังล้างหน้า/โทนเนอร์ แล้วตามด้วยครีม 345 Relief Cream เพื่อ “ล็อกน้ำ” ไม่ให้ระเหยออกไป ระหว่างวันจะรู้สึกว่าผิวไม่แห้งตึงง่าย 3) จัด skincare routine แบบง่าย ๆ (เช้า/เย็น) - เช้า: ล้างหน้า > เซรั่ม Hyaluronic Acid (Aqua) > Dr.Althea 345 Relief Cream > กันแดด - เย็น: ล้างหน้า > เซรั่มอควา > 345 Relief Cream (เพิ่มปริมาณได้ถ้าห้องแอร์) 4) เหมาะกับใคร / ไม่เหมาะกับใคร เหมาะกับ: คนผิวขาดน้ำ ผิวแห้ง ผิวอ่อนแอ อยากได้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยเสริมเกราะผิว และคนที่อยากได้ลุคหน้าอิ่มฟูแบบ “ครีมหน้าเด็ก” (ฟีลผิวดูเต็มขึ้น) อาจต้องระวัง: ถ้าผิวมันมาก ๆ แนะนำเริ่มทาบาง ๆ หรือใช้เฉพาะกลางคืนก่อน แล้วดูว่าหน้ามันระหว่างวันไหม 5) เคล็ดลับก่อนตัดสินใจซื้อ ส่วนตัวเราแนะนำให้ลองจับคู่ “เซรั่มไฮยา + มอยส์เจอไรเซอร์” ไปด้วยกัน เพราะไฮยาช่วยเติมน้ำ แต่ครีมจะช่วยเคลือบผิวให้ชุ่มชื้นนานขึ้น ถ้าใช้ถูกจังหวะจะเห็นผลเรื่องความชุ่มชื้นและผิวดูใสขึ้นไวมาก ใครกำลังเล็ง Dr.Althea Azulene 345 Relief Cream หรืออยากได้ Dr.Althea moisturizer ที่ใช้แล้วผิวดูอิ่มฟู ลองคู่นี้แล้วค่อยปรับปริมาณตามสภาพผิวได้เลย