🏃🏻‍♀️รีวิวลงงานวิ่ง 10K ครั้งแรก 📍ATMBKK2025

สวัสดีค่ะ 👋🏻 หายไปนานมาก เพราะป่วยหลังจบงานวิ่ง 555555 ค่อนข้างจะดีเลย์มาก🥺

📍รีวิวการลงงานวิ่ง 10k ครั้งแรก #atmbkk2025

ขอเกริ่นก่อนนะคะ เราไม่เคยมีความคิดที่จะลงงานวิ่งแบบนี้เลย แต่ปีนี้คือปีแรกที่เราเริ่มหันมาวิ่ง เพื่อนเลยชวนลง ตอนแรกลังเลจะลง 5k หรือ 10k ดี แต่ 5k เราเคยวิ่งถึงแล้ว 10k ยังไม่เคย เป็นพวกชอบชาเล้น แพ้ไม่เป็นเลยลง 10 ค่ะ 555

🏃🏻‍♀️10k ครั้งแรก มาพร้อมกับการพยายามวิ่ง 5k ให้ชิน ช่วงซ้อมมีทั้งบนลู่บ้าง วิ่งตามสวนบ้าง แต่ก็พยายามซ้อมตลอดแบบไม่สนใจ pace ขอแค่ต้องซ้อม❗️

พอถึงวันงานตื่นเต้นมากกกก นอนไม่หลับเลย 555555

ตื่นเต้นตั้งแต่ขึ้น mrt ค่ะ เพราะคนบน mrt ทั้งคันใส่เสื้อวิ่งเหมือนเราหมด และทุกคนกำลังจะไปสนามไชยเหมือนกัน

10k เริ่มวิ่งประมาณ 6 โมง เราถึงสนามไชย ตี 5 พอดี แต่กว่าจะไปถึงที่งาน หาจุดเริ่มต้นสำหรับวิ่งได้ ก็คือแทบไม่ทัน 😭 แต่สิ่งที่ชอบในงานคือบรรยากาศจริงๆค่ะ ชอบที่มีคนมาวิ่งด้วยกันเยอะๆ ข้างๆทางมีคนคอยเชียร์อัพ น่ารักมากเลย

อีกสิ่งสำคัญ เราค่อนข้างชอบ route ตรงเส้นนี้อยู่แล้วค่ะ บวกกับแสงช่วง 6-7 โมง ฟิน 5555 แต่ก็มีบางช่วงของเส้นทางที่ค่อนข้างแคบ ทุกคนต้องเดินๆ แต่ก็เข้าใจนะคะ🥺

🏁วินาทีที่วิ่งจบ ดีใจมากกก ไม่คิดว่าจะวิ่งจบ จริงๆค่อนข้างพอใจนะคะ เพราะปกติตอนซ้อมไม่ได้วิ่งยาวขนาดนี้ ปกติวิ่งๆเดินๆ 😭😭😭 มองเหรียญแบบตาปริบๆๆ

ระหว่างทางวิ่งมีน้ำมีไอติมมีแตงโมด้วย ล่อตาล่อใจ 55555

📌สุดท้ายนี้ สำหรับประสบการณ์ลงวิ่งครั้งแรก ประทับใจนะคะ ถึงจะมีบางส่วนของงานที่ไม่ค่อยชอบการจัดการบ้าง แต่โดยรวมทั้งหมดเราก็ยังรู้สึกดีและประทับใจค่ะ คิดว่าต้องมีลงงานอื่นอีกแน่นอนน 55555

❕ใครที่อยากลองเราแนะนำนะคะ ลงไปก่อนเลย ไม่ต้องคิดว่าจะทำได้มั้ย เหนื่อยแต่สนุกแน่นอนค่ะ💖

#งานวิ่งมาราธอน #งานวิ่ง #รีวิวงานวิ่ง #lemon8ไดอารี่

2025/12/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเผื่อใครกำลังเสิร์ชหา “thailand marathon” แล้วลังเลว่าจะลงดีไหม เราอยากแชร์ทริคที่เราได้เรียนรู้จากการลง Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 (ATMBKK) ระยะ 10K ครั้งแรกค่ะ (สายเริ่มต้นก็อ่านได้) 1) เลือกระยะให้เหมาะ แต่ถ้าอยากชาเลนจ์ให้มีแผน งาน Thailand marathon ส่วนใหญ่จะมีหลายระยะ (เช่น 10K/ฮาล์ฟ/มาราธอน) ถ้าเพิ่งเริ่ม เราว่า 10K เป็นจุดที่สนุกมาก ได้ฟีลงานใหญ่ บรรยากาศแน่น แต่ไม่ยาวเกินไปเหมือน 21K/42K แนะนำให้ซ้อม “วิ่งสลับเดิน” ได้เลย ไม่ต้องกดเพซ แค่ทำให้ร่างกายชินกับเวลาที่อยู่บนเท้า 2) ซ้อมแบบคนไม่มีเวลา: 3 วัน/สัปดาห์ก็พอ - วันสั้น 1 วัน: วิ่งเบาๆ 20–30 นาที - วันกลาง 1 วัน: 4–6 กม. เน้นต่อเนื่องหรือวิ่ง/เดิน - วันยาว 1 วัน: ค่อยๆ เพิ่มระยะจนแตะ 8–10 กม. อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนวันงาน เราเคยซ้อมบนลู่บ้าง สวนบ้าง แล้วค่อยไปลองวิ่งกลางแจ้งเพื่อให้ชินพื้น/อากาศค่ะ 3) วันงานอย่าพลาด “โลจิสติกส์” (สำคัญกว่าที่คิด) งานใหญ่คนเยอะมาก โดยเฉพาะโซน MRT/สถานีใกล้งานแบบสนามไชย แนะนำให้เผื่อเวลาเดินจากสถานี + เวลาหาจุดฝากของ/ห้องน้ำ/จุดสตาร์ท เพราะจุดสตาร์ทบางงานจะมีหลายโซนตามระยะ (10K คนละทางกับระยะอื่น) เราเองเกือบไม่ทันเพราะมัวหาจุดเริ่มต้น 4) เช็กลิสต์ของที่ควรมี (จากประสบการณ์จริง) - BIB และเข็มกลัดติด (ติดตั้งแต่คืนก่อน) - เสื้อ/รองเท้าที่เคยใส่วิ่งแล้ว (อย่าลองของใหม่วันงาน) - เจล/ลูกอมเกลือแร่ (ถ้าชอบ) แต่ระยะ 10K บางคนไม่จำเป็น - เงินสดเล็กน้อย + บัตร/มือถือ (หลังจบงานหลายคนไปกิน/ดื่มต่อ) ของในงานบางครั้งมีแจกน้ำ/ไอติม/แตงโม ช่วยฮีลใจมาก แต่ก็อย่าลืมจิบน้ำพอดีๆ นะคะ 5) ระหว่างวิ่งในงาน Thailand marathon: วิ่ง “ตามจังหวะตัวเอง” เส้นทางบางช่วงอาจแคบจนต้องเดินเป็นแพ็ก อย่าเสียจิตค่ะ ถือว่าได้พัก แล้วค่อยกลับมาวิ่งต่อ จุดสนุกคือบรรยากาศคนเชียร์และวิวเมืองตอนเช้า (บางช่วงผ่านแลนด์มาร์กแบบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แสงสวยมาก) 6) หลังเข้าเส้นชัย: ดูแลตัวเองให้ไม่ป่วย เราพลาดตรงนี้ เลยป่วยหลังงาน แนะนำให้คูลดาวน์เดิน 5–10 นาที เปลี่ยนเสื้อแห้งเร็วๆ ดื่มน้ำ/เกลือแร่ กินคาร์บเล็กน้อย และนอนให้พอ อีกอย่างที่ดีต่อใจคือเก็บ “เหรียญ 10K” กับรูปคู่ BIB ไว้เป็นแรงบันดาลใจลงงานต่อไปค่ะ ถ้าคุณกำลังอยากเริ่มจากงานใหญ่ๆ แบบ Thailand marathon บอกเลยว่า “ลงไปก่อน” จะได้รู้ว่าตัวเองทำได้มากกว่าที่คิดจริงๆค่ะ

ค้นหา ·
ไปวิ่งมาราธอน