5 ส.ค.2568

เด็กกรุงเทพฯ เครียดพุ่ง 30% รองผู้ว่าฯ ทวิดา ชูระบบสุขภาพจิตใกล้ตัว ป้องกันก่อนรักษา เดินหน้าเชื่อมศูนย์บริการ ขยาย Telemedicine ทั่วกรุงฯ

กรมสุขภาพจิต จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนระบบการดูแลสุขภาพจิตประชาชนด้วยพลังเครือข่ายชุมชน/ผ่านกลไกระบบสุขภาพปฐมภูมิ “ร่วมสร้างพลังใจ สุขภาพจิตไทยยั่งยืน” Better Mental Health Care for all ระหว่างวันที่ 5 - 6 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมปริ้นซ์พาเลซ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เครือข่ายต่าง ๆ ได้เข้าร่วมนำเสนอผลการดำเนินงาน/และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการดำเนินงานสุขภาพจิต พร้อมทั้งนำไปต่อยอด ขยายผลให้ครอบคลุมการดูแลประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย เครือข่ายหลายภาคส่วน อาทิ เช่น นายอำเภอ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาจารย์จากมหาวิทยาลัย ผู้บริหารและบุคลากรจากองค์กร สถานประกอบการ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน แกนนำภาคประชาชน ประชาชน รวมถึงเครือข่ายจากหน่วยงานสาธารณสุขทุกระดับในพื้นที่ ตลอดจนบุคลากรจากกรมสุขภาพจิต รวมทั้งสิ้น 600 คน

ภายในงานมีเครือข่ายที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น/เข้าร่วมนำเสนอผลงานในรูปแบบ Oral presentation และในรูปแบบของโปสเตอร์ รวมทั้งสิ้น 107 แห่ง แบ่งเป็น 8 ประเด็น ได้แก่ 1. พลังชุมชนดูแลสุขภาพจิตและสารเสพติด 2. ทีม 3 หมอดูแลสุขภาพจิตและสารเสพติด 3. ชุมชนสุขภาพจิตดี 4. สถานประกอบการกับการดูแลใจพนักงาน 5. มหาวิทยาลัยกับการดูแลใจนักศึกษา 6. การดูแลจิตใจผู้สูงอายุ 7. จังหวัดกับการขับเคลื่อนงานสุขภาพจิต และ 8. PCU คุณภาพกับการดูแลจิตใจในชุมชน

#กทม #BMA

2025/8/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสถานการณ์สุขภาพจิตของเด็กในกรุงเทพมหานครที่มีความเครียดเพิ่มขึ้นถึง 30% สะท้อนถึงความจำเป็นที่ต้องมีการดูแลและป้องกันอย่างเข้มข้นในทุกระดับ โดยเฉพาะในชุมชนและระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อให้การดูแลสุขภาพจิตเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ นอกจากการขยายบริการ Telemedicine ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลจิตใจได้สะดวกขึ้นแล้ว ยังเน้นบทบาทของเครือข่ายชุมชน กลุ่มแกนนำ และภาคส่วนท้องถิ่นในการช่วยกันสอดส่องดูแลเชิงรุก ขยายความร่วมมือระหว่างองค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานประกอบการ มหาวิทยาลัย และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เป็นต้น โครงการดูแลสุขภาพจิตนี้แบ่งเป็น 8 กลุ่มประเด็นหลัก เพื่อขับเคลื่อนงานอย่างครบวงจร ได้แก่ การดูแลสุขภาพจิตและการแก้ไขปัญหาสารเสพติดในชุมชน การส่งเสริมชุมชนสุขภาพจิตดี การดูแลใจในสถานประกอบการและนักศึกษา การให้การดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการจัดตั้ง PCU คุณภาพเพื่อดูแลจิตใจในชุมชนทุกระดับ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสื่อสาร เช่น Telemedicine ยังช่วยลดช่องว่างด้านการเข้าถึงบริการ เพิ่มความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้พบแพทย์ใจเร็วขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางไกล แนวทางป้องกันก่อนรักษาที่เน้นการสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพจิตในชุมชน ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านงานสัมมนาเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจและขยายเครือข่ายการดูแลสุขภาพจิตในทุกพื้นที่ การมีส่วนร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนอย่างกว้างขวาง คือหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การดูแลสุขภาพจิตอย่างยั่งยืนและครอบคลุมในกรุงเทพมหานคร