9 ส.ค.2568

สารเสพติดจะอยู่ในตัวของเราได้นานแค่ไหน?บางคนอาจเข้าใจว่า พอใช้สารเสพติดจนมีอาการเมา รั่ว ดีด หลอน หรือสุดแล้วแต่จะเรียกกัน พอหายดีไม่มีอาการอะไรแล้ว ก็แปลว่าสารพวกนั้นคงจะสลายหายไปหมดแล้วแน่ ๆ เลย ซึ่งผิดครับ!!!

จริง ๆ แล้วสารเสพติดพวกนี้ยังสามารถตกค้างอยู่ในร่างกายของเราได้นะ รู้ป่ะ?? ซึ่งยังสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ว่าเธอคนนั้น หรือเขาคนนี้ ไปโดนตัวไหนมาเอ่ย?? โดยที่สารเสพติดพวกนี้สามารถแสดงผลออกมาได้ทั้งทางปัสสาวะ หรือฉี่นี่แหละ และยังพบตกค้างได้ในเลือดเช่นกัน

ทั้งนี้สารเสพติดจะอยู่ในร่างของเราได้นานแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นเสพไปมากน้อยแค่ไหนด้วยนะ เติมเยอะก็ตกค้างได้นาน หรือบางคนที่มีไขมันสะสมเยอะ สารเสพติดก็อาจไปสะสมในเนื้อเยื่อไขมัน ทำให้สารเสพติดอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น หรือถ้าคุณเสพไปด้วย ดื่มเหล้าไปด้วย แอลกอฮอล์ก็ยิ่งทำให้สารเสพติดดูดซึม และอยู่ในร่างคุณได้นานด้วยเช่นกัน และรู้ไหมว่า การตรวจ “เส้นผม” ยังสามารถตรวจสอบพบสารเสพติดได้ แม้จะผ่านมานานกว่า 90 วันแล้วก็ตาม บ่ายเบี่ยงยังไง ดิ้นแค่ไหน ก็ไม่รอดครับ ดังนั้น อย่าได้ริไปข้องเกี่ยวกับมันเด็ดขาดเลยครับ

Thx FB : #JonesSalad

2025/8/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาเราถามว่า “สารเสพติดอยู่ในร่างกายกี่วัน” จริง ๆ ต้องแยกให้ชัดก่อนว่าเราหมายถึง “ตรวจจากอะไร” เพราะระยะตรวจพบในปัสสาวะ เลือด และเส้นผมต่างกันมาก และหลายคนเข้าใจผิดว่าแค่หมดอาการมึน/ดีด/หลอนแล้วคือไม่เหลืออะไรในตัว ซึ่งไม่จริงเสมอไป สิ่งที่เจอบ่อยคือการตรวจปัสสาวะ (ฉี่) เพราะทำได้ง่ายและต้นทุนไม่สูง โดยทั่วไป “ปัสสาวะ” มักตรวจพบได้นานกว่า “เลือด” ในหลายสาร (เลือดมักสะท้อนการใช้ล่าสุดมากกว่า) แต่ถ้าถามแบบเอาไปใช้ในชีวิตจริง ฉันจะจำเป็นหลักว่า: ถ้าเป็นสารกระตุ้นอย่าง “ยาบ้า/เมทแอมเฟตามีน” และ “ยาไอซ์” โอกาสตรวจพบในฉี่จะอยู่เป็นช่วงวัน ๆ หลังใช้ (ขึ้นกับปริมาณและความถี่) ส่วน “กัญชา” โดยเฉพาะคนที่ใช้บ่อย จะมีแนวโน้มค้างนานกว่า เพราะสารบางส่วนไปสะสมในเนื้อเยื่อไขมัน ทำให้ตรวจเจอได้นานขึ้นกว่าคนที่ใช้ครั้งคราว อีกจุดที่หลายคนมองข้ามคือปัจจัยส่วนตัว ทำไมคนสองคนใช้ “เหมือนกัน” แต่ผลตรวจอยู่ได้นานไม่เท่ากัน? จากที่สรุปได้ ปัจจัยที่มีผลมาก ๆ ได้แก่ - ปริมาณและความถี่: ใช้เยอะ/ใช้ถี่ ระยะตรวจพบก็มักยาวขึ้น - ไขมันสะสมในร่างกาย: โดยเฉพาะกลุ่มที่สะสมในไขมัน เช่น กัญชา - ตับ ไต และการเผาผลาญ: คนที่ร่างกายกำจัดสารได้ช้ากว่า ก็อาจตรวจพบได้นานกว่า - การดื่มแอลกอฮอล์ร่วม: มีข้อมูลที่พูดถึงว่าแอลกอฮอล์อาจทำให้การดูดซึมหรือการอยู่ในร่างกายนานขึ้นในบางกรณี จึงไม่ใช่ “ดื่มล้าง” แล้วจะหายเร็ว ส่วนการตรวจที่ “ย้อนประวัติ” ได้หนักที่สุดคือการตรวจเส้นผม เพราะสามารถตรวจพบสารเสพติดได้ยาวมาก โดยแนวคิดที่ฉันจำง่าย ๆ คือ: ถ้าต้องการดูย้อนหลังเป็นเดือน ๆ เส้นผมมีโอกาสตอบคำถามได้มากกว่า และมีการพูดถึงว่าอาจตรวจพบได้นานถึงประมาณ 90 วันหรือมากกว่านั้นตามความยาวผม/ช่วงที่เก็บตัวอย่าง สุดท้ายอยากย้ำในมุมคนอ่านข้อมูลเพื่อความรู้: ไม่มีวิธีไหนที่การันตีว่า “ทำให้ผลตรวจเป็นลบ” ได้อย่างปลอดภัยหรือถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งที่ชัวร์ที่สุดคือหลีกเลี่ยงการข้องเกี่ยวตั้งแต่แรก และถ้ากังวลเรื่องสุขภาพหรือการพึ่งพาสาร ควรปรึกษาแพทย์หรือหน่วยงานช่วยเหลือใกล้บ้านเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะกับเคสตัวเองค่ะ