24 ส.ค.2568

🌀 กทม. เตรียมพร้อมรับมือพายุโซนร้อน “คาจิกิ” (24–28 ส.ค. 68)

✅ ระบบระบายน้ำ

* อุโมงค์ระบายน้ำ 4 แห่ง

* สถานีสูบน้ำ 200 แห่ง + ประตูระบายน้ำ 243 แห่ง

* บ่อสูบน้ำ 349 แห่ง

* เจ้าหน้าที่ประจำ 24 ชั่วโมง

* ลดระดับน้ำในแก้มลิง รองรับปริมาณน้ำ

🚨 ปฏิบัติการพื้นที่เสี่ยง

* ทีม BEST เข้าพื้นที่ทันทีเมื่อฝนตก

* ตรวจสอบ–เร่งระบายน้ำจุดเสี่ยง/อุโมงค์ลอด

* เก็บขยะ–วัชพืชไม่ให้กีดขวางทางน้ำ

* เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ + เครื่องปั่นไฟสำรอง พร้อมใช้งาน

🏢 การประสานงานเขต

* จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการฯ ทั้ง 50 เขต

* เตรียมรถยก, รถดับเพลิง, อุปกรณ์กู้ภัย

* จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยเหลือ–อำนวยการจราจร

* บริการช่วยซ่อมรถ/เครื่องยนต์ประชาชนที่น้ำท่วมสูง

⚡ กรณีฉุกเฉิน

* ประสานการไฟฟ้านครหลวง กรณีไฟฟ้าดับ

* ซ่อมบำรุงเพื่อไม่ให้กระทบต่อเครื่องสูบน้ำ–อุโมงค์

📢 การสื่อสารประชาชน

* รายงานสถานการณ์ฝน–น้ำ แบบเรียลไทม์

* ช่องทางติดตาม:

* 🌐 dds.bangkok.go.th / pr-bangkok.com

* 📱 Facebook: @BKK.BEST / Twitter: @BKK_BEST

* ☎️ โทร. 0 2248 5115

* 📲 Traffy Fondue

* พยากรณ์ฝนล่วงหน้า 3 ชม. ด้วยระบบ AI Nowcast

https://dds.bangkok.go.th/nowcast

#กทมเตือนฝน #กทม #BMA #ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม #พายุคาจิกิ

2025/8/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมกรุงเทพมหานครได้เตรียมพร้อมอย่างเข้มข้นสำหรับพายุโซนร้อน "คาจิกิ" ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบระหว่างวันที่ 24 ถึง 28 สิงหาคม 2568 โดยมีการเสริมสร้างระบบระบายน้ำในหลายจุดสำคัญ เช่น อุโมงค์ระบายน้ำ 4 แห่ง สถานีสูบน้ำ 200 แห่ง และประตูระบายน้ำ 243 แห่ง รวมถึงบ่อสูบน้ำ 349 แห่ง ซึ่งพร้อมรับมือปริมาณน้ำฝนจำนวนมากได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากระบบยุทโธปกรณ์แล้ว ยังมีการจัดเตรียมทีม BEST (Bangkok Emergency Situation Team) ในพื้นที่เสี่ยงทันทีเมื่อฝนตก เพื่อเร่งระบายน้ำและตรวจสอบอุโมงค์ลอด รวมถึงเก็บขยะและวัชพืชเพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำ ปรับใช้เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และเครื่องปั่นไฟสำรองเพื่อความต่อเนื่องในการระบายน้ำ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ถูกจัดตั้งในทุก 50 เขต ซึ่งมีการเตรียมรถดับเพลิง รถยก อุปกรณ์กู้ภัย พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่เทศกิจช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านจราจร สำหรับกรณีฉุกเฉินยังมีการประสานงานกับการไฟฟ้านครหลวงเพื่อรับมือเหตุไฟฟ้าดับ และซ่อมบำรุงระบบระบายน้ำไม่ให้กระทบรุดหน้า การสื่อสารกับประชาชนมีบทบาทสำคัญด้วยการรายงานสถานการณ์ฝน-น้ำแบบเรียลไทม์ ผ่านเว็บไซต์ dds.bangkok.go.th และโซเชียลมีเดียของกทม. เช่น Facebook @BKK.BEST และ Twitter @BKK_BEST รวมถึงบริการสายด่วน 0-2248-5115 และแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ทันเหตุการณ์ นอกจากนี้ กทม. ยังใช้เทคโนโลยี AI Nowcast เพื่อพยากรณ์ฝนล่วงหน้า 3 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยเฉพาะ คลื่นพายุคาจิกิอาจก่อให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ ดังนั้นการเตรียมพร้อมและการประสานงานเพื่อรับมืออย่างมืออาชีพจึงเป็นหัวใจสำคัญในการลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้