自動翻訳されています。元の投稿を表示する

10月15、202 5

Half Plusの権利を登録する前の知識

プロジェクトの半数は、68年の福祉カードを持つ人々の福祉限度額を引き上げました。これは、教育用の必需品や農産物の購入限度額を低コストのスカイフラッグストアから購入し、地域経済を発展させるためのものであり、商務省によって定義されたその他の店舗からのものです。その他の詳細は以下の通りです:

1.登録の条件

-16歳以上の方

-タイ国籍

「ハーフパーソン」の権利停止ではありません、フェーズ1-5。

州の福祉カードはありません。

2.受け取られる細部および利点

納税者はそれぞれ2,400ドルを受け取ります。州は60: 40を支払います。

-税制に含まれていない人は、それぞれ2,000バーツを受け取ります。国は50: 50を支払います。

3.使用パターン

-「Money Bag」アプリを通じて登録し、権利を使用してください。

-毎日06.00-23から運動してください。

一日あたり200バーツを超えない限度額(使い切らず、次回から使用可能)

-除外される商品やサービス:宝くじ、アルコール、タバコ

-利用可能な商品とサービス:食べ物、飲み物、一般的な商品とサービス(マッサージ、スパ、美容、公共交通機関旅行)

4.登録期間について

10月15日から12月19日まで:新しい店舗がプログラムにサインアップします。

10月20日から26日:人々は「マネーバッグ」アプリを通じて権利を登録します。

68年10月29日:「ハーフプラス人数」を使用してください。フードデリバリーを注文してください。68年11月7日から開始します。

-68年12月31日:締め切りは「半額プラス各」です。

ソース:財務省

#アンチフェイクニュースセンター #アンチフェイクニュースセンター #半分ずつプラス

2025/10/15 に編集しました

... もっと見るโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลไทยจัดทำขึ้นเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2568 โดยเน้นการกระจายสิทธิ์ให้กับประชาชนทั่วไปผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ที่สะดวกและทันสมัย สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม คือ วิธีการใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสจะจำกัดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน แต่ผู้ใช้สามารถสะสมวงเงินที่เหลือจากวันก่อนหน้าไปใช้ในวันถัดไปได้ จึงเหมาะกับการวางแผนการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัด และร้านค้าทั่วไปที่ผ่านการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ผู้ใช้คนละครึ่งพลัส สามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการทั่วไป เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม นวด สปา ทำผม รวมถึงค่าขนส่งสาธารณะได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ข้อยกเว้นสำหรับสินค้าที่ไม่สามารถใช้สิทธิได้ ได้แก่ สลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ ซึ่งช่วยป้องกันการใช้เงินภาครัฐในทางที่ผิด นอกจากนี้ทางโครงการยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้คนละครึ่งพลัส สามารถสั่งฟู้ดเดลิเวอรี่ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์แบบใหม่และตอบโจทย์คนยุคดิจิทัล การลงทะเบียนรับสิทธิจะเปิดในช่วงวันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 ผ่านแอป "เป๋าตัง" โดยร้านค้าใหม่ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึง 19 ธันวาคม 2568 ทำให้มีโอกาสเปิดร้านค้าให้บริการประชาชนมากขึ้น การใช้จ่ายและลงทะเบียนทั้งหมดออกแบบมาเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างยั่งยืน ผู้ที่จะลงทะเบียนควรตรวจสอบเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เช่น อายุที่ต้องมากกว่า 16 ปี มีสัญชาติไทย และไม่เคยถูกระงับสิทธิในเฟสก่อนหน้าของโครงการคนละครึ่ง โดยสรุปคนละครึ่งพลัสจึงเป็นโครงการที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการร้านค้าเล็กๆ ที่จะเข้าถึงลูกค้าเพิ่มขึ้นจากการสนับสนุนของรัฐ หากใครสนใจสามารถเตรียมตัวลงทะเบียนได้ตามช่วงเวลาที่กำหนดเพื่อไม่พลาดโอกาสดีๆ ในปี 2568 นี้