21 ต.ค.2568

สภาฯ เอกฉันท์ผ่านร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด วาระ 2 และ 3 มุ่งยกระดับสิทธิประชาชนสู่อากาศบริสุทธิ์

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในวาระที่ 2 และ 3 ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการมี กฎหมายว่าด้วยการจัดการอากาศสะอาดฉบับแรก ที่มุ่งแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ โดยมีผู้ร่วมลงมติ 317 เสียง เห็นด้วย 308 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 5 เสียง เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด และจะส่งไปให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป

พ.ร.บ.อากาศสะอาด เป็นผลจากการบูรณาการร่างทั้งหมด 7 ฉบับ ได้แก่ ร่างของพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน ภาคประชาชน และคณะรัฐมนตรี โดยสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการร่วมกันตั้งแต่ก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ ได้เริ่มประชุมนัดแรก โดยมี นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้น 2 ชุด เพื่อศึกษากรอบหลักการ โครงสร้างการบริหาร และประเด็นด้านกฎหมายและการบังคับใช้ให้รอบด้าน

ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี 8 เดือน คณะกรรมาธิการฯ ได้จัดประชุมรวม 91 ครั้ง พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เนื้อหากฎหมายมีความรอบคอบและตอบโจทย์ปัญหามลพิษทางอากาศอย่างแท้จริง

ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... จะส่งต่อให้ วุฒิสภาพิจารณา ในขั้นตอนต่อไป โดยกฎหมายฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการรับรอง สิทธิของประชาชนในการหายใจอากาศบริสุทธิ์ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหา รวมถึงสร้างกลไกจัดการมลพิษทางอากาศทั้งในประเทศและข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพ กฎหมายฉบับนี้จึงนับเป็น “หมุดหมายใหม่” ของประเทศไทย ในการสร้างระบบบริหารจัดการอากาศสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืน

หลังจากผ่านวาระ 3 ในชั้นสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จะส่งให้สมาชิกวุฒิสภาพิจารณาเห็นชอบ ตามลำดับต่อไป

#พรรคเพื่อไทย #อากาศสะอาด

2025/10/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการผ่านร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดในวาระ 2 และ 3 ถือเป็นก้าวสำคัญในการรับมือกับปัญหามลพิษทางอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างมาก โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ได้มาจากการบูรณาการข้อเสนอของทั้ง 7 ฝ่าย ทั้งพรรคการเมืองหลักและภาคประชาชน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการร่วมกันในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีของการจัดทำกฎหมาย คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งผู้เชี่ยวชาญภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ได้เนื้อหากฎหมายที่มีความรอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน กฎหมายอากาศสะอาดฉบับนี้เน้นสร้างกลไกบริหารจัดการมลพิษทางอากาศอย่างครอบคลุม ทั้งการกำหนดมาตรฐาน การตรวจสอบ และการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงการส่งเสริมให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างภาครัฐและประชาชน อีกทั้งยังเน้นเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการได้รับอากาศบริสุทธิ์ ทำให้ประชาชนมีเครื่องมือทางกฎหมายในการเรียกร้องและปกป้องสุขภาพของตนเองได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพประชาชนในระยะยาว เมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาและประกาศใช้แล้ว จะทำให้ประเทศไทยมีกรอบการบริหารจัดการคุณภาพอากาศที่ทันสมัย และสามารถแก้ไขปัญหามลพิษจากหลายแหล่งได้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและความต้องการของประชาชนที่ต้องการอากาศที่สะอาดเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต